• prasitchansareekor

ถ่ายภาพ นกเค้าแมวแห่งฮอกไกโด Blakiston Fish Owl

เรื่อง/ภาพ โดย ประสิทธิ์ จันเสรีกร Blakiston Fish Owl คือชื่อของนกเค้าแมวแห่งฮอกไกโด บางครั้งก็เรียกว่านกฮูกหรือนกทึดทือ เป็นนกได้ชื่อว่า One of the rarest birds in the world มีสถานภาพหายากมาก และมีความเสี่ยงกับการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง จัดเป็นนกในกลุ่มนกฮูกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีถิ่นกระจายพันธุ์แคบๆ มีจำนวนน้อย และมีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับนกชนิดนี้น้อยมาก แต่พบเป็นประจำที่เมือง Rausu ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่น นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมต้องเดินทางไปไกลท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นแสนสาหัสถึงสองครั้ง ในปี 2017 และ 2018 อันที่จริงจะมาฤดูร้อนก็ได้ แต่ต้องการล่องเรือดูอินทรีย์สเตลเลอร์ และนกกระเรียนญี่ปุ่นที่คุชิโรด้วย จึงจำใจต้องมาในฤดูหนาวแบบนี้

นกเค้า Blakiston Fish Owl เป็นนกที่ชาวญี่ปุ่นบนเกาะฮอกไกโดให้ความเคารถนับถือกันมาก ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งหมู่บ้านมาตั้งแต่โบราณ ในอดีตกระจายอยู่ในป่าหลายแห่งบนเกาะฮอกไกโด แต่เมื่อผืนป่าหมดไป ทำให้ปริมาณลดลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเหลืออยู่ไม่มากที่แหลมชิเระโตโกะ และพบในพื้นที่เล็กๆ ในเมือง Rausu เมืองประมงที่อยู่เหนือทางฝั่งทะเลตะวันออกของแหลมแห่งนี้

หากเดินทางไปฮอกไกโด อาจจะแปลกใจที่พบเห็นสินค้าที่ระลึกนานาชนิดเป็นรูปของนกเค้าตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นไม้แกะสลัก ภาพวาด ภาพถ่าย แมกเน็ตติดตู้เย็น เสื้อยืด กระเป๋า แก้วน้ำ ฯลฯ จนเพื่อร่วมทางถึงกับเอ่ยปากแซวว่า นกตัวเดียวหากินได้ทั้งเกาะเลย

การจะดูนกชนิดนี้ไม่ยาก แต่การจองที่ดูกลับยากกว่า เพราะในทุกๆ วัน จะมีชาวญี่ปุ่น ที่มีทั้งนักดูนก นักถ่ายภาพนก นักท่องเที่ยว นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ต่างต้องการมาชมสักครั้งในชีวิต นี่ยังไม่รวมชาวต่างชาติจากทั่วโลกอีกมากมาย ปัญหาก็คือจุดที่มีโอกาสเห็นอยู่ในพื้่นที่ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่ จะเรียกว่าพื้นที่ส่วนบุคคลก็ไม่ผิด มีการทำห้องเอาไว้ให้ดูนกโดยเฉพาะ โดยจะให้ดูตอนกลางคืนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นกออกหากิน ราวๆ หนึ่งทุ่มไปจนถึงสองคืน ซึ่งนกจะบินมาลงจับปลากินบริเวณลำธารห่างออกไปราว 15 เมตร

เจ้าของบ้านมีกฏการดูนกรวมถึงการถ่ายภาพที่เข้มงวดมาก จำกัดวันละไม่กี่คน ต้องจองคิวกันนานเป็นปีๆ เลยทีเดียว เมื่อถึงเวลาภายในบ้านจะปิดไฟทุกดวงให้มืดสนิท มีเพียงแสงไฟที่ส่องไปยังลำธาร ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะ มีการศึกษามาเป็นอย่างดีถึงความถี่ของแสงที่ไม่เป็นการรบกวนนก ทำให้นกไม่ตื่นกลัวและหากินตอนกลางคืนตามปกติ ห้ามทุกคนใช้แฟลช แม้กระทั่งไฟแดงกระพริบสำหรับเตือนโฟกัส เตือนถ่ายตัวเอง หรือไฟสัญญานต่างๆ ต้องปิด หรือหาเทปมาปิด ที่สำคัญคือ ห้ามส่งเสียงใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเสียงชัตเตอร์เข้าใจว่านกคุ้นเคยมานาน จึงไม่ตื่นกลัว เพราะนกทำรังวางไข่ และเลี้ยงลูกในป่าใกล้ๆ ลำธารมานานหลายปี ลูกนกที่บินมาจับปลาจนโตเป็นพ่อแม่นกในปัจจุบัน ได้ยินเสียงชัตเตอร์กล้องมาตั้งแต่วัยเด็ก ส่วนกล้อง Mirrorless ไม่มีปัญหา เพราะปิดเสียงชัตเตอร์ได้

เดือนกุมภาพันธุ์เป็นช่วงเวลาที่ลูกนกโตเต็มที่ ขนาดเท่ากับพ่อแม่นก และหากินถี่มาก แต่ละคืนจะมาจับปลาในลำธารกินถี่มาก บางวันมาเป็นสิบครั้ง ทำให้มีโอกาสเห็นและถ่ายภาพมากขึ้น คืนที่ผมเดินทางไปถึง มีนักถ่ายภาพกว่าสิบคน ตั้งกล้องติดเลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ขนาดยักษ์ เพราะสภาพแสงน้อยและอยู่ห่างพอสมควร ต้องใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสสูงๆ และรูรับแสงกว้างๆ ส่วนใหญ่ใช้ 600 มม f/4 และ 400 มม f/2.8 ชาวเยอรมันที่อยู่ติดกับผม ใช้เลนส์ที่ว่าทั้งสองตัว แถมยังบอกอีกว่ามี 500 f/4 และ 300 f2/8 ด้วย งานหลักคือถ่ายภาพแนว Wildlife เดินทางไปทั่วโลก ที่นี่มาทุกปี ต่อเนื่อง 5 ปีแล้ว

"นกมาแล้ว" ใครบางคนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ เมื่อมองไปที่ริมธารน้ำ ร่างของนกขนาดยักษ์เกาะนิ่งอยู่ ตาจ้องมองลงไปที่น้ำ สาเหตุที่ไม่ได้ยินเสียง เนื่องจากนกเค้าหรือนกฮูกมีขนปุยเล็กๆ คลุมตัวที่อ่อนนุ่มและขอบขนปีกเป็นซี่หวี เก็บเสียงได้เป็นอย่างดี เวลาบินเราจึงไม่ได้ยินเสียงใดๆ แถวยังมีดวงตาที่ดีมาก มองเห็นได้ชัดเจนดีกว่าตามนุษย์ถึง 100 เท่า ตอนที่นกมาจึงมีข้อห้าม ไม่ให้เดินไปเดินมา ให้อยู่นิ่งๆ แม้ว่าจะปิดไฟแล้วก็ตาม

ก่อนที่นกจะมาผมได้ลองวัดแสงดูแล้ว ปรากฏว่าที่รูรับแสง f/4 หากใช้ ISO 1600 ยังได้ความเร็วชัตเตอร์เพียง 1/50 วินาทีเท่านั้น ได้ภาพคมชัดเฉพาะช่วงที่เกาะนิ่งอยู่บนก้อนหินริมลำธาร จังหวะที่กระโดดลงไปจับปลากินในน้ำจะเร็วมาก ภาพส่วนใหญ่เบลอเกือบหมด ต้องใช้ชัตเตอร์อย่างน้อย 1/250 วินาที นั่นหมายถึงว่าต้องเพิ่มความไวแสงอีก 2 สตอปเป็น 6400 คุณภาพที่ได้ก็จะลดลงไปตามลำดับ ซึ่งก็ไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องใช้รูรับแสงกว้่างๆ เพื่อให้ได้แอ๊คชั่นตามที่ต้องการ

คืนนั้นนกมาไม่ถี่มาก แต่ละครั้งรอนานเป็นชั่วโมง จนเกือบๆ เที่ยงคืน เห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ห่างออกไปราวๆ 6 เมตร เหมือนก้อนอะไรขนาดใหญ่อยู่บนกิ่งไม้ เนื่องจากบริเวณนั้นมีแสงน้อยมาก ทำให้มองเห็นไม่ชัด แต่ก็พอจะเดาว่าเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก นกเค้าที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า "ชิมะ ฟุกุโระอุ" ผมลองหันกล้องไปช้าๆ เพราะกลัวจะเกิดเสียงดัง มองหาบริเวณขอบๆ ตัวนกที่มีความสว่างและมีคอนทราสท์มากที่สุด เลือกโฟกัสจุดเดียว ทีแรกก็ไม่คิดว่าจะโฟกัสได้ แต่ Nikon D850 ก็ยังอุตส่าห์ปรับโฟกัสได้อย่างน่าทึ่ง วัดแสงดูปรากฏว่าที่ชัตเตอร์ 1/30 วินาที ยังต้องใช้ ISO 25600 ภาพแตกละเอียดชนิดดูไม่จืด แถมไม่คมชัดอีกต่างหาก


นานเกือบสิบนาทีที่ ชิมะ ฟุกุโระอุ ยังคงเกาะนิ่ง ตาจ้องมองมาที่พวกเราซึ่งกำลังถ่ายภาพอยู่ แสดงว่านกมองเห็นเราชัดเจนมาก แต่ลองหันไปดูเพื่อนข้างๆ ปรากฏว่า เห็นแค่รางๆ เท่านั้น เมื่อดูแล้วคิดว่านกอาจจะเกาะนอนตรงนี้เลย แถมไม่กระดุกกระดิก ผมค่อยเปลี่ยนเลนส์เป็น 70-200 มม. f/2.8 ต่อเข้ากับ TC x2 ซูมสุดเทียบเท่า 400 มม. f/5.6 ลด ISO เหลือ 1600 เพื่อให้ได้คุณภาพไฟล์ดีที่สุด ลองวัดแสงดู พระเจ้า 1 วินาทีเท่านั้น! เอ้าหนึ่งวิก็หนึ่งวิ ว่าแล้วก็ล๊อคกระจกสะท้อนภาพ ( นี่ถ้าใช้ Z7 ก็คงไม่ต้องล็อค ) แล้วค่อยๆ บรรจงลั่นชัตเตอร์ด้วยรีโมท ภาพที่ได้สว่างและชัดเจนกว่าที่ตามองเห็นเป็นสิบเท่า เมื่อลองซูมดูที่ 100% คมกริบครับ และนี่แหล่ะคือภาพที่ต้องการ...

Blakiston Fish Owl : Photo Prasit Chansareekorn

271 views
  • YouTube Social  Icon
  • Black Facebook Icon
  • Black Twitter Icon
  • Black Instagram Icon

© 2000-2019 by shutterphoto.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now