เรื่อง/ภาพ
: รณรงค์ วิสุตกุล
Pentax Optio S4 Pentax เปิดตัวกล้องตระกูล
Optio
ซึ่งมีขนาดเล็กกะทัดรัดอย่างเหลือเชื่อออกมาหนึ่งรุ่นก่อนหน้านี้คือ
Optio S โดยมีขนาดเท่ากับนามบัตร และหนาเพียง
20 มม. เท่านั้น Optio S4
ได้ทำการเปลี่ยนเซ็นเซอร์ภาพให้มีขนาดความละเอียดเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็น
4 ล้านพิกเซล
แต่ยังคงบรรจุเลนส์ออฟติคัลซูมขนาด 3 เท่า
ที่มีการออกแบบทางออฟติกให้มีคุณภาพเยี่ยม
แถมมีการจัดเก็บชิ้นเลนส์ให้เป็นสองชั้นเพื่อทำให้ตัวกล้องยังคงมีความบางมากๆ
เอาไว้เช่นเดิม

Optio S4
ออกแบบให้ใช้งานง่ายด้วยการใช้ปุ่มควบคุมเพียงไม่กี่ปุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นการเล่นภาพในโหมด Playback
ปุ่มเลือกโหมดในการถ่ายภาพ
แต่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่จำเป็นมาให้ครบถ้วน
รวมถึงการปรับโฟกัสแบบแมนนวลได้อีกด้วย
เซ็นเซอร์ภาพ 4 ล้านพิกเซล Optio S4
ใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ CCD รุ่นใหม่ ขนาด 1/2.5
นิ้ว ที่มีความละเอียดสูงถึง 4.23 ล้านพิกเซล
Effective 4.0 ล้านพิกเซล ให้ขนาดภาพใหญ่สุด
2304 x 1728 พิกเซล
และเลือกขนาดภาพที่เล็กลงมาได้อีก 3 ขนาด คือ
1600 x 1200, 1024 x 768 และ 640 x 480 พิกเซล
ตามลำดับ
โดยในแต่ละขนาดภาพยังสามารถเลือกระดับคุณภาพได้
3 ระดับด้วยกัน คือ Best/Better/Good
บันทึกภาพนิ่งด้วยไฟล์ฟอร์แมท JPEG (Exiff
2.2) และบันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยไฟล์ฟอร์แมท
AVI ( Motion JPEG) ที่ขนาดภาพ 320 x 240
พิกเซล ด้วยความเร็ว 15 เฟรม/วินาที
ยาวนานติดต่อกันช่วงละ 60 วินาที
ปรับตั้งความไวแสงได้แบบอัตโนมัติ
หรือปรับตั้งเองได้จาก ISO 50-200
จัดเก็บภาพด้วย SD card
นอกจากนี้ยังมีเมมโมรี่ในตัวขนาด 11 MB
ให้ใช้งานได้อีกด้วย
หากถ่ายภาพที่คุณภาพสูงสุดที่ 4 ล้านพิกเซล
และเลือกระดับคุณภาพที่ดีที่สุดจะถ่ายภาพได้ 5
ภาพ หรือสูงสุดถึง119 ภาพ
ที่ขนาดภาพเล็กสุดเลยทีเดียว

Optio S4 ติดตั้งเลนส์ออฟติคัลซูมขนาด 3
เท่า ขนาด 5.8 - 17.4 มม.
เทียบเท่าทางยาวโฟกัส 35-105 มม. ของกล้อง 35
มม. รูรับแสงกว้างสุด F2.6-4.8
โดยใช้ชิ้นเลนส์ออฟติคัลทั้งหมด 6 ชิ้น
แบ่งเป็น 5 กลุ่ม พร้อมใช้ชิ้นเลนส์พิเศษ
Aspherical รวมอยู่ในชิ้นเลนส์ถึง 2 ชิ้น
ที่มีการออกแบบทางออฟติกได้อย่างยอดเยี่ยม
ทั้งเรื่องสีสันและความคมชัดของภาพ
และที่บอกว่าเป็นเลนส์อัจฉะริยะก็เพราะว่าเพ็นแท็กซ์ได้ออกแบบการจัดเก็บชิ้นเลนส์ให้แยกออกจากกันเป็น
2 ส่วน และเมื่อปิดสวิตซ์การทำงานของกล้อง
ชิ้นเลนส์ชุดหนึ่งจะเลื่อนขึ้นไปจัดเก็บเอาไว้ทางด้านบนของกระบอกเลนส์
เพื่อทำให้สามารถออกแบบตัวกล้องให้มีขนาดเล็กและบางมากๆ
ได้นั่นเอง
เมื่อเปิดสวิตช์การทำงานของตัวกล้องกระบอกเลนส์จะยื่นออกมาเป็น
3 ส่วน
โดยมีความยาวของกระบอกเลนส์ออกมามากพอสมควร
และมีการยืดเข้าออกของกระบอกเลนส์เมื่อซูมในช่วงมุมกว้างหรือเทเลโฟโต้
ระยะโฟกัสครอบคลุมระยะการทำงาน 0.4 เมตร
จนถึงอินฟินิตี้
ระยะโฟกัสใกล้สุดของเลนส์ทำได้ตั้งแต่
0.18-0.5 เมตร ในโหมดมาโคร และใกล้สุดถึง
0.06-0.2 เมตรเลยทีเดียวในโหมดซุปเปอร์มาโคร (ที่ช่วงนอมอลซูม)
โดยกล้องจะเลือกทางยาวโฟกัสให้เองอัตโนมัติเมื่อปรับเข้าสู่ระบบนี้
โหมดโฟกัสภาพของ Optio S4
เป็นแบบอัตโนมัติแบบ TTL ผ่านเลนส์
ด้วยเซ็นเซอร์ออโต้โฟกัสมากถึง 7 จุด
ที่กระจายอยู่ทั่วทั้งภาพ
ซึ่งสามารถเลือกใช้จุดโฟกัสทุกจุดได้ด้วยตนเอง
หรือจะให้กล้องเลือกให้อัตโนมัติก็ได้
นอกจากนี้ยังมีระบบโฟกัสแบบอินฟินิตี้
(Infinity)
สำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์โดยเฉพาะ
และโหมดโฟกัสภาพเองแบบแมนนวล
โดยผู้ใช้เป็นคนเลือกระยะโฟกัสที่ต้องการได้จาก
0.06 เมตร จนถึงอินฟินิตี้เลยทีเดียว
ซึ่งใช้การปุ่มปรับขึ้นลงที่ปุ่มควบคุมแบบ 4
ทิศทางได้ทันที
โดยจะมีระยะโฟกัสที่เลือกใช้แสดงให้เห็นบนจอมอนิเตอร์
LCD และมีดิจิตอลซูมให้เลือกใช้อีก 4 เท่า
เมื่อต้องการดึงภาพจากระยะไกล
ฟังก์ชั่นการทำงาน
ระบบวัดแสงของ Optio S4
เป็นแบบวัดแสงผ่านเลนส์ TTL ที่มีมาให้ 3 แบบ
ตั้งแต่ระบบวัดแสงเฉลี่ยหลายส่วน
(Multi-segment) เฉลี่ยหนักกลาง และเฉพาะจุด
ที่สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ ปรับชดเชยแสงได้
+/-2EV แบ่งขั้นละ 1/3 สตอป
ชุดชัตเตอร์ทำงาานแบบอิเล็กทรอนิกส์ผสมแม็กคานิกส์
ทำงานตั้งแต่ 4-1/2000 วินาที
ระบบบันทึกภาพมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบ
ทั้งแบบโปรแกรมอัตโนมัติ (P)
และโหมดรูปภาพแบบวิวทิวทัศน์
โหมดถ่ายภาพบุคคลเวลากลางคืน
โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหว ถ่ายภาพพานอราม่า
โหมดถ่ายภาพสามมิติ (3D) อันเป็นสัญลักษณ์ของ
Pentax เลยก็ว่าได้
โหมดฟิลเตอร์ และโหมด USER
ที่ผู้ใช้เป็นผู้ปรับตั้งค่าการทำงานต่างๆ
ได้เอง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น World Time
สำหรับแสดงเวลาต่างๆ ทั่วโลกได้มากถึง 62
ประเทศทั่วโลกได้อีกด้วย
เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการทราบเวลาที่ถ่ายภาพจริงในประเทศนั้นๆ
ที่เดินทางไป
มีระบบถ่ายโอนข้อมูลจากหน่วยความจำในตัวกล้องไปสู่เมมโมรี่การ์ด
หรือจะก๊อปปี้ภาพจากเมมโมรี่การ์ดลงสู่หน่วยความจำในตัวกล้องก็ได้เช่นเดียวกัน
มีฟังก์ชั่นปรับลดขนาดภาพให้เล็กลง (Resize)
และมีฟังก์ชั่นเลือกครอปภาพบางส่วนเพื่อนำไปเป็นภาพใหม่
(Trimming) ก็ได้อีกด้วย
การออกแบบ
อย่างที่บอกเอาไว้ตอนต้นแล้วว่า Pentax
Optio S4
เป็นกล้องที่ออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดได้อย่างเหลือเชื่อ
โดยมีขนาดความกว้าง x ความยาว
ที่เท่ากับขนาดของนามบัตรเลยทีเดียว
และมีความหนาของตัวกล้องเพียง 20 มม. เท่านั้น
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นกล้องที่มีความสะดวกในการพกพามากขนาดไหน
เพราะคุณจะนำ Optio S4 ติดตัวไปได้ในทุกๆ
ที่เพียงใส่เอาไว้ในกระเป๋าเสื้อ
กระเป๋ากางเกง
หรือใช้สายคล้องคอเอาไว้ก็ไม่รู้สึกเกะกะและเป็นภาระแต่อย่างใด
ซึ่งในความเล็กนี้ก็ต้องยกความดีให้กับเลนส์ที่ออกแบบได้อย่างลงตัวนั่นเอง
หากเป็นกล้องยี่ห้ออื่นๆ
ที่มีขนาดเล็กและบางมากๆ
เช่นนี้คงติดตั้งได้เฉพาะเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยวเท่านั้น

ทางด้านหน้าของ Optio S4
ออกแบบให้ดูเรียบง่ายโดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเลนส์ซูมที่ติดตั้งเอาไว้ด้านหน้าตัวกล้อง
ด้านใต้เลนส์มีช่องไมโครโฟนช่องเล็กๆ
ซ่อนอยู่สำหรับบันทึกเสียงในโหมดวิดีโอคลิป
ถัดขึ้นไปเหนือเลนส์มีช่องมองภาพแบบออฟติคัลวิวฟายเดอร์
ปรับซูมขนาดภาพตามเลนส์ที่ใช้อัตโนมัติ
ถัดมาด้านขวาของตัวกล้องมีไฟแฟลชขนาดเล็กแบบ
Built-in ที่ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ 0.2-3.5
เมตร ที่ช่วงมุมกว้าง และ 0.1-2.0 เมตร
ที่ช่วงเทเลโฟโต้ (ที่ ISO 200)
ทำงานแบบอัตโนมัติเมื่อสภาพแสงน้อย
พร้อมระบบแฟลชแก้ตาแดง เปิดแฟลช ปิดแฟลช
ถัดจากไฟแฟลชมาเป็นไฟ LED
ใช้กระพริบเตือนเมื่อตั้งระบบหน่วงเวลาถ่ายภาพตนเอง
สุดท้ายเป็นเซ็นเซอร์สำหรับรีโมทคอนโทรลควบคุมการถ่ายภาพจากระยะไกล
ด้วยขนาดความหนาของกล้องเพียง 20 มม.
ทำให้ด้านบนของ Optio S4
วางปุ่มควบคุมการทำงานได้เพียงปุ่มกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ
และสวิตซ์เปิดปิดการทำงานของตัวกล้องเท่านั้น
เมื่อเปิดสวิตซ์การทำงานบริเวณรอบปุ่มกดเปิดปิดจะมีสัญลักษณ์ไฟสีเขียวติดสว่างสวยงามทีเดียว
ปุ่มควบคุมการทำงานที่เหลือทั้งหมดจะถูกวางอยู่ทางด้านหลังของตัวกล้อง
เริ่มตั้งแต่ปุ่มปรับซูมเลนส์ทั้งช่วงมุมกว้าง
และเทเลโฟโต้
โดยอยู่ในตำแหน่งนิ้วโป้งปรับได้สะดวก
นอกจากนี้ยังใช้เป็นปุ่มซูมเพื่อดูรายละเอียดของภาพเมื่ออยู่ในโหมด
Playback ได้อีกด้วย
ถัดมาด้านซ้ายเป็นปุ่มเลือกระบบโฟกัสของตัวกล้อง
เริ่มจากระบบโฟกัสแบบมาโคร ซุปเปอร์มาโคร
โฟกัสภาพวิวทิวทัศน์ แมนนวลโฟกัส
โฟกัสอัตโนมัติ
และใช้เป็นปุ่มล็อคป้องกันการลบภาพโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่ออยู่ในโหมด
Playback
ถัดมาเป็นปุ่มเลือกระบบแฟลชจากออโต้แฟลช
ปิดแฟลช เปิดแฟลชทุกภาพ (ฟิลแฟลช)
แฟลชออโต้พร้อมแก้ตาแดง
เปิดแฟลชทุกภาพพร้อมแก้ตาแดง
และใช้เป็นปุ่มเลือกลบภาพที่ไม่ต้องการในโหมด
Playback ได้อีกด้วย
ถัดลงมาเป็นปุ่มควบคุมแบบ 4 ทิศทาง
ซึ่งใช้ปรับเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ
ร่วมกับเมนูโหมด
นอกจากนี้ยังใช้การกดปุ่มนี้ลงตรงๆ
เพื่อเป็นการตกลง (OK)
เลือกใช้ฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ทันทีอีกด้วย
ปุ่มทิศทางด้านบนใช้เป็นปุ่มเลือกการถ่ายภาพหน่วงเวลา
10 วินาที หรือถ่ายด้วยรีโหมดคอนโทรลไร้สาย (อุปกรณ์เสริม)
ทั้งแบบ 3 วินาที หรือถ่ายภาพทันที
และสุดท้ายเป็นการเลือกโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง
ปุ่มทิศทางด้านล่างใช้สำหรับเลือกโหมดการบันทึกภาพ
โดยออกแบบเป็นกราฟฟิคที่สวยงามและเข้าใจได้ง่าย
สามารถเลือกระบบถ่ายภาพที่ต้องการได้ทันที
ทั้งแบบโปรแกรมอัตโนมัติทั้งหมด (P)
โหมดถ่ายภาพวิวทิวทัศน์
โหมดถ่ายภาพบุคคลเวลากลางคืน
โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบวิดีโอคลิป
ถ่ายภาพพานอราม่า โหมดถ่ายภาพสามมิติ (3D)
โหมดฟิลเตอร์ และโหมด USER
ถัดมาด้านล่างเป็นช่องลำโพงที่ใช้สำหรับฟังเสียงที่บันทึกเอาไว้ในโหมดวิดีโอคลิป
จอมอนิเตอร์ LCD ของ Optio S4 เป็นแบบ LCD
สี TFT ขนาด 1.6 นิ้ว ความละเอียดแปดแสนพิกเซล
สามารถแสดงภาพถ่ายได้อย่างสวยงามและสมจริงตามธรรมชาติมากๆ
เลือกแสดงภาพแบบภาพเดียว หรือ 9
ภาพก็ได้ในโหมด Playback
ด้านใต้ของจอมอนิเตอร์ LCD
วางปุ่มควบคุมเอาไว้ 3 ปุ่มด้วยกัน
เริ่มจากปุ่ม MENU
ที่ใช้เข้าไปปรับตั้งฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ
ของตัวกล้อง ตั้งแต่ปรับขนาดภาพ ระดับคุณภาพ
ไวท์บาลานซ์ ระบบโฟกัส ระบบวัดแสง
ปรับความไวแสง เปิดปิดฟังก์ชั่นดิจิตอลซูม
เลือกแสดงภาพหลังถ่ายภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย
ปุ่มถัดมาเป็นปุ่ม Display
ใช้สำหรับเลือกแสดงข้อมูลบนจอมอนิเตอร์ LCD
โดยเลือกให้แสดงข้อมูลการถ่ายภาพต่างๆ
เลือกแสดงกราฟฮีสโตแกรม
หรือเลือกปิดจอมอนิเตอร์ไปเลยก็ได้เพื่อประหยัดพลังงานแบตเตอรี่
ปุ่มสุดท้ายเป็นปุ่มเล่นภาพในโหมด Playback
ใช้สำหรับดูภาพที่ถ่ายไปแล้ว
นอกจากนี้ยังเลือกปรับภาพให้เป็นภาพแนวตั้งได้ด้วยปุ่ม
4 ทิศทาง (กดลงล่าง)
ด้านล่างของตัวกล้องมีช่องบรรจุแบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน
D-L18 ขนาด 3.7 โวลท์ 710 มิลลิแอมป์
ที่เมื่อชาร์จไฟเต็มสามารถถ่ายภาพได้มากถึง
160 ภาพ (เปิดจอมอนิเตอร์ LCD,
เปิดแฟลชถ่ายภาพ 50%)
และช่องติดกันก็เป็นช่องบรรจุเมมโมรี่การ์ดแบบ
SD ภายในช่องเดียวกันอีกด้วย
ด้านขวาของตัวกล้องมีช่องต่อไฟตรงกับไฟบ้านผ่าน
AC อะแดปเตอร์
และช่องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่าน USB พอร์ต
ผลการใช้งาน
สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจมากๆ ในกล้อง Optio
S4 ก็คือขนาดที่เล็กกะทัดรัดมากๆ
ที่จะทำให้คุณอยากที่จะพกมันติดตัวไปทุกหนทุกแห่งได้อย่างไม่เป็นภาระ
เพราะตัวกล้องมีน้ำหนักที่เบามากๆ เพียง 113
กรัมเท่านั้น
เมื่อเปิดสวิตซ์ตัวกล้องก็พร้อมที่จะทำงานในทันที
ไม่มีอาการชักช้าของระบบให้เห็นเลย
นับว่าพร้อมที่จะถ่ายภาพได้ในทันทีที่เปิดกล้อง
ระบบโฟกัสสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ
และได้ภาพที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก
แถมยังถ่ายภาพได้ในระยะใกล้มากๆ
ในโหมดซุปเปอร์มาโคร
และได้กำลังขยายสูงกว่ากล้องรุ่นอื่นๆ
ในแบบคอมแพคดิจิตอลด้วยกัน
ซึ่งก็ต้องยกผลประโยชน์ให้กับระบบประมวลภาพที่ดีกับเลนส์ออฟติคัลของ
Pentax ที่มีคุณภาพสูงมากๆ
สีสันของภาพที่ได้สดใส เข้มข้น
และได้ภาพที่มีคอนทราสท์สูงมากทีเดียวตามสไตล์เลนส์ของเพ็นแท็กซ์
คุณภาพระดับ 4
ล้านพิกเซลนี้สามารถนำภาพไปพริ้นในขนาด 8 x 10
นิ้วได้อย่างสบาย
โดยทดลองนำการ์ดไปพริ้นภาพโดยตรงกับโฟโต้พริ้นเตอร์
ได้ภาพที่มีความคมชัด
สามารถเก็บรายละเอียดในส่วนต่างๆ
และมีการไล่โทนสีได้อย่างสวยงามเลยทีเดียว
นับเป็นกล้องขนาดเล็กพริกขี้หนูที่ผมแนะนำว่ามีคุณภาพดีเยี่ยมอีกรุ่นหนึ่ง
เพราะคุณภาพของภาพที่ได้นั้นสามารถใช้งานในระดับจริงจังได้เลยทีเดียว
เพียงคุณนำติดกระเป๋าเอาไว้ก็สามารถจะถ่ายภาพได้ในทุกๆ
ที่นี่อาจเป็นบทสรุปของกล้องขนาดเล็กกะทัดรัดที่มีคุณภาพดีเยี่ยมเลยก็ว่าได้
SPECIFICATION
คุณสมบัติด้านดิจิตอล
- เซ็นเซอร์ภาพ : CCD ขนาด 1/2.5 นิ้ว
- ความละเอียด : 4.23 ล้านพิกเซล
- Effective : 4.0 ล้านพิกเซล
- ขนาดภาพใหญ่สุด : 2304 x 1728 พิกเซล
- ขนาดภาพเล็กสุด : 640 x 480 พิกเซล
- ไฟล์ฟอร์แมท : JPEG, AVI ระดับคุณภาพ :
มี 3 ระดับ Best/Better/Good
- การ์ดจัดเก็บภาพ : SD/MMC card
- เมมโมรี่ในตัว : มี 11 MB
- เลนส์ : ออฟติคัลซูม 3 เท่า เทียบเท่า
35-105 มม.
- รูรับแสงกว้างสุด : F2.6-4.8
- ระยะโฟกัสใกล้สุด : 0.06-0.2 เมตร
ในโหมดซุปเปอร์มาโคร
- ดิจิตอลซูม : มี 4 เท่า
- ช่องมองภาพ : ออฟติคัลวิวฟายเดอร์
- จอมอนิเตอร์ : LCD ขนาด 1.6 นิ้ว
- ระบบโฟกัส : อัตโนมัติ 7 จุด
แบบแนวกว้างและเฉพาะจุด
- ระบบวัดแสง : เฉลี่ยหลายส่วน
เฉลี่ยหนักกลาง และเฉพาะจุด
- ระบบบันทึกภาพ : อัตโนมัติ โหมดรูปภาพ
โหมดพานอรามา ถ่ายภาพ 3 มิติ
และดิจิตอลฟิลเตอร์
- ชดเชยแสง : ได้ +/-2EV แบ่งขั้นละ 1/3EV
- ชัตเตอร์ :
อิเล็กทรอนิกส์ผสมแม็กคานิกส์ 4-1/2000
วินาที
- ระบบแฟลช : อัตโนมัติ พร้อมแก้ตาแดง
ฟิลแฟลช
- หน่วงเวลาถ่ายภาพ : มี 10 วินาที
และรีโมทคอนโทรล
- แบตเตอรี่ : ลิเธี่ยมไอออน D-L18
- อินเทอร์เฟส : USB/AV out
- ขนาด : 83 x 52 x 20 มม.
- น้ำหนัก : 113 กรัม
<
หากคุณเริ่มต้นการถ่ายภาพดิจิตอล
อ่านศัพท์เกี่ยวกับระบบภาพดิจิตอลได้ที่นี่
> |