Pentax Optio S4
 
4 ล้านพิกเซล เท่านามบัตร
 เปิดตัว :
 ระดับผู้ใช้ :
 ความคุ้มค่า :
 ราคาจำหน่ายในปัจจุบัน :
 ตัวแทนจำหน่าย : เซ็นทรัลเทรดดิ้ง
 Posted : 2 พฤศจิกายน 2546
 
เรื่อง/ภาพ : รณรงค์ วิสุตกุล

Pentax Optio S4 Pentax เปิดตัวกล้องตระกูล Optio ซึ่งมีขนาดเล็กกะทัดรัดอย่างเหลือเชื่อออกมาหนึ่งรุ่นก่อนหน้านี้คือ Optio S โดยมีขนาดเท่ากับนามบัตร และหนาเพียง 20 มม. เท่านั้น Optio S4 ได้ทำการเปลี่ยนเซ็นเซอร์ภาพให้มีขนาดความละเอียดเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็น 4 ล้านพิกเซล แต่ยังคงบรรจุเลนส์ออฟติคัลซูมขนาด 3 เท่า ที่มีการออกแบบทางออฟติกให้มีคุณภาพเยี่ยม แถมมีการจัดเก็บชิ้นเลนส์ให้เป็นสองชั้นเพื่อทำให้ตัวกล้องยังคงมีความบางมากๆ เอาไว้เช่นเดิม

Optio S4 ออกแบบให้ใช้งานง่ายด้วยการใช้ปุ่มควบคุมเพียงไม่กี่ปุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการเล่นภาพในโหมด Playback ปุ่มเลือกโหมดในการถ่ายภาพ แต่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่จำเป็นมาให้ครบถ้วน รวมถึงการปรับโฟกัสแบบแมนนวลได้อีกด้วย

เซ็นเซอร์ภาพ 4 ล้านพิกเซล Optio S4 ใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ CCD รุ่นใหม่ ขนาด 1/2.5 นิ้ว ที่มีความละเอียดสูงถึง 4.23 ล้านพิกเซล Effective 4.0 ล้านพิกเซล ให้ขนาดภาพใหญ่สุด 2304 x 1728 พิกเซล และเลือกขนาดภาพที่เล็กลงมาได้อีก 3 ขนาด คือ 1600 x 1200, 1024 x 768 และ 640 x 480 พิกเซล ตามลำดับ โดยในแต่ละขนาดภาพยังสามารถเลือกระดับคุณภาพได้ 3 ระดับด้วยกัน คือ Best/Better/Good บันทึกภาพนิ่งด้วยไฟล์ฟอร์แมท JPEG (Exiff 2.2) และบันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยไฟล์ฟอร์แมท AVI ( Motion JPEG) ที่ขนาดภาพ 320 x 240 พิกเซล ด้วยความเร็ว 15 เฟรม/วินาที ยาวนานติดต่อกันช่วงละ 60 วินาที

ปรับตั้งความไวแสงได้แบบอัตโนมัติ หรือปรับตั้งเองได้จาก ISO 50-200 จัดเก็บภาพด้วย SD card นอกจากนี้ยังมีเมมโมรี่ในตัวขนาด 11 MB ให้ใช้งานได้อีกด้วย หากถ่ายภาพที่คุณภาพสูงสุดที่ 4 ล้านพิกเซล และเลือกระดับคุณภาพที่ดีที่สุดจะถ่ายภาพได้ 5 ภาพ หรือสูงสุดถึง119 ภาพ ที่ขนาดภาพเล็กสุดเลยทีเดียว

Optio S4 ติดตั้งเลนส์ออฟติคัลซูมขนาด 3 เท่า ขนาด 5.8 - 17.4 มม. เทียบเท่าทางยาวโฟกัส 35-105 มม. ของกล้อง 35 มม. รูรับแสงกว้างสุด F2.6-4.8 โดยใช้ชิ้นเลนส์ออฟติคัลทั้งหมด 6 ชิ้น แบ่งเป็น 5 กลุ่ม พร้อมใช้ชิ้นเลนส์พิเศษ Aspherical รวมอยู่ในชิ้นเลนส์ถึง 2 ชิ้น ที่มีการออกแบบทางออฟติกได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งเรื่องสีสันและความคมชัดของภาพ และที่บอกว่าเป็นเลนส์อัจฉะริยะก็เพราะว่าเพ็นแท็กซ์ได้ออกแบบการจัดเก็บชิ้นเลนส์ให้แยกออกจากกันเป็น 2 ส่วน และเมื่อปิดสวิตซ์การทำงานของกล้อง ชิ้นเลนส์ชุดหนึ่งจะเลื่อนขึ้นไปจัดเก็บเอาไว้ทางด้านบนของกระบอกเลนส์ เพื่อทำให้สามารถออกแบบตัวกล้องให้มีขนาดเล็กและบางมากๆ ได้นั่นเอง

เมื่อเปิดสวิตช์การทำงานของตัวกล้องกระบอกเลนส์จะยื่นออกมาเป็น 3 ส่วน โดยมีความยาวของกระบอกเลนส์ออกมามากพอสมควร และมีการยืดเข้าออกของกระบอกเลนส์เมื่อซูมในช่วงมุมกว้างหรือเทเลโฟโต้ ระยะโฟกัสครอบคลุมระยะการทำงาน 0.4 เมตร จนถึงอินฟินิตี้ ระยะโฟกัสใกล้สุดของเลนส์ทำได้ตั้งแต่ 0.18-0.5 เมตร ในโหมดมาโคร และใกล้สุดถึง 0.06-0.2 เมตรเลยทีเดียวในโหมดซุปเปอร์มาโคร (ที่ช่วงนอมอลซูม) โดยกล้องจะเลือกทางยาวโฟกัสให้เองอัตโนมัติเมื่อปรับเข้าสู่ระบบนี้

โหมดโฟกัสภาพของ Optio S4 เป็นแบบอัตโนมัติแบบ TTL ผ่านเลนส์ ด้วยเซ็นเซอร์ออโต้โฟกัสมากถึง 7 จุด ที่กระจายอยู่ทั่วทั้งภาพ ซึ่งสามารถเลือกใช้จุดโฟกัสทุกจุดได้ด้วยตนเอง หรือจะให้กล้องเลือกให้อัตโนมัติก็ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบโฟกัสแบบอินฟินิตี้ (Infinity) สำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์โดยเฉพาะ และโหมดโฟกัสภาพเองแบบแมนนวล โดยผู้ใช้เป็นคนเลือกระยะโฟกัสที่ต้องการได้จาก 0.06 เมตร จนถึงอินฟินิตี้เลยทีเดียว ซึ่งใช้การปุ่มปรับขึ้นลงที่ปุ่มควบคุมแบบ 4 ทิศทางได้ทันที โดยจะมีระยะโฟกัสที่เลือกใช้แสดงให้เห็นบนจอมอนิเตอร์ LCD และมีดิจิตอลซูมให้เลือกใช้อีก 4 เท่า เมื่อต้องการดึงภาพจากระยะไกล

ฟังก์ชั่นการทำงาน

ระบบวัดแสงของ Optio S4 เป็นแบบวัดแสงผ่านเลนส์ TTL ที่มีมาให้ 3 แบบ ตั้งแต่ระบบวัดแสงเฉลี่ยหลายส่วน (Multi-segment) เฉลี่ยหนักกลาง และเฉพาะจุด ที่สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ ปรับชดเชยแสงได้ +/-2EV แบ่งขั้นละ 1/3 สตอป ชุดชัตเตอร์ทำงาานแบบอิเล็กทรอนิกส์ผสมแม็กคานิกส์ ทำงานตั้งแต่ 4-1/2000 วินาที ระบบบันทึกภาพมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบ ทั้งแบบโปรแกรมอัตโนมัติ (P) และโหมดรูปภาพแบบวิวทิวทัศน์ โหมดถ่ายภาพบุคคลเวลากลางคืน โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหว ถ่ายภาพพานอราม่า โหมดถ่ายภาพสามมิติ (3D) อันเป็นสัญลักษณ์ของ Pentax เลยก็ว่าได้

โหมดฟิลเตอร์ และโหมด USER ที่ผู้ใช้เป็นผู้ปรับตั้งค่าการทำงานต่างๆ ได้เอง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น World Time สำหรับแสดงเวลาต่างๆ ทั่วโลกได้มากถึง 62 ประเทศทั่วโลกได้อีกด้วย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการทราบเวลาที่ถ่ายภาพจริงในประเทศนั้นๆ ที่เดินทางไป มีระบบถ่ายโอนข้อมูลจากหน่วยความจำในตัวกล้องไปสู่เมมโมรี่การ์ด หรือจะก๊อปปี้ภาพจากเมมโมรี่การ์ดลงสู่หน่วยความจำในตัวกล้องก็ได้เช่นเดียวกัน มีฟังก์ชั่นปรับลดขนาดภาพให้เล็กลง (Resize) และมีฟังก์ชั่นเลือกครอปภาพบางส่วนเพื่อนำไปเป็นภาพใหม่ (Trimming) ก็ได้อีกด้วย

การออกแบบ

อย่างที่บอกเอาไว้ตอนต้นแล้วว่า Pentax Optio S4 เป็นกล้องที่ออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดได้อย่างเหลือเชื่อ โดยมีขนาดความกว้าง x ความยาว ที่เท่ากับขนาดของนามบัตรเลยทีเดียว และมีความหนาของตัวกล้องเพียง 20 มม. เท่านั้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นกล้องที่มีความสะดวกในการพกพามากขนาดไหน เพราะคุณจะนำ Optio S4 ติดตัวไปได้ในทุกๆ ที่เพียงใส่เอาไว้ในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง หรือใช้สายคล้องคอเอาไว้ก็ไม่รู้สึกเกะกะและเป็นภาระแต่อย่างใด ซึ่งในความเล็กนี้ก็ต้องยกความดีให้กับเลนส์ที่ออกแบบได้อย่างลงตัวนั่นเอง หากเป็นกล้องยี่ห้ออื่นๆ ที่มีขนาดเล็กและบางมากๆ เช่นนี้คงติดตั้งได้เฉพาะเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยวเท่านั้น

ทางด้านหน้าของ Optio S4 ออกแบบให้ดูเรียบง่ายโดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเลนส์ซูมที่ติดตั้งเอาไว้ด้านหน้าตัวกล้อง ด้านใต้เลนส์มีช่องไมโครโฟนช่องเล็กๆ ซ่อนอยู่สำหรับบันทึกเสียงในโหมดวิดีโอคลิป ถัดขึ้นไปเหนือเลนส์มีช่องมองภาพแบบออฟติคัลวิวฟายเดอร์ ปรับซูมขนาดภาพตามเลนส์ที่ใช้อัตโนมัติ ถัดมาด้านขวาของตัวกล้องมีไฟแฟลชขนาดเล็กแบบ Built-in ที่ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ 0.2-3.5 เมตร ที่ช่วงมุมกว้าง และ 0.1-2.0 เมตร ที่ช่วงเทเลโฟโต้ (ที่ ISO 200) ทำงานแบบอัตโนมัติเมื่อสภาพแสงน้อย พร้อมระบบแฟลชแก้ตาแดง เปิดแฟลช ปิดแฟลช ถัดจากไฟแฟลชมาเป็นไฟ LED ใช้กระพริบเตือนเมื่อตั้งระบบหน่วงเวลาถ่ายภาพตนเอง

สุดท้ายเป็นเซ็นเซอร์สำหรับรีโมทคอนโทรลควบคุมการถ่ายภาพจากระยะไกล ด้วยขนาดความหนาของกล้องเพียง 20 มม. ทำให้ด้านบนของ Optio S4 วางปุ่มควบคุมการทำงานได้เพียงปุ่มกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ และสวิตซ์เปิดปิดการทำงานของตัวกล้องเท่านั้น เมื่อเปิดสวิตซ์การทำงานบริเวณรอบปุ่มกดเปิดปิดจะมีสัญลักษณ์ไฟสีเขียวติดสว่างสวยงามทีเดียว ปุ่มควบคุมการทำงานที่เหลือทั้งหมดจะถูกวางอยู่ทางด้านหลังของตัวกล้อง เริ่มตั้งแต่ปุ่มปรับซูมเลนส์ทั้งช่วงมุมกว้าง และเทเลโฟโต้ โดยอยู่ในตำแหน่งนิ้วโป้งปรับได้สะดวก นอกจากนี้ยังใช้เป็นปุ่มซูมเพื่อดูรายละเอียดของภาพเมื่ออยู่ในโหมด Playback ได้อีกด้วย

ถัดมาด้านซ้ายเป็นปุ่มเลือกระบบโฟกัสของตัวกล้อง เริ่มจากระบบโฟกัสแบบมาโคร ซุปเปอร์มาโคร โฟกัสภาพวิวทิวทัศน์ แมนนวลโฟกัส โฟกัสอัตโนมัติ และใช้เป็นปุ่มล็อคป้องกันการลบภาพโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่ออยู่ในโหมด Playback ถัดมาเป็นปุ่มเลือกระบบแฟลชจากออโต้แฟลช ปิดแฟลช เปิดแฟลชทุกภาพ (ฟิลแฟลช) แฟลชออโต้พร้อมแก้ตาแดง เปิดแฟลชทุกภาพพร้อมแก้ตาแดง และใช้เป็นปุ่มเลือกลบภาพที่ไม่ต้องการในโหมด Playback ได้อีกด้วย

ถัดลงมาเป็นปุ่มควบคุมแบบ 4 ทิศทาง ซึ่งใช้ปรับเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ ร่วมกับเมนูโหมด นอกจากนี้ยังใช้การกดปุ่มนี้ลงตรงๆ เพื่อเป็นการตกลง (OK) เลือกใช้ฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ทันทีอีกด้วย ปุ่มทิศทางด้านบนใช้เป็นปุ่มเลือกการถ่ายภาพหน่วงเวลา 10 วินาที หรือถ่ายด้วยรีโหมดคอนโทรลไร้สาย (อุปกรณ์เสริม) ทั้งแบบ 3 วินาที หรือถ่ายภาพทันที และสุดท้ายเป็นการเลือกโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง ปุ่มทิศทางด้านล่างใช้สำหรับเลือกโหมดการบันทึกภาพ โดยออกแบบเป็นกราฟฟิคที่สวยงามและเข้าใจได้ง่าย สามารถเลือกระบบถ่ายภาพที่ต้องการได้ทันที ทั้งแบบโปรแกรมอัตโนมัติทั้งหมด (P) โหมดถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ โหมดถ่ายภาพบุคคลเวลากลางคืน โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบวิดีโอคลิป ถ่ายภาพพานอราม่า โหมดถ่ายภาพสามมิติ (3D) โหมดฟิลเตอร์ และโหมด USER ถัดมาด้านล่างเป็นช่องลำโพงที่ใช้สำหรับฟังเสียงที่บันทึกเอาไว้ในโหมดวิดีโอคลิป

จอมอนิเตอร์ LCD ของ Optio S4 เป็นแบบ LCD สี TFT ขนาด 1.6 นิ้ว ความละเอียดแปดแสนพิกเซล สามารถแสดงภาพถ่ายได้อย่างสวยงามและสมจริงตามธรรมชาติมากๆ เลือกแสดงภาพแบบภาพเดียว หรือ 9 ภาพก็ได้ในโหมด Playback ด้านใต้ของจอมอนิเตอร์ LCD วางปุ่มควบคุมเอาไว้ 3 ปุ่มด้วยกัน เริ่มจากปุ่ม MENU ที่ใช้เข้าไปปรับตั้งฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ของตัวกล้อง ตั้งแต่ปรับขนาดภาพ ระดับคุณภาพ ไวท์บาลานซ์ ระบบโฟกัส ระบบวัดแสง ปรับความไวแสง เปิดปิดฟังก์ชั่นดิจิตอลซูม เลือกแสดงภาพหลังถ่ายภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย

ปุ่มถัดมาเป็นปุ่ม Display ใช้สำหรับเลือกแสดงข้อมูลบนจอมอนิเตอร์ LCD โดยเลือกให้แสดงข้อมูลการถ่ายภาพต่างๆ เลือกแสดงกราฟฮีสโตแกรม หรือเลือกปิดจอมอนิเตอร์ไปเลยก็ได้เพื่อประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ ปุ่มสุดท้ายเป็นปุ่มเล่นภาพในโหมด Playback ใช้สำหรับดูภาพที่ถ่ายไปแล้ว นอกจากนี้ยังเลือกปรับภาพให้เป็นภาพแนวตั้งได้ด้วยปุ่ม 4 ทิศทาง (กดลงล่าง)

ด้านล่างของตัวกล้องมีช่องบรรจุแบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน D-L18 ขนาด 3.7 โวลท์ 710 มิลลิแอมป์ ที่เมื่อชาร์จไฟเต็มสามารถถ่ายภาพได้มากถึง 160 ภาพ (เปิดจอมอนิเตอร์ LCD, เปิดแฟลชถ่ายภาพ 50%) และช่องติดกันก็เป็นช่องบรรจุเมมโมรี่การ์ดแบบ SD ภายในช่องเดียวกันอีกด้วย ด้านขวาของตัวกล้องมีช่องต่อไฟตรงกับไฟบ้านผ่าน AC อะแดปเตอร์ และช่องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่าน USB พอร์ต ผลการใช้งาน

สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจมากๆ ในกล้อง Optio S4 ก็คือขนาดที่เล็กกะทัดรัดมากๆ ที่จะทำให้คุณอยากที่จะพกมันติดตัวไปทุกหนทุกแห่งได้อย่างไม่เป็นภาระ เพราะตัวกล้องมีน้ำหนักที่เบามากๆ เพียง 113 กรัมเท่านั้น เมื่อเปิดสวิตซ์ตัวกล้องก็พร้อมที่จะทำงานในทันที ไม่มีอาการชักช้าของระบบให้เห็นเลย นับว่าพร้อมที่จะถ่ายภาพได้ในทันทีที่เปิดกล้อง ระบบโฟกัสสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ และได้ภาพที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก แถมยังถ่ายภาพได้ในระยะใกล้มากๆ ในโหมดซุปเปอร์มาโคร และได้กำลังขยายสูงกว่ากล้องรุ่นอื่นๆ ในแบบคอมแพคดิจิตอลด้วยกัน ซึ่งก็ต้องยกผลประโยชน์ให้กับระบบประมวลภาพที่ดีกับเลนส์ออฟติคัลของ Pentax ที่มีคุณภาพสูงมากๆ สีสันของภาพที่ได้สดใส เข้มข้น และได้ภาพที่มีคอนทราสท์สูงมากทีเดียวตามสไตล์เลนส์ของเพ็นแท็กซ์

คุณภาพระดับ 4 ล้านพิกเซลนี้สามารถนำภาพไปพริ้นในขนาด 8 x 10 นิ้วได้อย่างสบาย โดยทดลองนำการ์ดไปพริ้นภาพโดยตรงกับโฟโต้พริ้นเตอร์ ได้ภาพที่มีความคมชัด สามารถเก็บรายละเอียดในส่วนต่างๆ และมีการไล่โทนสีได้อย่างสวยงามเลยทีเดียว นับเป็นกล้องขนาดเล็กพริกขี้หนูที่ผมแนะนำว่ามีคุณภาพดีเยี่ยมอีกรุ่นหนึ่ง เพราะคุณภาพของภาพที่ได้นั้นสามารถใช้งานในระดับจริงจังได้เลยทีเดียว เพียงคุณนำติดกระเป๋าเอาไว้ก็สามารถจะถ่ายภาพได้ในทุกๆ ที่นี่อาจเป็นบทสรุปของกล้องขนาดเล็กกะทัดรัดที่มีคุณภาพดีเยี่ยมเลยก็ว่าได้

SPECIFICATION

คุณสมบัติด้านดิจิตอล

  • เซ็นเซอร์ภาพ : CCD ขนาด 1/2.5 นิ้ว
  • ความละเอียด : 4.23 ล้านพิกเซล
  • Effective : 4.0 ล้านพิกเซล
  • ขนาดภาพใหญ่สุด : 2304 x 1728 พิกเซล
  • ขนาดภาพเล็กสุด : 640 x 480 พิกเซล
  • ไฟล์ฟอร์แมท : JPEG, AVI ระดับคุณภาพ : มี 3 ระดับ Best/Better/Good
  • การ์ดจัดเก็บภาพ : SD/MMC card
  • เมมโมรี่ในตัว : มี 11 MB
  • เลนส์ : ออฟติคัลซูม 3 เท่า เทียบเท่า 35-105 มม.
  • รูรับแสงกว้างสุด : F2.6-4.8
  • ระยะโฟกัสใกล้สุด : 0.06-0.2 เมตร ในโหมดซุปเปอร์มาโคร
  • ดิจิตอลซูม : มี 4 เท่า
  • ช่องมองภาพ : ออฟติคัลวิวฟายเดอร์
  • จอมอนิเตอร์ : LCD ขนาด 1.6 นิ้ว
  • ระบบโฟกัส : อัตโนมัติ 7 จุด แบบแนวกว้างและเฉพาะจุด
  • ระบบวัดแสง : เฉลี่ยหลายส่วน เฉลี่ยหนักกลาง และเฉพาะจุด
  • ระบบบันทึกภาพ : อัตโนมัติ โหมดรูปภาพ โหมดพานอรามา ถ่ายภาพ 3 มิติ และดิจิตอลฟิลเตอร์
  • ชดเชยแสง : ได้ +/-2EV แบ่งขั้นละ 1/3EV
  • ชัตเตอร์ : อิเล็กทรอนิกส์ผสมแม็กคานิกส์ 4-1/2000 วินาที
  • ระบบแฟลช : อัตโนมัติ พร้อมแก้ตาแดง ฟิลแฟลช
  • หน่วงเวลาถ่ายภาพ : มี 10 วินาที และรีโมทคอนโทรล
  • แบตเตอรี่ : ลิเธี่ยมไอออน D-L18
  • อินเทอร์เฟส : USB/AV out
  • ขนาด : 83 x 52 x 20 มม.
  • น้ำหนัก : 113 กรัม

< หากคุณเริ่มต้นการถ่ายภาพดิจิตอล อ่านศัพท์เกี่ยวกับระบบภาพดิจิตอลได้ที่นี่ >


 

 


Developed for, and best viewed with the latest versions of:
 

This web site is Copyright 2003, Any part may NOT be reproduced
in any electronic or printed medium without prior permission from IMAGE FOCUS.
Copyright© 1998-2003, IMAGE FOCUS Ltd.,Part.

Tel. 0-2911-5264, 0-2911-5265, 0-2585-5230 ; FAX : 0-2587-3890
E-mail : info@shutterphoto.com



FastCounter
by bCentral
Visitors since Aug 2001