HOME < PENTAX MZ-S ... Page 1

   กล้องโปรจาก PENTAX ที่เหนือชั้น
กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน




Pentax หนึ่งในสี่ผู้ผลิตกล้อง 35 มม. SLR ชั้นแนวหน้าของโลก ได้สร้าง ความฮือฮา ให้กับวงการถ่ายภาพ ในงานแสดง ทางการถ่ายภาพ Photokina 2000 ที่เมือง โคโลญจน์ ประเทศเยอรมัน เมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา ด้วยการนำกล้องต้นแบบ มาจัดแสดง ในตู้กระจก ไม่มีชื่อรุ่น มีเพียงข้อมูลเบื้องต้น เพียงเล็กน้อย เท่านั้น และ ยังผลิต ออกมา สองรูปแบบ คือ กล้องใช้ฟิล์ม และ กล้องดิจิตอล ความละเอียด 6 ล้านพิกเซล กล้องรุ่นใหม่นี้ เรียกว่า เป็นการปฏิวัติกล้อง ในยุคใหม่ของ Pentax ก็ว่าได้ เพราะหน้าตา รูปทรง ปุ่มปรับฟังก์ชั่นต่างๆ ออกแบบ ใหม่หมด และวางตัว เป็นกล้องในระดับ Top สุดของ Pentax ในปัจจุบัน แฟนๆ Pentax ที่รอคอยกล้อง ระดับโปรคงจะถูกใจ กันเป็นแน่ หลายปีที่ผ่านมา กล้องออโต้โฟกัส รุ่นสูงสุดของ Pentax คือ Z-1P เป็นกล้องในระดับ ไฮเอนด์ ที่มีประสิทธิภาพสูง พอสมควร แต่ไม่มีกล้อง ในระดับเดียวกัน หรือ สูงกว่า ออกมาแทน คงมีแต่ระดับกลาง ถึงล่าง สำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปเท่านั้น ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ และ ทำเงินได้มากกว่า กล้องที่โดดเด่น คือรุ่น MZ-3 ที่ใช้แป้นหมุน เลือกฟังก์ชั่นแบบคู่ แยกซ้ายขวา ใช้งานได้สะดวก รวดเร็ว ดีมาก ซึ่ง Pentax ยึดหลักจาก กล้องรุ่นนี้ บวกกับเทคโนโลยี ระดับสุดยอด สมัยใหม่ และ ผสานเข้ากับ บอดี้ ของกล้องโปรรุ่น LX ในอดีต ที่แข็งแกร่ง ทนทาน กลายมาเป็น สุดยอดกล้องที่น่าทึ่งในชื่อว่า MZ-S

กว่าจะมาเป็น MZ-S
ครั้งแรกที่เห็น MZ-S กล้องต้นแบบที่อยู่ในตู้กระจกเมื่อปลายปีก่อน ผมรู้สึกแปลก ใจ และ ทึ่งกับหน้าตา ที่แปลกไม่เหมือนกับ กล้อง Pentax ในช่วงเวลาที่ผ่านมา และ ไม่เหมือนกับ กล้องยี่ห้อไหนเลย จนอยากจะพูดออกมา ดังๆ ว่า โอ้โห แพนแทกซ์ และ ตั้งคำถาม ในใจ ว่า เกิดอะไรขึ้น? หรือว่านี่เป็นเพียงต้นแบบที่นำมาให้โชว์เล่นๆ อาจจะไม่ได้ ผลิตออกมาอย่างจริงจัง แต่จากการสังเกตดู อย่างละเอียด พบว่า ตัวกล้อง เสร็จสมบูรณ์ เกือบร้อยเปอร์ เซ็นต์ งานนี้ของจริงแน่ๆ แต่ทำไม นอกจาก จะดูแปลกแล้ว ยังมีขนาดเล็กนิดเดียว ดูไม่มีความขลังเอาเสียเลย สเปคกล้อง แบบละเอียด ก็ไม่มีให้ เรียกว่าไม่มีข้อมูลอะไร ที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย สำหรับกล้อง รุ่นใหม่นี้ แต่ดูจากอุปกรณ์เสริม เช่น กริป รีโมท แฟลช และ กล้องอีกรุ่น ที่ระบุว่า เป็นดิจิตอล 6 ล้านพิกเซลแล้ว ต้องเป็นรุ่นท็อปของ Pentax อย่างแน่นอน กระทั่ง ต้นปีที่ผ่านมา ชื่ออย่างเป็นทางการ ก็ถูกเปิดเผยออกมาคือ MZ-S และ คาดว่า จะถึงเมืองไทย ตั้งแต่เดือน มิถุนายน แต่ก็เป็นโรคเลื่อนหลายครั้ง และ กล้องรุ่นนี้ ก็มาอยู่ในมือผมจนได้ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม กว่าจะถึงเวลา เขียนต้นฉบับนี้ ผมมีเวลาใช้ และ ทดสอบประ สิทธิภาพ ประมาณหนึ่งเดือน จากการศึกษา อย่างละเอียด และ หมดฟิล์มไปหลายสิบม้วน ความลับ ที่อยากรู้ และ ข้อมูลต่างๆ ก็ได้รู้จนหมด และ พอจะพูดได้เต็มปากว่า นี่คือ สุดยอดกล้อง อีกรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน ผมคาดว่า ทีมงานผู้ออกแบบ MZ-S คงจะชั่งใจอยู่นาน กับการที่จะทำกล้อง ที่ดีเลิศระดับโปรสักตัว ว่าจะทำตัวใหญ่ๆ ดูบึกบึน เหมือนกับ Nikon, Canon หรือ Minolta แต่ผลสรุป ก็ออกมาคือ ขนาดเล็ก กะทัดรัด รูปทรงเพรียวบาง เฉกเช่นเดียวกับ กล้องโปรแมนนวลโฟกัส รุ่น LX ที่เคยสร้างชื่อเสียง อย่างมากในอดีต และเมื่อประ กอบเข้ากับแบตเตอรี่กริปรุ่น BG-10 ต้องถือว่า ตัวไม่เล็ก แต่ก็ไม่ใหญ่โต จนเกินไป กำลังงามทีเดียว แถมยังได้ประสิทธิภาพ ที่เพิ่มขึ้นได้อีกหลายอย่าง ซึ่งผมคาดว่า อย่างน้อยต้องมี สักครึ่งหนึ่ง สำหรับคนที่ซื้อ MZ-S ต้องซื้อกริป BG-10 มาใช้

แรกสัมผัส
สิ่งแรกสุดที่ดูสะดุดตากับความแปลกใหม่ คือ ด้านบนของตัวกล้อง ถูกออก แบบ ให้แบนราบ เฉียง 30 องศา มีแป้นปรับวงกลม ขนาดใหญ่ ทางด้านซ้ายและขวา ซึ่งการออกแบบเช่นนี้ ทำให้ผู้ใช้มองเห็นได้ทันที เมื่อลดกล้องในมือลงมา โดยไม่ต้อง พลิกกล้อง เงยขึ้นมาดู เหมือนกับ กล้องรุ่นอื่นๆ ทางด้านขวา มีสวิตซ์แบบคู่ ปรับใช้งาน โดยการบิดหมุน ใช้เลือกระบบเลื่อนฟิล์ม และระบบวัดแสง ใช้งานได้สะดวก รวดเร็ว ดีมาก สำหรับส่วนที่เป็นปริซึม แทนที่จะนูนขึ้น และ ใหญ่โต เหมือนกล้องโปร อื่นๆ MZ-S กลับมีขนาดที่เล็กและแบนราบ มีเหลี่ยมมุม เล็กน้อย ตรงส่วนที่เป็นแฟลชป็อปอัพ ขนาดเล็ก มองดูแล้ว มีส่วนคล้าย กับ Leica R8 อยู่บ้าง เพราะ ออกแบบให้ส่วนบน แบนราบ เหมือนกัน

ตำแหน่งของปุ่ม กดชัตเตอร์ อยู่ต่ำลงไปกว่าปรกติ เมื่อลองจับถือ ดูพบว่า นิ้วชี้ สำหรับกดปุ่ม ชัตเตอร์ วางได้อย่างพอดี ถ้าดูจาก ทางด้านข้าง จะเห็น ได้ชัดว่า ส่วนบนของบอดี้เป็น รูปสามเหลี่ยม แทนที่จะตัดตรงราบเหมือนกล้องทั่วๆ ไป ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เมื่อดูในเรื่องหลักสรีระ ของมนุษย์แล้วต้องยอมรับครับว่า MZ-S ออกแบบ ได้เข้ากับ สรีระมากทีเดียว มือขวาที่ใช้ จับกล้อง รับกับกริป ที่ดูจะให้ ความสำคัญ กับอุ้งมือ อย่างเหมาะเจาะ แต่บอดี้ ที่เล็กไปสักหน่อย ทำให้จับถือ ได้ไม่เต็มมือ แต่เมื่อประกอบ เข้ากับ แบตเตอรี่กริป BG-10 ทุกอย่างจะลงตัวพอดี นิ้วก้อย และ อุ้งมือด้านล่าง รับกับส่วนที่เป็นกริป และ เมื่อเปลี่ยนมา ถ่ายภาพ ในแนวตั้ง ที่กริป ก็ออกแบบให้มีสันนูนยื่นออกมา พร้อมปุ่มกดชัตเตอร์ และปุ่ม AE-L ให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกับการถ่ายภาพในแนวนอน

สำหรับปุ่มปรับฟังก์ชั่นต่างๆ นั้นมองดูผิวเผิน เหมือนกับ ไม่มีอะไร มากนัก ทั้งๆ ที่ ในสเปค ระบุเอาไว้ยาวเหยียด ทั้งนี้ เป็นผลมาจาก การออกแบบอันยอดเยี่ยมนั่นเอง เช่นปุ่มเลือกโหมดบันทึกภาพ ไม่ปรากฎบนตัวกล้อง แต่ใช้หลักการทำงานที่รวดเร็ว เพียงหมุน วงแหวน ปรับรูรับแสง และวงแหวนหมุนบนแป้นด้านขวา จะสามารถ ปรับปลี่ยนใช้ระบบบันทึกภาพได้ถึง 4 แบบ ตามมาตรฐาน ของกล้องทั่วๆ ไป ทุกโหมดเรียกใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกดปุ่มโน่น แล้วปรับปุ่มนี่ให้ยุ่งยาก แถมยังมี คัสตอม ให้เปลี่ยนฟังก์ชั่น การใช้งาน ได้อีก 19 แบบ ครอบคลุม การถ่ายภาพ ทุกอย่าง เท่าที่มืออาชีพต้องการ

สิ่งที่ดูแปลกตาอีกอย่างคือ แป้นหมุนบนตัวกล้องด้านซ้าย เป็นวงแหวน สองชิ้น มีตัวเลขตัวอักษร เต็มไปหมด ดูเหมือนกับว่าจะเข้าใจยาก แต่ในความเป็นจริง ทั้งหมด คือ ระบบชดเชยแสง และ ระบบ ถ่ายภาพคร่อม ที่ใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วมาก เพียงกดปุ่มปลดล็อค แล้วปรับหมุน วงแหวน ถ้าเลือกไปที่เครื่องหมาย - จะเป็นการ ชดเชยแสง ลดลง ส่วนเครื่องหมาย + จะเป็นการชดเชยแสงเพิ่ม เลือกได้ อย่างละ 3 สตอป แบ่งชั้นละ 0.5 สตอป ส่วนวงแหวนเล็ก ภายในใช้เลือกการถ่ายภาพคร่อม 3 ภาพอัตโนมัติ หมุนไปทางขวา จะคร่อมภาพละ 1 สตอป แต่ถ้าหมุนทางซ้าย จะคร่อม ภาพละ 0.5 สตอป ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะแสดงผลให้ทราบในช่องมองภาพ โดยเฉพาะ การถ่ายภาพคร่อม ร่วมกับการชดเชยแสงนั้น เป็นบาร์กราฟ ที่เข้าใจ ได้ทันที เป็นขีดสามขีด หมายถึง ถ่ายภาพคร่อมเลื่อนขึ้นลง ถ้าอยู่ด้านบน คือ มีการ ชดเชยแสงเพิ่มด้วย แต่ถ้าอยู่ด้านล่าง คือ การชดเชยแสงลบ ไม่ต้องมาดูที่แป้นปรับว่า ชดเชยแสงเท่าไหร่ นอกจากนี้ แป้นหมุน ดังกล่าว ยังใช้ร่วมกับ การปรับเลือก ค่าความไวแสง (ISO) เองแบบแมนนวล เลือกเพ็นแท๊กซ์ฟังก์ชั่น (PF) อีก 19 แบบ และ เลือกพิมพ์ข้อมูลต่างๆ บนแผ่นฟิล์ม (D)

© 2001 IMAGE FOCUS Ltd.,Part.
คลิ๊กที่ภาพด้านล่าง เพื่อชมภาพใหญ่