Coolpix
5400 ใช้เลนส์ซูมคุณภาพสูงระดับมืออาชีพ
Zoom-Nikkor ขนาด 4 เท่าเทียบเท่าซูม
28-116 มม. ของกล้อง 35 มม.
มีจุดเด่นตรงที่ช่วงซูมมุมกว้างมากถึง 28
มม.
ในขณะที่กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่
35-38 มม.
ซึ่งมีปัญหาในการใช้งานถ่ายภาพที่มีพื้นที่จำกัดหรือการถ่ายภาพอาคารสถานที่
วิวทิวทัศน์ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีชิ้นเลนส์พิเศษ
ED (Extra-Low Dispersion)
ช่วยลดความคลาดสี พร้อมด้วยเลนส์ ASP (Aspherical)
ช่วยให้ได้ภาพคุณภาพสูงสุดทุกช่วงระยะการซูม
และใช้เซ็นเซอร์ภาพ CCD ความละเอียด
Effective 5.1 ล้านพิกเซล ขนาดภาพใหญ่สุด
2592x1944 พิกเซล
เมื่อผ่านหน่วยประมวลผลภาพที่ดีเยี่ยมของ
Nikon
ทำให้ได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพดีเพียงพอกับการขยายภาพใหญ่ได้ถึง
A3 หรือ 29.7x42 ซม.
ระบบบันทึกภาพของ
Nikon Coolpix 5400
มีให้ใช้ครบไม่ต่างจากกล้องระดับมืออาชีพทั้ง
P, S, A และ M
รวมทั้งโหมดออโต้ที่กล้องปรับทุกอย่างให้อัตโนมัติ
แถมยังมีโปรแกรมสำเร็จรูปหรือ Scene Modes
ให้เลือกใช้มากมายถึง 15 โปรแกรม
ครอบคลุมการถ่ายภาพทุกรูปแบบ
นอกจากนี้ยังมีบัฟเฟอร์มากถึง 64 MB
ทำให้ถ่ายภาพต่อเนื่องที่ความละเอียดสูงสุดได้ถึง
7 ภาพ บันทึกวิดีโอพร้อมเสียงได้ในขนาด
VGA หรือ 640 x 480 พิกเซล
ตั้งเวลาบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้เป็นช่วงๆได้
มีแฟลชในตัวทำงานอัตโนมัติ
พร้อมระบบสัมพันธ์แฟลชที่ม่านชัตเตอร์ชุดที่
2 และระบบฉายแสงแฟลชซ้ำ เพื่อเพิ่มกำลังไฟแฟลชให้สูงมากยิ่ง
ขึ้น และมีฮอทชูใช้กับแฟลชเฉพาะกิจภายนอกของ
Nikon รุ่น SB

โหมดบันทึกภาพวีดีโอแบบตั้งเวลาบันทึกภาพเป็นช่วงๆ
โดยตั้งเวลาได้ตามที่ต้องการ
จากนั้นนำมาเปิดเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบวีดีโอ

โหมด Shadow
ช่วยให้บันทึกภาพในเงามืดได้รายละเอียดที่ชัดเจน
และโหมด Highlight
เน้นรายละเอียดที่ชัดเจนในส่วนของโทนสว่างดังภาพตัวอย่างทางด้านซ้าย

โหมดบันทึกภาพพาโนรามา
เพียงถ่ายภาพเป็นช่วงๆ
จากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง แล้วใช้ซอพท์แวร์ซึ่งช่วยต่อให้เป็นภาพเดียวกันอัตโนมัติ
การออกแบบ
Coolpix 5400
ยังคงรูปร่างหน้าตาคล้ายกับรุ่น Coolpix
5000 แต่มีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม
หากเทียบกับกล้องทั่วๆ ไปแล้ว
กล้องรุ่นนี้มีการออกเเบบในส่วนของกริปมือจับดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แม้ว่าตัวกล้องจะมีขนาดเล็ก แต่กริปที่ยื่นออกมาค่อนข้างมาก
ทำให้การจับถือกล้องมีความถนัด
และกระชับมือใกล้เคียงกับการใช้งานกล้อง
SLR เลยทีเดียว
ส่วนล่างของกริปออกแบบให้เป็นช่องบรรจุ
แบตเตอรี่แพค ลิเธี่ยม-ไอออน รุ่น EN-EL1
ซึ่งใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 110 นาที
นอกจากนี้โครงสร้างของบอดี้ยังใช้วัสดุแมกนีเซียมอัลลอยด์
แข็งแกร่ง และทนทานแต่มีน้ำหนักเบา
เหมือนกับที่ใช้ในการผลิตกล้องมืออาชีพ

จอมอนิเตอร์ LCD
ทางด้านหลังมีขนาดค่อนข้างเล็กคือ ขนาด
1.5 นิ้ว แต่มีความละเอียดสูงถึง 134,000
พิกเซล และมีการโค้ทป้องกันแสงสะท้อน
ทำให้มองเห็นภาพและข้อมูลต่างๆได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง
ต้วจอมอนิเตอร์ถูกออกแบบให้เป็นแบบพับปิดเปิดได้
และพลิกหมุนได้รอบ
หากไม่ได้ใช้งานสามารถปรับหมุนจอเข้าหาตัวกล้อง
ช่วยป้องกันอันตรายหรือรอยขีดข่วนต่างๆ
ได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งยังให้ความสะดวกในการถ่ายภาพมุมสูง
มุมต่ำหรือแม้กระทั่งการถ่ายภาพตัวเอง
หากต้องการประหยัดพลังงานสามารถกดปุ่มปิดจอมอนิเตอร์แล้วดูภาพจากช่องมองภาพออพติคัลวิวฟายเดอร์
ที่อยู่ด้านบนแทนได้
ภายในช่องมองมีกรอบแสดงจุดโฟกัสอยู่ตรงกลาง
และเส้นแก้การเหลื่อมล้ำของภาพ
เมื่อใช้กล้องถ่ายภาพในระยะใกล้อยู่ทางด้านบน
ด้านข้างช่องมองมีช่องหมุนปรับชดเชยสายตา
และไฟยืนยันแฟลชพร้อม ไฟเตือนโฟกัสชัด
และเตือนกำลังบันทึกภาพลงการ์ด
ทางด้านขวามีบานพับขนาดเล็ก
ภายในเป็นช่องบรรจุการ์ดจัดเก็บการ์ดแบบ
CF Type I/II หรือจะใช้ Microdrive ก็ได้
ทางด้านบนของช่องบรรจุการ์ดมีช่องต่อไฟ DC
ภายนอก (8.4 โวลท์)
อีกด้านหนึ่งของบอดี้มีช่องต่อสายอินเทอร์เฟส
USB (1) ช่อง
A/V Out (3)
สำหรับการเปิดชมภาพจากโทรทัศน์
ทั้งหมดใช้ฝาครอบแบบยางที่ปิดได้แนบสนิทดีมาก
และยังมีช่องลำโพงสำหรับฟังเสียงที่บันทึกไปแล้วในโหมดเปิดชมภาพ
ระบบบันทึกภาพ
Coolpix
5400 ออกแบบระบบบันทึกภาพ
และการควบคุมกล้องได้ดีมาก
คล้ายกับที่ใช้ในกล้อง SLR ของ Nikon
โดยมีปุ่มกดชัตเตอร์ขนาดใหญ่ทางด้านบนของกริปมือจับ
ออกแบบให้มีสวิตช์เปิดปิดกล้องอยู่คู่กัน
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของกล้องนิคอนใช้งานได้สะดวกรวดเร็วมาก
ในตำแหน่งของนิ้วโป้งจะสามารถควบคุมแป้นหมุนแบบคู่ที่ใช้เลือกฟังก์ชั่นต่างๆ
และแป้นหมุนเลือกคำสั่ง
ทำให้ใช้งานได้ด้วยมือขวาเพียงข้างเดียว
ที่แป้นหมุนหลักออกแบบให้มีขนาดใหญ่ใช้เลือกระบบการทำงานต่างๆ
ทั้งหมด
เริ่มจากโหมดเปิดชมภาพ โหมดบันทึกภาพออโต้
โหมดโปรแกรมอัตโนมัติที่สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์
และรูรับแสงได้ โหมดออโต้ชัตเตอร์
ออโต้รูรับแสง และแมนนวล ถัดไปเป็นโหมด
Scene ในโหมดนี้ต้องกดปุ่มเมนู จะปรากฎภาพสัญลักษณ์
โปรแกรมสำเร็จรูปแบบต่างๆ มากถึง 15
แบบบนจอมอนิเตอร์
จากนั้นใช้แป้นหมุนทางด้านบนเลือกโปรแกรมที่ต้องการ
ดังนี้
|
ถ่ายภาพบุคคล |
พระอาทิตย์ตก |
กีฬา
|
|
พาโนรามา |
ภาพย้อนแสง |
ก๊อปปี้
|
| โคลสอัพ
|
พลุ
|
พิพิธภัณฑ์ |
|
ทิวทัศน์กลางคืน |
ทิวทัศน์ทั่วไป |
ชายหาด |
|
บุคคลกลางคืน |
งานปาร์ตี้ |
|
นอกจากโหมดบันทึกภาพนิ่งแล้ว Coolpix 5400
ยังมีโหมดบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง
เลือกใช้ได้ 2 ขนาดคือ TV Movie ขนาด 640
x 480 พิกเซลนานครั้งละ 70 วินาที
หรือขนาด 320 x 240 พิกเซล นาน 180 วินาที
ที่ความเร็ว 15 เฟรม/วินาที
หรือตั้งเวลาบันทึกภาพเคลื่อนไหวตามที่เวลากำหนดไว้
ตั้งแต่ 30-60 วินาที
ซึ่งสามารถตั้งให้กล้องบันทึกภาพไว้ตลอดทั้งวัน
จากนั้นนำมาเปิดชมเป็นภาพเคลื่อนไหวได้
เช่น ภาพของดอกไม้ที่กำลังบาน เป็นต้น
โหมด Set Up
ใช้ปรับตั้งค่าการทำงานต่างๆของตัวกล้องทั้งหมดตามที่ต้องการ
ซึ่งจะแสดงผลให้ทราบบนจอมอนิเตอร์
ต่อไปเป็นการเลือกระดับคุณภาพในไฟล์ฟอร์แมท
Tiff หรือ Jpeg (เลือกได้ 3 ระดับ)
และเลือกขนาดภาพได้อีก 6 ขนาด
จากขนาดใหญ่สุด 2592
x
1944 จนถึง 640 x 480 พิกเซล
และยังมีโหมดปรับตั้งค่าความไวแสงแบบออโต้
หรือเลือกเองจาก ISO 50-400
สุดท้ายคือการปรับไวท์บาลานซ์จากออโต้
หรือเลือกเองตามสภาพแสงแบบต่างๆ 6 แบบ
ด้านหลังกล้องมีปุ่มปรับต่างๆ
ที่จัดวางตำแหน่งไว้อย่างเหมาะสมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
เริ่มจากปุ่ม AE/AF-L ใช้ล็อคความจำแสงและล็อคโฟกัส
ปุ่มซูมเลนส์ ใช้เป็นปุ่มซูมขยายภาพได้ในโหมดเปิดชมภาพ
ปุ่มเลือกเมนูต่างๆ
ปุ่มเลือกออโต้โฟกัสหรือแมนนวล
โฟกัสซึ่งเลือกระยะโฟกัสได้ 71 ตำแหน่ง
จากระยะใกล้สุด 1 ซม. ถึงอินฟินิตี้
และใช้ปุ่มนี้เลือกลบภาพที่ไม่ต้อง
การในโหมดชมภาพ
สุดท้ายคือปุ่ม Quick
ใช้เปิดชมภาพอย่างรวดเร็ว
โดยไม่ต้องเข้าไปที่โหมดเปิดชมภาพ
หากอยู่ในโหมดเปิดชมภาพจะใช้ปุ่มนี้ในการก๊อปปี้ให้เป็นไฟล์ภาพขนาดเล็ก
เช่น 640 x 480, 320 x 240 หรือ 160 x 120
พิกเซล สำหรับใช้ส่งภาพอีเมล์
สำหรับการปรับเลือกเมนูหรือฟังก์ชั่นต่างๆ
จะใช้ปุ่มกดแบบ 5
ทิศทางรูปวงกลมที่อยู่ทางด้านขวาเช่นเดียวกับที่มีใช้ในกล้องดิจิตอลเกือบทุกรุ่นในปัจจุบัน
|