-
   




Fujifilm FinePix S2 PRO
Introduction : Specification : Design : Operation : Menu : Software : Sample : Comment


  • Posted / 20 July 2002...
    Design : การออกแบบ


    FinePix S2 Pro ใช้บอดี้ของ Nikon F80 ที่ผลิตออกมาจำหน่าย ได้ประมาณสองปีเศษ นับว่าเป็น กล้องรุ่นใหม่ ที่น่าสนใจมากรุ่นหนึ่ง เพราะมีประสิทธิภาพสูงพอสมควร เมื่อครั้งที่ฟูจิเปิดตัว S1 Pro บรรดามืออาชีพ ต่างบ่นเสียดาย ที่ใช้บอดี้ของ Nikon รุ่น F60 ซึ่งค่อนข้าง จะล้าสมัย ไปมากแล้ว ถ้าเป็นรุ่น F80 จะไม่ลังเลเลย ในการเลือกซื้อ มาใช้งาน

    ถึงวันนี้ ฟูจิก็ได้ตอบสนอง ความต้องการ ของนักถ่ายภาพ ที่อยากได้กล้อง ดิจิตอล SLR คุณภาพสูง ในราคาประหยัด ด้วยการนำบอดี้ของ F80 มาพัฒนาให้เป็น กล้องดิจิตอล ที่มีความละเอียดสูงมาก โดยความละเอียดแท้ๆ แบบ Effective มีมากถึง 6 ล้านพิกเซล และใช้ Super CCD III เพิ่มความละเอียด อีกเท่าตัว เป็น 12 ล้านพิกเซล!!!



    รูปร่างหน้าตาภายนอก แทบไม่ต่างจาก F80 เลย โดยชื่อกล้อง Nikon ด้านบน ถูกเปลี่ยนเป็น FinePix มีชื่อ Fujifilm อยู่ทางด้านขวา และ ชื่อรุ่น S2 Pro อยู่ทางด้านล่าง ใต้ฐานเลนส์ มีตัวอักษรโลโก้ Nikon พร้อมกับตัวอักษร F-Mount กำกับไว้ เพื่อตอกย้ำว่า กล้องรุ่นนี้คือ Nikon ใช้ได้กับเลนส์ Nikon ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น แมนนวลโฟกัสรุ่นเก่า หรือ ออโต้โฟกัสรุ่นใหม่ แต่จะทำงาน สัมพันธ์กับกล้อง อย่างเต็มระบบ ทุกอย่าง เมื่อใช้เลนส์ออโต้โฟกัส ตระกูล AF-D หรือ AF-G



    ส่วนที่เป็นฐานทางด้านล่าง มีการออกแบบใหม่ ต่อฐานให้สูงขึ้นจาก F80 ที่มีความสูง 98.5 มม. เพิ่มเป็น 131 มม. ใกล้เคียงกับ การนำกล้อง ไปใส่แบตเตอรี่แพค โดยส่วนที่ เพิ่มขึ้นมานี้ ใช้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้อง กับระบบดิจิตอล สังเกตุได้ จากทางด้านหลัง ซึ่งมี จอมอนิเตอร์ แบบ LCD อยู่ในตำแหน่ง ที่ต่ำลงทางด้านล่าง และ มีฝาครอบช่อง ใส่การ์ด จัดเก็บภาพ ซึ่งมีสองช่อง สำหรับการ์ดแบบ SmartMedia และ Compact Flash Type II หรือ Microdrive ซึ่งคิดว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ คงจะเลือกแบบ CF หรือ Microdrive กันมากกว่า และ ในส่วนที่เป็นฐานด้านล่าง ออกแบบได้กลมกลืน กับตัวกล้องมาก จนดูเป็น ตัวเดียวกัน ทั้งนี้เพราะ ส่วนของโครงสร้าง ภายใน ออกแบบ หล่อเป็นชิ้นเดียวนั่นเอง และ หุ้มด้วยหนัง ปั้มลาย เช่นเดียวกับบอดี้ ดูสวยงาม น่าใช้มากทีเดียว



    เมื่อดูทางด้านหน้า จะมีความรู้สึก ที่ไม่ต่างจาก F80 มากนัก แต่ทางด้านหลัง เปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่ ใต้ช่องมองภาพ ลงไป บริเวณอุ้งมือ ตำแหน่งนิ้วโป้ง ออกแบบเป็นร่องเว้า ลึกลงไป เหมือนกับ ปั้นดินน้ำมัน แล้วเอานิ้วมือ ในลักษณะ การจับถือกล้อง กดลงไป และ ด้านหน้า ที่เป็นกริปมือจับ ก็ล็อคเข้ากับนิ้วทั้งสี่พอดี ทำให้จับถือ ได้ถนัด และ กระชับมือดีมาก



    ปุ่มปรับฟังก์ชั่น แบบวงกลม ยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม ปรับใช้งาน ได้สะดวก และ รวดเร็ว โดยมีสวิตซ์ ล๊อคป้องกัน การกดปุ่ม โดยไม่ตั้งใจ ถัดไปทางซ้าย เป็นจอแสดงผล แบบ LCD ทรงยาว ทำให้การดูข้อมูลต่างๆ สะดวกมาก โดยไม่ต้อง เปิดดูจาก จอมอนิเตอร์ ให้เปลืองแบตเตอรี่ แถมยังมีไฟ สำหรับดูข้อมูล ในสภาพแสงน้อย หรือ ที่มืด โดยไฟดังกล่าว มีสีส้ม มองเห็นได้ชัดเจน กว่าแบบสีฟ้าอมเขียว ที่ใช้ในกล้องทั่วๆ ไป ข้อมูลที่แสดงคือ ความไวแสง เตือนระดับกำลังไฟ ของแบตเตอรี่ (เฉพาะส่วนของดิจิตอล) ชนิดของการ์ด ที่ใช้ในปัจจุบัน จำนวนภาพ ที่เหลืออยู่ วันที่และเวลา เมื่อกดปุ่ม Func หรือ ฟังก์ชั่น จะแสดงฟังก์ชั่น ทางด้านดิจิตอล ครั้งละ 4 อย่าง กดเลือกได้ 2 ครั้ง หมายถึง แสดงได้ 8 อย่าง โดยมีปุ่มกดเลือก ฟังก์ชั่น อยู่ทางด้านล่าง และกดล็อคได้ ในฟังก์ชั่นที่ 8 เพื่อป้องกัน การกดเปลี่ยนฟังก์ชั่น โดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ยังใช้ แสดงฟังก์ชั่น ในโหมดพรีวิว และโหมดเปิดชมภาพ อีกด้วย



    ใต้จอแสดงผล LCD เป็นจอมอนิเตอร์ แบบ LCD ขนาด 1.8 นิ้ว TFT ความละเอียด 130,000 จุด แสดงภาพได้ 100% เต็ม มีฝาครอบสีขาวขุ่น ใช้ป้องกัน รอยขีดข่วน และ คราบสกปรกต่างๆ ได้เป็นอย่างดี สามารถดูภาพ และ เมนูต่างๆ ได้ชัดเจน พอสมควร โดยไม่ต้อง เปิดฝาครอบออกมา ในการทดสอบ พบว่า ภาพที่ปรากฏ ในจอมอนิเตอร์ มีสีสันที่ถูกต้อง ตรงกับความเป็นจริง ในธรรมชาติ และ ภาพมีความสว่างสูง ทำให้ มองเห็นภาพ ได้อย่างชัดเจน นอกจากแสดงภาพแล้ว ยังแสดงข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ถ่ายภาพ ได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ หมายเลขภาพ วันที่ ระดับคุณภาพ ขนาดภาพ ไวท์บาลานซ์ ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง ความไวแสง การปรับแต่งภาพ ทั้งคอนทราส์ โทน และ ความอิ่มตัวของสี



    ทางด้านซ้าย มีช่องซิงค์แฟลชแบบ PC ทำให้ให้แฟลชภายนอกเช่น แฟลชสตูดิโอได้ และ ช่องอินเทอร์เฟส ความเร็วสูงแบบ IEEE1394 หรือ FireWire หรือจะใช้ช่อง อินเทอร์เฟส มาตรฐาน USB ก็ได้ แต่การโหลดภาพ จะช้ากว่า ถึง 20 เท่า นอกจากนี้ ยังมีช่องต่อไฟ DC ภายนอก ขนาด 5 โวลท์ โดยใช้เอซีอะแดปเตอร์ ต่อเข้ากับไฟบ้าน ทำให้ใช้กล้องถ่ายภาพ ได้นานเท่าที่ต้องการ ไม่ต้องกลัวว่า แบตเตอรี่จะหมดเสียก่อน หรือ จะเปิดชมภาพ จากโทรทัศน์ก็ได้ ด้วยช่องวีดีโอ เลือกได้ทั้งระบบ PAL และ NTSC





    ด้านล่างสุดเป็นช่องใส่แบตเตอรี่โฮลเดอร์ขนาด AA 4 ก้อน เลือกใช้ได้ทั้ง อัลคาไลน์และลิเธี่ยม แต่ในการทดสอบ ใช้แบตเตอรี่ Ni-MH ขนาด 1800 มิลลิแอมป์ สามารถใช้ถ่ายภาพ ได้นับร้อยภาพทีเดียว และ ประหยัดกว่า เพราะสามารถ ชาร์จไฟใหม่ได้ นับพันครั้ง ส่วนแบตเตอรี่ ที่ใช้ในระบบถ่ายภาพ ที่ไม่ใช่ฟังก์ชั่นดิจิตอล มีช่องใส่ อยู่ใต้กริปมือจับ เป็นแบตเตอรี่ ลิเธี่ยม CR123A จำนวน 2 ก้อน



    ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ด้านข้างจอมอนิเตอร์ มีช่องไมโครโฟน สำหรับบันทึกเสียง ฟอร์แมท WAV ลงในแต่ละภาพ โดยบันทึกได้ นานสูงสุด 30 วินาที/ภาพ ใช้บันทึก เตือนความทรงจำ หรือ ข้อมูลของภาพถ่าย โดยเปิดฟังเสียง ได้จากคอมพิวเตอร์ (ไม่มีลำโพง ฟังเสียงในตัวกล้อง) สำหรับช่องมองภาพ เป็นแบบมองภาพผ่านเลนส์ มีสวิตซ์เลื่อน ปรับแก้สายตาได้ -1.8 ถึง 0.8 ไดออฟเตอร์ กรอบภาพ ที่เห็นในช่องมอง เล็กกว่ากล้อง 35 มม.ทั่วๆ ไป เพราะ ขนาดของ CCD ที่เล็กกว่านั่นเอง แต่ก็ไม่มีปัญหา ในการใช้งานใดๆ ตรงกลาง มีกรอบโฟกัส 5 จุด หากใช้ฟังก์ชั่น เลือกจุดโฟกัสเอง ตำแหน่งที่เลือก จะแสดงเป็นเส้นหนา และเมื่อใช้ใน สภาพแสงน้อย หรือ ในที่มืด จะมีไฟสีแดง กระพริบ ที่เส้นกรอบโฟกัส โดยทำงานอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีเส้นตาราง ที่เลือก ปิดหรือเปิด ได้ตามต้องการ เพื่อให้ การจัดองค์ประกอบภาพ สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องกลัวว่า จะถ่ายภาพเอียงอีกต่อไป


    Introduction : Specification : Design : Operation : Menu : Software : Sample : Comment

 


Copyright© 1998-2001, IMAGE FOCUS Ltd.,Part.

Tel. 0-2911-5264, 0-2911-5265, 0-2585-5230 ; FAX : 0-2587-3890
E-mail : imagefoc@samart.co.th



FastCounter
by bCentral
Visitors since Aug 2001