 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
| |
 |
|
|
 |
 |
| |
 |
 |
-
|
|
 |
| |
|
|
|
Contax N Digital
Introduction
: Specification
: Design
: Operation : Display
: Menu
: Software
: Sample
: Comment
- Posted / 8 August 2002
การออกแบบ - ส่วนของการถ่ายภาพ
คลิ๊กที่ภาพทางด้านล่างเพื่อชมภาพใหญ่
(เฉพาะภาพที่มีไอคอนรูปแว่นขยาย)
- N Digital ยังคงใช้การออกแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ของคอนแท็กอยู่เช่นเดิม
ซึ่งเมื่อมองดูแล้ว ก็จะรู้ได้ทันทีว่า นี่คือกล้องของคอนแท็ก
ด้วยการใช้หัวกระโหลกของตัวกล้อง ที่มีขนาดใหญ่
และเป็นสันเหลี่ยมชัดเจน อาจจะดูแข็งๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่บึกบึน
มีการลบสันเหลี่ยมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสไตล์เช่นเดิม
ฝาครอบบอดี้ทั้งด้านบน และด้านล่าง รวมทั้งโครงสร้างด้านหน้า
และหลังทำมาจากโพลีคาร์บอเนต แบบสีดำด้าน ลายพ่นทราย
ให้ความรู้สึกในการจับถือที่ดี และเมื่อจับถือดูจะรู้ว่า
N Digital มีโครงสร้างของบอดี้ที่แน่นปึ๊ก รู้สึกได้ถึงความบึกบึน
ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนกล้องในระดับโปรของค่ายอื่นๆ
ได้เลยทีเดียว ฟังก์ชั่นด้านการถ่ายบภาพ การจัดวางปุ่มปรับการทำงานหลักของ
N Digital ใช้แบบวงแหวน และก้านหมุมแบบกลไก ซึ่งการจัดวางในตำแหน่งต่างๆ
ยังคงเอกลักษณ์ของคอนแท็กเอาไว้อย่างเนียวแน่น
- ผู้ที่ใช้กล้องคอนแท็กอยู่ คงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
ซึ่งข้อดีของการใช้ปุ่มปรับแบบกลไกนี้คือ สามารถมองเห็น
การปรับตั้งการทำงานในระบบต่างๆ ได้อย่างชัดเจน
เพราะปุ่มปรับการทำงาน แยกหน้าที่การทำงานกันเป็นสัดส่วน
สามารถมองเห็นผลการปรับตั้งได้ เพียงการกวาดตามองเพียงครั้งเดียว
เริ่มจากด้านบนตัวกล้องที่ใช้วงแหวนขนาดใหญ่ 2
อันวางด้านซ้าย และขวา โดยด้านซ้าย เป็นแป้นปรับความเร็วชัตเตอร์ขนาดใหญ่
มีปุ่มปลดล๊อคอยู่ตรงกลาง ปรับได้นุ่มนวล แสดงตัวเลขความเร็วชัตเตอร์ตั้งแต่
4-1/8000 วินาที และในตำแหน่งมาร์คสีเขียว บนวงแหวน
เมื่อปรับตั้งที่จุดนี้ กล้องจะตัดการปรับควบคุมความเร็วชัตเตอร์
ไปอยู่ที่วงแหวนควบคุมหลัก ตรงบริเวณกริปจับด้านขวา
ในตำแหน่งนิ้วชี้พอดี ซึ่งออกแบบมาเพื่อ ผู้ที่เคยชิน
กับการปรับควบคุมของกล้องออโต้โฟกัสในปัจจุบัน
(ในโหมด Tv และ M) ส่วนการปรับรูรับแสงนั้น ใช้วิธีหมุนเลือกที่ตัวเลนส์เหมือนกับกล้องแมนนวลทั่วๆ
ไป
- ทางล่างของแป้นหมุนปรับความเร็วชัตเตอร์ จะมีก้านปรับเลือกระบบบันทึกภาพ
โดยเรียงจาก โหมด Av, Tv, P, M, X และ B ซึ่งต้องใช้ควบคู่กับปุ่มที่อยู่ด้านหลังตัวกล้องเพื่อปลดล็อค
แล้วจึงหมุนเพื่อเลือกระบบที่ต้องการ ในวงแหวนเดียวกัน
ถัดจากชัตเตอร์ B จะเป็นการปรับตั้ง ISO และ Custom
Function (CF) โดยใช้การปรับหมุนในแบบเดียวกัน
Custom Function ของ N1 มีมาให้ใช้งานถึง 20 แบบ
ดังนี้
CF1: กำหนดเวลาปิดสวิตซ์อัตโนมัติ
0. 16 วินาที 1. 12 วินาที 2. 8 วินาที 3. 4 วินาที
CF2:
ล็อคความจำแสงโดยใช้ปุ่มชัตเตอร์ 0. ไม่ล็อค
1. ล็อก
CF3: ใช้ปุ่มวัดแสงด้านหน้าตัวกล้องเป็นปุ่มล็อคความค่าแสง
0. ไม่ล็อค 1. ล็อค
CF4: การปรับวงแหวนควบคุมหลัก
0. ขั้นละ 1 สตอป 1. ขั้นละ 0.5 สตอป
CF5: ระดับขั้นการปรับชดเชยแสงด้วยวงแหวนควบคุม
0. 0.3EV 1. 0.5EV
CF6: การแสดงระบบวัดแสงแบ่งพื้นที่
0. แตกต่างจากระบบวัด แสงเฉลี่ย 1. แตกต่างกับระบบวัดแสงเฉพาะจุด
2. ไม่แสดง
CF7: รูปแบบการถ่ายภาพคร่อม
0. พอดี/โอเวอร์/อันเดอร์ 1. โอเวอร์/พอดี/อันเดอร์
CF8: ช่วงของระบบคร่อมโฟกัส
0. ความชัดลึกที่รูรับแสงกว้าง สุดของ เลนส์ที่ใช้
1. ความชัดลึกที่รูรับแสงกว้างสุด ของเลนส์ทีใช้
x2
CF9: โหมดโฟกัส
ABC 0. แมนนวลโฟกัส 1. ทีละภาพ (SAF)
CF10: ปิดเปิดระบบโฟกัส
ABC ที่ระยะไกล 0. เปิด 1. ปิด
CF11: เปิดปิดแสงช่วยหาโฟกัส
0. เปิด 1. ปิด
CF12: เปิดปิดเสียงเตือนเมื่อโฟกัสชัด
0. เปิด 1. ปิด
CF13: แสง LED แสงดกรอบโฟกัสเมื่อแตะปุ่มลั่นชัตเตอร์
0. เปิด 1. ปิด
CF14: แสง LED แสดงกรอบโฟกัสเมื่อกล้องปรับโฟกัสได้
0. เปิด 1. ปิด
CF15: ปรับตั้งไม่ได้
CF16: ปรับตั้งไม่ได้
CF17: ปุ่มเช็กชัดลึก
0. ทำงานเมื่อกดปุ่มเช็กชัดลึกค้างไว้ 1. ทำงานเมื่อกดปุ่มเช็กชัดลึกแล้วปล่อย
หากต้องการยกเลิกต้องกดปุ่มนี้ซ้ำอีกครั้ง
CF18: ปรับตั้งไม่ได้
CF19: โปรแกรม TTL
แแฟลช 0. AV, TV, P 1. P
CF20: ปุ่มโฟกัสโหมด
M 0. SAF 1. CAF
CF21: ความสัมพันธ์ของค่ารูรับแสง
กับ เลนส์ซูม 0. แสดงตรงกับตัวเลขรูรับแสงที่เลนส์
1. สัมพันธ์กับการสูญเสียแสงของเลนส์ซูม ที่มีรูรับแสง
2 ค่า
CLE: ปรับตั้งคัสตอมฟังก์ชั่นทั้งหมดไปที่ตำแหน่งมาตรฐาน
หมายเหตุ: คัสตอมฟังก์ชั่นที่ 15,16 และ 18 ใช้งานไม่ได้
หากเป็นรุ่น N1 จะเป็นฟังก์ชั่นเกี่ยวกับการเลื่อนฟิล์ม
- สำหรับทางด้านบนขวา มีวงแหวนขนาดใหญ่เช่นกัน
ใช้ปรับชดเชยแสง +/- 2EV โดยแบ่งการปรับเป็นสองข้าง
ข้างหนึ่งสำหรับการปรับขั้นละ 1/3 สตอป ส่วนอีกด้านเป็นการปรับขั้นละ
1/2 สตอป ส่วนในตำแหน่งมาร์คสีเขียว จะเป็นการไม่ปรับชดเชยแสงใดๆ
ทางด้านล่างของวงแหวนปรับชดเชยแสง เป็นก้านสวิตซ์เลือกการถ่ายภาพคร่อม
โดยแบ่งขั้นละ 0.3, 0.5 และ 1 สตอป สวิทซ์เปิดปิดการทำงานของตัวกล้อง
อยู่ทางด้านหน้าของกริป มีปุ่มลั่นชัตเตอร์อยู่ตรงกลาง
การใช้งานต้องผลักออกไปให้มาร์คอยู่ในตำแหน่ง
ON ออกแบบค่อนข้างแข็ง ป้องกันการเปิดปิด โดยไม่ตั้งใจได้ดีพอสมควร
และหากผลักไปจนสุด จะเป็นตำแหน่งของการล็อคค่าแสง
(AE-L) ไม่ว่าจะหันกล้องไปในทางใดค่าแสงก็จะไม่เปลี่ยนตาม
แต่จะใช้ได้กับระบบบันทึกภาพแบบอัตโนมัติเท่านั้น
- ถัดจากปุ่มกดชัตเตอร์ลงมาเป็นจอ LCD ขนาดไม่ใหญ่มาก
แต่ก็สามารถแสงค่าตัวเลือกต่างๆ ในส่วนของการบันทึกภาพได้อย่างครบถ้วน
(ค่าการปรับตั้งของระบบดิจิตอลจะใช้จอ LCD อีกชุดทางด้านหลังใต้จอมอนิเตอร์)
ตั้งแต่ ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง ระบบเลื่อนภาพ
นับจำนวนภาพ ระบบโฟกัสที่ใช้งาน และระดับกำลังแบตเตอรี่
ใต้จอ LCD มีปุ่ม DRIVE ปรับตั้งได้โดยการกดปุ่มค้างไว้
แล้วหมุนวงแหวนควบคุมหลักไปยังตำแหน่งดังต่อไปนี้คือ
การเลื่อนภาพแบบทีละภาพ, แบบต่อเนื่อง, หน่วงเวลาถ่ายภาพ
2 หรือ 10 วินาที ถัดมาทางด้านขวา เป็นปุ่ม LIGHT
สำหรับเปิดไฟดูข้อมูลในจอ LCD

- ด้านหลังตัวกล้องบริเวณตำแหน่งนิ้วโป้งมือขวา
จะเป็นวงแหวนเลือกโหมดโฟกัส โดยเลือกการโฟกัสได้
3 แบบ ตั้งแต่ M (แมนนวลโฟกัส) SAF (โฟกัสทีละภาพ)
CAF (โฟกัสภาพต่อเนื่อง) การใช้งานทำได้สะดวก
โดยเฉพาะที่ตำแหน่ง M จะเป็นการปรับโฟกัสแบบแมนนวล
แต่เมื่อกดปุ่มที่อยู่ตรงกลาง วงแหวนเลือกโหมดโฟกัส
กล้องก็จะทำการหาโฟกัสแบบอัตโนมัติให้ ซึ่งเป็นการใช้งานที่สะดวกดีมาก
เพราะนั่นหมายถึงว่า สามารถใช้ระบบออโต้ และ แมนนวโฟกัสได้พร้อมๆ
กัน ใช้ได้กับเลนส์ทุกตัว ไม่เหมือนกับเลนส์ออโต้โฟกัส
ของยี่ห้ออื่น ที่ต้องปรับสวิตซ์เลือกฟังก์ชั่นนี้ที่ตัวเลนส์
ซึ่งมีใช้ในเฉพาะเลนส์ระดับโปรเท่านั้น เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบ
SAF หรือ CAF เมื่อกดปุ่มตรงกลาง จะเป็นการล็อคโฟกัสค้างไว้
- ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นปุ่มเลือกจุดโฟกัส โดยใช้ก้านโยกแบบจอยสติ๊กการใช้งาน
ทำได้สะดวกดีมาก วางจุดโฟกัสที่กลางภาพหนึ่งจุด
และอีก 4 จุด ถูกกระจายอยู่บนจุดตัดเก้าช่องพอดิบพอดี
ซึ่งเป็นการออกแบบที่น่าชมเชย เพราะการวางซับเจ็ค
ในการถ่ายภาพส่วนใหญ่ มักจะวางจุดสนใจเอาไว้ในจุดเหล่านี้พอดี
และหากต้องการเลือกจุดโฟกัสที่อยู่กึ่งกลางภาพ
ก็เพียงแต่กดปุ่มเลือกจุดโฟกัสลงไป กรอบโฟกัส
ก็จะกลับมาอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางภาพ อย่างรวดเร็ว
จึงทำให้การใช้งานจุดโฟกัสเหล่านี้ มีความคล่องตัวสูงมาก
- บริเวณฐานของปุ่มเลือกจุดโฟกัส จะเป็นวงแหวนที่มีคานโยกสำหรับล็อกจุดโฟกัส
และเมื่อวงแหวนนี้ชี้อยู่ที่ตำแหน่งสัญลักษณ์จุดโฟกัส
5 จุด จะเป็นการเลือกพื้นที่โฟกัส แบบแนวกว้าง
เมื่อโยกคานลงไปจนสุด (คานจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม)
กล้องจะทำการหาโฟกัส แบบพื้นที่แนวกว้าง ในตำแหน่งจุดโฟกัสทั้งห้าให้อัตโนมัติ
โดยโฟกัสในตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับตัวกล้องมากที่สุด
ในการทดสอบด้วยเลนส์ซูม 24-85 มม. พบว่าความเร็วในการโฟกัสทำได้รวดเร็ว
ไม่ต่างกับกล้องออโต้โฟกัสของ แคนนอนหรือนิคอน
ที่ใช้เลนส์แบบมอเตอร์ที่ตัวเลนส์มากนัก และปุ่มเลือกจุดโฟกัสแบบจอยสติ๊กนี้
ยังออกแบบเพิ่มอีกหนึ่งชุด อยู่ทางด้านล่าง สำหรับการใช้งานถ่ายภาพในแนวตั้ง
โดยฐานของบอดี้ ออกแบบให้เป็นกริปมือจับเช่นกัน
มีทั้งปุ่มกดชัตเตอร์
- แป้นหมุนหลักเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ ทางด้านหน้าข้างเม้าท์เลนส์ด้านซ้ายของตัวกล้อง
จะเป็นสวิทซ์เลือกระบบวัดแสง โดยสามารถเลือกระบบวัดแสงได้
3 แบบ คือ ระบบวัดแสงแบ่งพื้นที่ 5 ส่วน โดยจะทำงานสัมพันธ์กับกรอบโฟกัสทั้ง
5 จุด, ระบบวัดแสงเฉลี่ยหนักกลาง และเฉพาะจุด
ถัดไปด้านข้างเป็นปุ่มสำหรับปลดเลนส์ ส่วนข้างเม้าท์เลนส์ด้านขวา
จะเป็นไฟช่วยหาโฟกัสในที่มืด ถัดลงมาเป็นปุ่มสำหรับกดเพื่อวัดแสง
และปุ่มกดเช็กชัดลึก อยู่ทางด้านล่างสุด
- ช่องมองภาพของ N 1 มีความสว่างสูง มองเห็นภาพใสเคลียร์ดี
มองเห็นภาพ 95% และให้อัตราขยาย 0.73X และสามารถปรับแก้สายตาได้
-3 ถึง +1 ไดออปเตอร์ โดยใช้สวิตซ์หมุนด้านข้างของช่องมองภาพ
มีม่านปิดช่องมองภาพ เพื่อป้องกันแสงรบกวนเมื่อใช้ระบบหน่วงเวลาถ่ายภาพ
ร่วมกับโหมดบันทึกภาพอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้ค่าการวัดแสงผิดพลาด
สำหรับการแสดงผลภายในช่องมองภาพ แสดงผลได้ครบถ้วนตั้งแต่
ความเร็วชัตเตอร์, รูรับแสง, ระบบวัดแสง, นับจำนวนภาพ,
สเกลระบบวัดแสงแบบแมนนวล, สัญญาณเตือนแฟลชพร้อม
และเตือนการถ่ายภาพคร่อม

- N Digital ใช้แบตเตอรี่แบบ AA โดยระบุว่าให้ใช้
Ni-MH หรือจะใช้ไฟบ้านก็ได้ ผ่านชุดเอซีอะแดปเตอร์ที่แถมมาให้
ซึ่งในชุดมาตรฐาน จะแถมแบตเตอรี่มาให้ 4 ก้อนพร้อมกับเครื่องชาร์จ
ในการทดสอบ ผมใช้แบตเตอรี่หลายชุดเพราะต้องไปถ่ายภาพนอกสถานที่
หากไม่มีแบตเตอรี่สำรอง ก็จะถ่ายภาพไม่ได้เลย
ตามสเปคระบุว่าแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟเต็มจะถ่ายได้ประมาณ
300 ภาพ ที่อุณหภูมิห้องปรกติ ไฟล์ฟอร์แมท JPEG3
แต่ในการทดสอบโดยเปิดจอมอนิเตอร์สลับการเปิดเมนูเป็นบางครั้ง
จะถ่ายภาพได้ประมาณ 100-200 ภาพ และถ้าใช้แบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟสูงเช่น
1,800 หรือ 1.900 มิลลิแอมป์ก็จะถ่ายภาพได้มากขึ้นตามลำดับ
ปัจจุบันมีเครื่องชาร์จหลายยี่ห้อที่ชาร์จไฟได้เร็วเพียง
1 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้การใช้แบตเตอรี่แบบนี้เป็นทางเลือกที่ดีและประหยัดกว่า
- N Digital ไม่มีแฟลชในตัว แต่มีฮอทชูอยู่บนตัวกล้อง
สำหรับใช้ร่วมกับแฟลชเฉพาะกิจภายนอกรุ่น TLA360
โดยทำงานในระบบ TTL หรือวัดแสงแฟลชผ่านเลนส์ และสัมพันธ์กับกล้องอย่างเต็มระบบอาทิ
ช่วงทางยาวโฟกัส ความไวแสง หรือค่ารูรับแสงเป็นต้น
โดยข้อมูลต่างๆ จะไปแสดงบนจอ LCD ของแฟลชด้วย
และยังเลือกโหมดแฟลชอื่นๆ ได้อีกหลายอย่างเช่น
ระบบออโต้ แมนนวล หรือมัลติ เป็นต้น ในกรณีที่ต้องการใช้กล้องถ่ายภาพในสตูดิโอ
มีช่องต่อพ่วงแฟลชแบบ PC อยู่ทางด้านข้างใกล้ๆ
กับช่องอินเทอร์เฟส
- เลนส์เม้าท์ที่ใช้คือ Contax N เหมือนกับ N1
หรือ NX นั่นเอง เป็นเลนส์ Carl Zeiss ที่ออกแบบใหม่
ทำงานระบบออโต้โฟกัส ปัจจุบันมีให้เลือกใช้งาน
7 ตัวคือ 50F1.4, 100Macro F2.8, 17-35F2.8, 24-85F3.5-4.5,
28-80 F3.5-5.6, 70-200F3.5-4.5 และ 70-300F4-5.6
โดยในอนาคต จะมีเลนส์ระดับโปรตามออกมาอีกมากมาย
และเนื่องจากขนาด CCD ที่ใช้เท่ากับฟิล์ม 35 มม.พอดี
ทางยาวโฟกัสของเลนส์ จึงตรงกับที่ระบุไว้ในเลนส์แต่ละตัว
ไม่ต้องคูณเพิ่มทางยาวโฟกัส เนื่องจาก CCD มีขนาดเล็กเหมือนกับกล้องดิจิตอล
SLR รุ่นอื่นๆ (กรกฎาคม 2545)
Introduction
: Specification
: Design
: Operation : Display
: Menu
: Software
: Sample
: Comment
|
|
| |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
Copyright© 1998-2001,
IMAGE FOCUS Ltd.,Part.
|
|
| |