Canon EOS1D
Introduction : Specification : Design : Operation : Menu : Software : Sample : Comment


  • Posted / 2 May 2002...
    Design : การออกแบบ

  • ผมได้รับกล้อง Canon EOS 1D มาจากบริษัท แคนนอน มาร์เก๊ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในกล่อง สีดำ มีตัวอักษร D ขนาดใหญ่ เป็นการบอกให้ทราบว่า นี่คือกล้อง ดิจิตอล ภายในมีทั้ง กล้อง แบตเตอรี่ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ สายสะพาย สายรัดฝ่ามือ สายอินเทอร์เฟส IEEE1394 และ ซีดีรอม ซอพท์แวร์ต่าง ๆ ครบชุด พร้อมที่จะใช้งานได้เลย

  • เมื่อเปิดกล่องออกมาดู ก็พบกับกล้อง ดิจิตอล SLR ระดับโปร ตัวจริง ที่ชัตเตอร์เคยแนะนำ ไปแล้ว ตั้งแต่มีข่าว ออกมาใหม่ๆ EOS 1D เป็นกล้องที่ใช้พื้นฐาน มาจากรุ่น EOS 1V ซึ่งเป็น กล้องใช้ฟิล์ม 35 มม. รุ่นดีที่สุดของ Canon ในปัจจุบัน รูปร่างหน้าตา และการจัดวางตำแหน่ง ปุ่มปรับ ฟังก์ชั่น ต่างๆ ที่ใช้ในการถ่ายภาพ จึงเหมือนกัน เกือบทุกอย่าง ยกเว้นทางด้านหลัง ที่เปลี่ยนไปมาก มีทั้ง จอ LCD และอีกสารพัด ปุ่มฟังก์ชั่น สำหรับ การใช้งาน ทางด้านดิจิตอล หากคุณเคยใช้ EOS 1V มาก่อน จะใช้งานกล้องรุ่นนี้ได้ แทบจะทันที เพียงศึกษาฟังก์ชั่น ทางด้านดิจิตอล เพิ่มเติมอีก นิดหน่อยเท่านั้น แต่หากไม่คุ้นเคย ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เพราะปุ่มปรับต่างๆ ออกแบบ เน้นให้ใช้งานง่าย และรวดเร็วอยู่แล้ว

  • แรกสัมผัสกับกล้องตัวจริง ผมรู้สึกได้ทันทีถึง น้ำหนัก ที่ค่อนข้างมาก เฉพาะบอดี้ 1,250 กรัม เมื่อรวมกับ แบตเตอรี่ อีก 335 กรัม รวมเป็น 1,585 กรัมทีเดียว แม้ว่าโครงสร้างหลัก ของบอดี้ จะเป็นวัสดุประเภท อลูมินั่ม ที่มี น้ำหนักเบา นั่นแสดงให้เห็นว่า ภายใน ของกล้องตัวนี้ มีสิ่งต่างๆ มากมาย อัดแน่นรวมกันอยู่ และใช้วัสดุประเภท โลหะ มากกว่า พลาสติก เพื่อให้ผู้ใช้ ที่เป็นช่างภาพมืออาชีพ มั่นใจว่า กล้องรุ่นนี้ จะแข็งแรง ทนทาน ต่อการใช้งาน ในทุกรูปแบบ

  • การจับถือกล้อง มีความถนัด และกระชับมือดีมาก กริปมือจับขนาดใหญ่ และ สันนูนด้านหลัง ออกแบบให้โค้งเว้า รับกับอุ้งมือพอดี หากพลิกกล้องเพื่อถ่ายภาพ ในแนวตั้ง การจับถือ จะถนัด ใกล้เคียงกันมาก แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเลย อีกทั้งปุ่มปรับทุกอย่าง ในตำแหน่งนิ้วชี้ และ นิ้วโป้งจะมีให้ครบ ทั้งการใช้งานแนวนอน หรือแนวตั้ง นอกจากนี้ Canon ยังแถมสายรัดฝ่ามือ มาให้ด้วย เหมาะสำหรับ ช่างภาพข่าว หรือกีฬา ที่ต้องการความคล่องตัวสูง ไม่ต้องกลัวว่า กล้องจะหลุดจากมือ แม้ว่าจะไม่ได้ คล้องสายสะพายก็ตาม

  • สีภายนอกของบอดี้ เป็นสีดำล้วน ผิวมีลายหยาบเล็กน้อย และหุ้มด้วยหนัง ปั๊มลายหยาบ ในส่วนต่างๆ ทำให้การจับถือ ไม่ลื่นหลุดง่ายๆ

  • ทางด้านบนจะเห็นว่า แทบไม่ต่างกับ EOS 1V เลย มีจอ LCD ขนาดใหญ่อยู่ทางขวา ใช้แสดง ข้อมูลต่างๆ พร้อมปุ่มเปิดไฟ สำหรับดูข้อมูลในที่มืด ส่วนทางซ้าย มีปุ่มปรับเพียง 3 ปุ่ม แต่ใช้งาน ร่วมกัน ทำให้เลือก โหมดต่างๆ ได้ถึง 6 โหมดคือ ระบบเลื่อนภาพ ระบบออโต้โฟกัส โหมดบันทึกภาพ เลือกความไวแสง ระบบชดเชยแสง และเลือกระบบวัดแสง
           



  • มาดูทางด้านข้างของบอดี้ ทางซ้ายล่าง มีสวิตซ์แบบบิดหมุน ใช้เปิดปิดปุ่มกดชัตเตอร์ และปุ่มปรับ ฟังก์ชั่น สำหรับการถ่ายภาพ ในแนวตั้ง ส่วนภาพขวา จะเห็นว่า มีฝาครอบช่ออินเทอร์เฟส ที่ออกแบบ ได้อย่างดี โดยฝาครอบจะติดกับตัวกล้อง เมื่อเปิดออก สามารถหมุน ไปทางด้านหลัง หากใช้งานเสร็จ ก็หมุนกลับมา ปิดช่องอินเทอร์เฟสได้ เหมือนเดิม ไม่ต้องกลัวว่าจะ สูญหาย ทางด้านบน เป็นช่องต่อ สายซิงค์แฟลช แบบ PC และช่องต่อสายรีโมทคอนโทรล ส่วนด้านล่าง เป็นช่อง อินเทอร์เฟส แบบ IEEE1394 ซึ่ง Canon แถมสายมาให้ด้วย ช่วยประหยัดเงิน ไปได้ หลายพันบาททีเดียว และอ ินเทอร์เฟสแบบนี้ ทำให้ การโหลดภาพ จากการ์ด ไปยังคอมพิวเตอร์ เร็วกว่าแบบ USB ถึง 20 เท่าทีเดียว และยังสามารถ ควบคุมกล้อง จากทางหน้าจอ คอมพิวเตอร์ ได้ด้วยซอพท์แวร์ ที่แถมมาให้พร้อมกัน
       


     


  • ทางด้านหลังกล้อง มีจอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 2 นิ้ว ความละเอียด 120,000 จุด ปิดทับด้วยแผ่น พลาสติกใส เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนต่างๆ โดยครอบคลุม ต่อเนื่อง ลงไปถึง จอแสดงผล LCD ชุดที่สอง ที่อยู่ใต้จอ มอนิเตอร์ สามารถปรับเพิ่มลดความสว่าง ของมอนิเตอร์ได้ 5 ระดับ จากการทดสอบ พบว่า ภาพที่แสดงนั้น ชัดเจนดีมาก สีสันถูกต้องตรงกับสภาพจริง ของวัตถุ (ทดสอบโดย ปรับไวท์บาลานซ์ ที่ตำแหน่งออโต้)

  • ช่องมองภาพของ EOS 1D ทำได้ดีเยี่ยม แม้ว่า CCD จะมีขนาดเล็กกว่าฟิล์ม 35 มม. แต่ ภาพที่เห็นในช่องมอง มีขนาดใหญ่ มองเห็นภาพชัดเจน และมองได้ห่างถึง 20 มม. ทำให้ ช่างภาพที่สวมแว่นตา มองเห็นภาพได้เต็มเฟรม เหมือนกับคนที่สายตาปรกติ ขนาดภาพ ที่มองเห็น เท่ากับภาพจริงที่ได้ (100%) แก้วที่ช่องมอง มีการเคลือบพิเศษ ป้องกันฝ้าได้ (Anti-fog) ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน ในอุณหภูมิต่ำหรือสูง กว่าปรกติ ทางด้านซ้าย มีแป้นวงกลม ใช้หมุน ปรับชดเชยสายตา สั้นหรือยาว -3 ถึง +1 ไดออฟเตอร์ จอรับภาพ แบบมาตรฐาน รุ่น Ec-CIII มีความสว่างสูงมาก ช่วยให้มองเห็นภาพ ได้ชัดเจน แม้ใช้งาน ในสภาพแสงน้อย สามารถถอดเปลี่ยนได้ 9 แบบ เพื่อความเหมาะสม กับการใช้งาน ในรูปแบบต่างๆ

  • การแสดงผล ในช่องมองภาพ มีให้ครบทุกอย่าง เท่าที่ช่างภาพ มืออาชีพ ต้องการ จอภาพแสดงจุดโฟกัส มากถึง 45 จุด ครอบคลุมพื้นที่ เกือบทั่วทั้งภาพ แม้ว่า จะมีจุดโฟกัส มากมายขนาดนี้ แต่หากไม่แตะปุ่มกดชัตเตอร์ ก็จะไม่มีจุดโฟกัส ที่เป็นกรอบสี่เหลี่ยม สีแดง ปรากฏให้เห็น เกาะกะ ในช่องมอง มีเพียงเส้นกรอบ วงกลม ตรงกลาง และวงรี ขนาดใหญ่ แบบจางๆ เท่านั้น สามารถเลือก ให้กล้องปรับโฟกัส อัตโนมัติ จาก 45 จุด หรือแสดงเพียง 11 หรือ 9 จุด ด้วยคัสตอม ฟังก์ชั่น ที่ 13

  • ทางด้านขวาของจอภาพ มีบาร์กราฟ ใช้แสดงค่าการเปิดรับแสง แบบคู่ แถวแรก สำหรับแสงธรรมชาติ แถวที่สอง สำหรับแสงแฟลช ถัดลงไป คือตัวเลข จำนวนภาพ ที่ยังสามารถ ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ นับจำนวนภาพ และล่างสุด มีตัวอักษร JPEG เพื่อเตือนให้ทราบว่า กำลังเลือกไฟล์ฟอร์แมท JPEG นับว่า มีประโยชน์มาก หากไม่มีอักษรนี้ หมายถึง กำลังเลือกฟอร์แมท RAW

  • ทางด้านล่าง ของจอภาพ แสดงข้อมูลต่างๆ มากมาย เริ่มจาก ตัวอักษร M หมายถึงโหมด บันทึกภาพ แบบแมนนวล ถัดไปคือ ล๊อคความจำแสง ถ่ายภาพคร่อม เตือนแฟลชพร้อม โหมดแฟลชไฮสปีด ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง ชดเชยแสง ความไวแสง นับจำนวนภาพ นับถอยหลังถ่ายภาพ หน่วงเวลา และจุดวงกลม ยืนยันโฟกัสชัด


    แบตเตอรี่สำรอง อยู่ภายในช่อง บรรจุ แบตเตอรี่แพค ใช้แบบ ลิเธี่ยม CR2025 อายุการใช้งาน นานมากถึง 10 ปี

 Introduction : Specification : Design : Operation : Menu : Software : Sample : Comment

 


Copyright© 1998-2003, IMAGE FOCUS Ltd.,Part.

Tel. 0-2911-5264, 0-2911-5265, 0-2585-5230 ; FAX : 0-2587-3890
E-mail : imagefoc@samart.co.th



FastCounter
by bCentral
Visitors since Aug 2001