Canon EOS 1Ds
 
CMOS 11 ล้านพิกเซล

 ยี่ห้อ/รุ่น : Canon EOS-1Ds
 ปีที่ผลิต : กันยายน 2545
 ระดับผู้ใช้ : มืออาชีพ
 ความคุ้มค่า : * * * *
 ราคาจำหน่ายในปัจจุบัน : โทรถาม
 ราคากล้องมือสองประมาณ : -
 ตัวแทนจำหน่าย : แคนนอนมาร์เก็ตติ้ง
 Review : 18 July 2003



ผมได้พบและสัมผัสกับ EOS 1Ds ตัวจริงก่อนงาน Photokina 2002 จะเริ่มต้นเพียง 1 วัน ที่บูธของ Canon เมื่อลองจับดูก็มีความรู้สึกที่ไม่ต่างกับ EOS1D ทั้งขนาดและน้ำหนัก แต่หลังจากได้ลองกดชัตเตอร์ก็รู้ได้ทันทีว่า การบันทึกภาพช้ากว่า EOS 1D พอสมควร เนื่องจากไฟล์ภาพมีขนาดที่ใหญ่กว่ากันมาก อย่างไรก็ตามความเร็วในการถ่ายถาพยังทำได้ถึง 3 ภาพ/วินาที ติดต่อกัน 10 ภาพ ไม่ว่าจะเลือกฟอร์แมท JPEG หรือ RAW ก็ตาม เพียงพอกับการใช้งานทั่วๆ ไป และดูเหมือนจะเหมาะกับงานถ่ายภาพที่ต้องการความละเอียดสูงมากๆเป็นหลัก ส่วนช่างภาพข่าวหรือกีฬา น่าจะพอใจกับรุ่น EOS1D มากกว่า เพราะความละเอียด 4 ล้านพิกเซลนั้นเพียงพอกับการใช้งานแล้ว แถมยังมีราคาถูกกว่าเกือนครึ่งทีเดียว

EOS1Ds เป็นกล้องที่ออกแบบได้ดีจนแทบจะไร้ที่ติ บอดี้เป็นแมกนีเซียมที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา ใช้โครงสร้างพื้นฐานมาจากรุ่น EOS-1V ซึ่งเป็นกล้องใช้ฟิล์มรุ่นสูงสุดของ Canon มีการซีลรอยต่อต่างๆช่วยป้องกันน้ำและความชื้นได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่างภาพมืออาชีพประเภทงานถ่ายภาพกลางแจ้งต้องการมาก เมื่อได้ลองจับถือกล้องจะรู้สึกได้ทันทีถึงความกระชับมือไม่ว่าจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน จะมีปัญหาบ้างก็เรื่องน้ำหนักเท่านั้นเอง

EOS-1Ds กล้องดิจิตอล SLR ระดับมืออาชีพ ที่มีการกล่าวถึงอย่างมาก ในวงการกล้องดิจิตอลวันนี้ เพราะมีประสิทธิภาพสูงมากที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะ ระบบการทำงานที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน เช่นเดียวกับ EOS-1V กล้องใช้ฟิล์มระดับมืออาชีพรุ่นสูง สุดของ Canon แต่ที่สำคัญมากที่สุดคือ เซ็นเซอร์ภาพมีขนาดเท่ากับฟิล์ม 35 มม. ให้ความละเอียดสูงสุด มากถึง 11 ล้านพิกเซล และนั่นคือสิ่งที่ทุกคนต้องการนั่นเอง

EOS-1Ds มีระบบการทำงานโดยรวมใกล้เคียงกับ EOS 1D มาก รายละเอียดภายนอกก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน เช่น ระบบออโต้โฟกัส 45 จุด ระบบวัดแสงแบ่งพื้นที่ 21 โซน ระบบ Active Mirror Control ระบบ TTL แฟลชไร้สาย โครงสร้างบอดี้แมกนีเซียมอัลลอยด์ และอื่นๆ อีกมากมาย EOS-1Ds มีน้ำหนักมากกว่า EOS-1D เพียง 12 กรัมเท่านั้น แต่เซ็นเซอร์ภาพที่เพิ่มความละเอียดจาก 4.15 ล้านพิกเซล (CCD) มาเป็น 11.1 ล้านพิกเซล (CMOS) เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 3 เท่า ช่วงความไวแสงเริ่มต้นที่ ISO100 สูงสุด 1250 เลือกให้ต่ำลงเหลือ ISO50 ได้ ส่วนความเร็วชัตเตอร์ลดลงจากเดิม 1/16,000 วินาที เหลือ 1/8,000 วินาที และสัมพันธ์แฟลชสูงสุด 1/250 วินาที ส่วนความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดทำได้ที่ 3 เฟรม/วินาที ติดต่อกันรวดเดียว 10 ภาพ

คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่น เลือกปรับไวท์บาลานซ์ได้ 10 โหมด พร้อมระบบถ่ายภาพคร่อมไวท์บาลานซ์อัตโนมัติ จอมอนิเตอร์ขนาด 2 นิ้วแบบ LCD มีโหมดสีให้เลือก 2 แบบคือ sRGB และ Adobe RGB เลือกคัสตอมฟังก์ชั่นได้ 21 แบบ เลือกไฟล์ฟอร์แมทได้ทั้ง RAW และ JPEG จัดเก็บภาพด้วยการ์ด CF Type I/II รวมทั้ง Microdrive มีอินเทอร์เฟสความเร็วสูง IEEE-1394 (FireWire) โครงสร้างบอดี้กันน้ำได้ ใช้แบตเตอรี่แพค NP-E3 (NiMH) EOS-1D ใช้เซ็นเซอร์แบบ CCD แต่ EOS-1Ds เปลี่ยนมาใช้ CMOS ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ภาพที่มีค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำกว่า เซ็นเซอร์แบบ CMOS นี้ออกแบบและผลิตโดย Canon เองทั้งหมด ขนาด 24 x 36 มม. เท่ากับฟิล์ม 35 มม.พอดี ทำให้ได้ทางยาวโฟกัสเท่ากับเลนส์ที่ใช้จริงๆ เช่น 50 มม. ก็ได้ที่ 50 มม.นั่นเอง โครงสร้างบอดี้ EOS-1Ds ทำจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ หล่อเป็นชิ้นเดียว มีการซีลรอยต่อและปุ่มปรับทุกจุดป้องกันความชื้น ฝุ่นละอองและหยดน้ำได้อย่างเด็ดขาด

ตัวกล้องดูบึกบึนแข็งแกร่ง เหมาะสำหรับการใช้งานหนักทุกรูปแบบ โดยมีน้ำหนักเกือบ 1.3 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่และการ์ด CF) เมื่อนำกล้อง EOS-1Ds มาดูจะพบว่าหน้าตา ขนาดและปุ่มปรับต่างๆ เหมือนกับ EOS-1D ทุกอย่าง มีส่วนของกริปมือจับที่ใช้งานได้ถนัดและเหมาะมือไม่ว่าจะถ่าย ภาพในแนวตั้งหรือแนวนอนก็ตาม และมีสวิตซ์ On/Off เพื่อเลือกเปิดหรือปิดปุ่ม ชัตเตอร์ และแป้นหมุนควบคุมการทำงานชุดที่สองอยู่ทางด้านข้างของบอดี้ ด้านบนมีจอแสดงผล LCD ขนาดใหญ่แสดงข้อมูลต่างๆ ครบถ้วน พร้อมปุ่มเปิดไฟดูข้อมูลในที่มืด ปุ่มชดเชยแสง ปุ่มล็อคความจำแสง เลือกโหมดระบบโฟกัส ความไวแสง เป็นต้น และมีฮอทชูสำหรับแฟลชเฉพาะกิจระบบ E-TTL หรือจะใช้ช่องซิงค์แฟลชแบบ PC ที่อยู่ทางด้านข้างบอดี้เพื่อใช้กับแฟลชสตูดิโอก็ได้ ด้านหลังมีช่องมองภาพที่มีความสว่างสูง มองเห็นภาพเต็มเฟรมเหมือนกับ EOS-1V ที่ใช้ฟิล์ม 35 มม. สามารถปรับชดเชยสายตาได้ และมีชัตเตอร์ปิดช่องมองภาพในตัว

จอมอนิเตอร์ LCD มีขนาด 2 นิ้ว ใช้พรีวิวและเปิดชมภาพที่บันทึกไปแล้ว และแสดงฟังก์ชั่นเมนูต่างๆ ใต้จอมีจอแสดงผล LCD สำหรับแสดงข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติม EOS-1Ds มีระบบปรับสมดุลย์แสงขาวหรือไวท์บาลานซ์ที่ดีมาก เลือกใช้งานได้มากถึง 10 โหมด เริ่มจาก ออโต้ โดยใช้ เซ็นเซอร์ 2 ชุดคือที่ CMOS และที่ช่องแสงทางด้านหน้ากล้อง วิเคราะห์อุณหภูมิสีให้ถูกต้องอัตโนมัติ แต่ถ้าใช้แสงจากธรรมชาติ ก็สามารถเลือกไปที่โหมด Daylight หรือถ้าถ่ายภาพกลางแจ้งในที่ร่มก็เลือกโหมด Shade ซึ่งจะให้อุณหภูมิสี 7,000 องศา เคลวิน

คุณสมบัติที่น่าสนใจอีกอย่างของ EOS-1Ds คือสามารถถ่ายภาพให้ได้ไฟล์ฟอร์ แมทพร้อมกันทั้ง RAW และ JPEG โดยที่ความเร็วในการถ่ายภาพยังคงเดิม ไฟล์ฟอร์ แมท RAW เหมาะสำหรับการใช้กับงานพิมพ์ ส่วนไฟล์ JPEG จะช่วยให้เปิดชมภาพได้รวดเร็วกว่า การโหลดภาพจากกล้องไปยังคอมพิวเตอร์นั้นใช้อินเทอร์เฟส IEEE 1394 หรือ FireWire และมีสายเคเบิลใหม่ยาวถึง 4.5 เมตรเหมาะสตูดิโอถ่ายภาพ โดยตำแหน่งกล้อง กับคอมพิวเตอร์ จะอยู่ห่างกันได้มากขึ้น และ EOS-1Ds ยังรองรับระบบ FAT32 ทำให้ใช้กับการ์ดความจุ 2GB หรือมากกว่าได้

ฟังก์ชั่นทางด้านการถ่ายภาพของ EOS-1Ds จะคล้ายกับกล้องฟิล์มรุ่น EOS-1V และแม้ว่าจะเป็นกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดสูงถึง 11 ล้านพิกเซล แต่ก็ยังถ่ายภาพ ต่อเนื่องได้เร็วถึง 3 ภาพ/วินาที ติดต่อกัน 10 ภาพ ก่อนที่จะจัดเก็บลงในการ์ด CF หรือ Microdrive ช่วงความเร็วชัตเตอร์ทำ ได้สูงสุด 1/8000 วินาที และต่ำสุด 30 วินาที แบ่งละเอียดชั้นละ 1/3 EV สัมพันธ์แฟลชแบบ X ที่สูงสุด 1/250 วินาที ระบบออโต้โฟกัส 45 จุด เลือกเองอัตโนมัติ หากจุดโฟกัสที่เลือกไว้มีการเปลี่ยน แปลงตำแหน่งกล้องจะปรับตามอัตโนมัติ หรือ จะเลือกเองก็ได้แบบแมนนวลทั้ง 45 จุด, 11 จุด หรือ 9 จุดก็ได้ โดยพื้นที่ของเซ็นเซอร์ทั้งหมดมีขนาด 8 x 15 มม. ของกรอบภาพ

คัสตอม : เป็นฟังก์ชั่นสำหรับการปรับแต่งค่าตัวเลือกระบบการทำงานต่างๆ จะคล้ายกับในรุ่น EOS-1V เลือกใช้ได้ 21 แบบ เช่น เลือกให้แสดงผลในช่องมองขณะบันทึกภาพเลือกให้ลั่นชัตเตอร์ได้ เมื่อไม่มีการ์ด CF เลือกเพิ่มลดค่าไวแสง เลือกวิธีการล๊อคโฟกัสและความจำแสง เลือกการแสดงข้อมูลบนจอ LCD ทางด้านหลัง เลือกถ่ายภาพคร่อมเลือกเปิดปิดแสงช่วยหาโฟกัส เลือกล๊อคกระจกสะท้อนภาพ เลือกจำนวนจุดออโต้โฟกัสและเลือกระบบสัมพันธ์แฟลชที่ม่านชัตเตอร์ชุดที่หนึ่งหรือสองเป็นต้น

นอกจากคัสตอมและยังมีโหมดที่เรียกว่า เพอร์โซนอล ฟังก์ชั่น ให้ผู้ใช้ปรับเลือกการทำงานได้อีกถึง 31 รูปแบบ ระบบวัดแสงของ EOS-1Ds มีระบบที่ก้าวหน้ามาก เลือกใช้งานได้ถึง 6 รูปแบบ เริ่มจากระบบแบ่งพื้นที่ 21 โซน โดยเน้นไปที่จุดโฟกัสของภาพ และคำนวณ ปริมาณแสงที่แตกต่างกันในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งภาพเพื่อหาค่าแสงที่เหมาะสมมากที่สุด ถัดมาคือระบบวัดแสงพาร์เทียล โดยเน้นพื้นที่กลางภาพ 8.5% และพื้นที่อื่นๆ ที่ถูกแบ่งออกเป็น 5 โซน แต่ถ้าต้องการเน้นเฉพาะจุดจะมีระบบที่วัดเฉพาะจุดพื้นที่ 2.4% กลางจอภาพ หรือจะเลือกวัดแสงเฉพาะจุดสัมพันธ์กับจุดโฟกัสที่เลือกไว้ก็ได้ (9 หรือ 11 จุด) และอีกแบบคือคำนวณแสงจากจุดโฟกัสหลายๆ จุด แล้วนำมาเฉลี่ยหาค่าแสงที่เหมาะสม สุดท้ายคือระบบวัดแสงเฉลี่ยหนักกลางที่คำนวณค่าแสงเฉลี่ยทั้ง 21 โซน โดยเน้นตรงกึ่งกลางภาพเป็นหลัก

ทางด้านการตอบสนองในการลั่นชัตเตอร์ของ EOS-1Ds ทำได้ดีพอๆ กับกล้องฟิล์ม EOS-1V โดยใช้เวลาการลั่นชัตเตอร์ หรือ Time Lag เพียง 55 มิลลิวินาทีเท่านั้น และระหว่างที่มีการบันทึกภาพจะใช้เวลาในการบันทึกภาพต่อไปเพียง 87 มิลลิวินาที โดยมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Active Mirror Control ควบคุมการดีดตัวขึ้นลงของกระจกสะท้อนภาพ ทำให้มีการสั่นสะเทือนน้อยมาก และเห็นภาพที่คงที่ในช่องมองภาพ

อุปกรณ์เสริม
EOS-1Ds มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้มากมาย ตั้งแต่เลนส์ EF ทุกรุ่นที่ใช้ได้ โดยไม่ต้องคูณทางยาวโฟกัสเพิ่มแต่อย่างใด รวมทั้งเทเลคอนเวอร์เตอร์ ท่อต่อเลนส์ และฟิลเตอร์แบบต่างๆ ของ Canon ส่วนแฟลชเฉพาะกิจมีรุ่น Speedlite 550 EX ซึ่งเป็นแฟลชรุ่นท๊อปสุด และแฟลชวงแหวน Macro Ring MR-14EX กับ Macro Twin MT-24EX สำหรับงานถ่ายภาพมาโครระยะใกล้ นอก จากนี้ยังมีแบตเตอรี่แพค NiMH รุ่น NP-E3 สายอินเทอร์เฟส IEEE1394 ขนาด 2 หรือ 4.5 เมตร และชุดคิท Data Verification

ซอพท์แวร์
ซอพท์แวร์ ใหม่ที่ออกมาพร้อมกล้อง EOS-1Ds เป็นแบบ Stand-alone หรือซอพท์แวร์เดี่ยว ไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมอื่นเช่น Photoshop โดยสามารถอ่านไฟล์ฟอร์แมท RAW เพื่อโปรเซสภาพ ก่อนที่จะทำการบันทึกใหม่เป็นฟอร์แมทอื่นๆ เช่น TIFF หรือ JPEG สำหรับนำภาพไปใช้งานต่อไป และยังใช้ประโยชน์ในการปรับแต่งระบบการทำงานของกล้องตามที่ต้องการ รวมทั้งมีระบบการจัดการภาพที่หลากหลาย สามารถปรับแต่งภาพได้หลายอย่าง หรือจะใช้ซอพท์แวร์ Remote Capture ควบคุมการถ่ายภาพจากคอมพิวเตอร์ก็ได้ โดยเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เฟสที่แถมมาให้พร้อมตัวกล้อง จะเลือกถ่ายทีละภาพ ต่อเนื่อง ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ หรือตั้งเวลาบันทึกภาพเป็นช่วงๆ ก็ได้ ส่วนการจัดเก็บภาพจะเลือกให้บันทึกลงในการ์ด CF เหมือนเดิมหรือจะบันทึกลงในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ก็ได้
 

< หากคุณเริ่มต้นการถ่ายภาพดิจิตอล อ่านศัพท์เกี่ยวกับระบบภาพดิจิตอลได้ที่นี่ >


 

 


Developed for, and best viewed with the latest versions of:
 

This web site is Copyright 2003, Any part may NOT be reproduced
in any electronic or printed medium without prior permission from IMAGE FOCUS.
Copyright© 1998-2003, IMAGE FOCUS Ltd.,Part.

Tel. 0-2911-5264, 0-2911-5265, 0-2585-5230 ; FAX : 0-2587-3890
E-mail : info@shutterphoto.com



FastCounter
by bCentral
Visitors since Aug 2001