
ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ คือสิ่งสําคัญที่ทําให้ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ปรกติเราจะใช้ความ เร็วชัตเตอร์ที่สูงกว่าทางยาวโฟกัสเลนส์ เช่น เลนส์ 55 มม. ควรใช้ 1/60 วินาทีขึ้นไป แต่ถ้าเป็นเลนส์ 200 มม. หรือมากกว่า ควรใช้ขาตั้งกล้องทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้ภาพที่คมชัดมากที่สุด
ในการถ่ายภาพกลางแจ้ง เลนส์ซูมขนาด 18-55 มม. หรือ 18-70 มม. ยังไม่มีความ จําเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องมากนัก เพราะ เมื่อใช้ถ่ายภาพกลางแจ้งจะได้ความเร็วชัตเตอร์ค่อนข้างสูง แต่ถ้าถ่ายภาพในที่ร่ม ในอาคาร หรือกลางคืนที่มีสภาพแสงน้อยมาก ต้องใช้ขาตั้งกล้อง เพื่อให้ภาพที่ได้คมชัด หากใช้เลนส์มุมกว้าง ถ่ายภาพทิวทัศน์ เรามักเลือกค่ารูรับแสงเล็ก เพื่อให้ได้ระยะชัดลึกสูง และใช้ความไวแสงต่ำเช่น ISO 100 เพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพดีที่สุด สภาพแสงที่ดีสําหรับ ภาพทิวทัศน์มักจะเป็นเช้า หรือเย็นซึ่งปริมาณความเข้มแสงน้อย ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ทําให้ความเร็วชัตเตอร์ที่ใช้ต่ำมาก จนไม่สามารถ ถือกล้องถ่ายภาพด้วยมือได้
ขาตั้งกล้องมีให้เลือกใช้มากมายหลายรุ่น ทั้งขนาดเล็กชนิดพับเก็บได้ ขนาดเพียงหนึ่งคืบ และหนักไม่เกิน 500 กรัม ไปจนถึงขนาดใหญ่โต น้ำหนักมากสําหรับกล้องขนาดใหญ่มากๆ หากคุณเป็นเพียงนักถ่ายภาพสมัครเล่น ควรเลือกขาตั้งกล้องขนาดกลาง น้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม แม้ว่าขนาดที่ใหญ่และหนักกว่านี้จะมีความมั่นคง แข็งแรงกว่า แต่มันจะเป็นภาระ ในการนําไปใช้ถ่ายภาพในที่ต่างๆ
ขาตั้งกล้องขนาดเล็กย่อมสู้ขนาดที่ใหญ่กว่าไม่ได้ในด้านความมั่น คงของกล้อง ขาตั้งระดับมืออาชีพบางยี่ห้อเช่น Giottos ใช้วัสดุที่เบาและแข็งแกร่งเรียกว่า คาร์บอนไฟเบอร์ เทียบกับขาตั้งขนาดเดียวกันแล้วจะมีน้ำหนักที่เบากว่า 30-50% (ดูรายละเอียดและราคาได้ที่เวบไซต์ www.shutterprocenter.com)
การปรับกางของขาตั้งกล้องมี 2 แบบ คือ แบบคงที่ ขาทั้งสามกางออก พร้อมกัน และถูกบังคับให้กางได้สุดด้วยแขนโลหะเล็กๆ 3 แขน ซึ่งยึดระหว่างแกนกลาง กับขาทั้งสาม อีกแบบหนึ่งคือ แบบขาแยกอิสระ ขาทั้งสามขา จะมีระบบปลดล๊อคแยกเป็นอิสระ และกางขาออกได้กว้างมาก สามารถกางราบกับพื้นได้ เหมาะสําหรับการถ่ายภาพมุมต่ำ หรือสภาพ
ที่มีพื้นไม่เรียบเช่น ตามโขดหิน เป็นต้น |
ขาตั้งกล้องแบบต่างๆ
1. ขาตั้งขนาดเล็ก น้ำหนักเบาไม่เกิน 1 กิโลกรัม เหมาะสําหรับ กล้องคอมแพค 35 มม. หรือคอมแพคดิจิตอล
2. ขาตั้งขนาดกลาง สําหรับกล้อง 35 มม. SLR ทั่วๆ ไป น้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม มีทั้งแบบขาคงที่ทั้ง 3 ขา และ แบบอิสระแต่ละขากางออกได้ในมุมที่แตกต่างกัน บางรุ่น
กางราบกับพื้นได้
3. ขาตั้งชนิด คาร์บอนไฟเบอร์ เป็นวัสดุที่แข็งแกร่งมีน้ำหนักเบา แต่ราคาสูงกว่าขาตั้งกล้องที่ทําจากโลหะหรืออลูมิเนียมทั่วๆ ไปมาก
4. ขาตั้งกล้องขนาดใหญ่ น้ำหนัก 5-10 กิโลกรัม เหมาะสําหรับ กล้อง 35 มม. ที่ใช้เลนส์เทเลโฟโต้ขนาดใหญ่ หรือกล้องขนาดกลาง ถ้าเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ จะมีน้ำหนักเบากว่ามาก
5. ขาตั้งเดี่ยวหรือโมโนพอด เหมาะสําหรับ งานถ่ายภาพ ที่ต้องการความรวดเร็ว ช่วยลดการสั่นไหวในแนวตั้งได้ สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้ต่ำกว่าปรกติ 2-3 สตอป แต่ไม่เหมาะ กับการถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำมากๆ เช่น 1/8 วินาทีหรือต่ำกว่า |