คุณสมบัติเด่น - Feature
Alpha 700 สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 5 ภาพต่อวินาที ต่อเนื่อง 18 ภาพที่ฟอร์แมท RAW และถ่ายได้ต่อเนื่องจนเต็มความจุของการ์ดในฟอร์แมท JPEG รวมทั้งได้ปรับปรุงระบบโฟกัสใหม่ให้มีการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้น โดยได้พัฒนาเซ็นเซอร์แนวตั้ง 2 เส้นและแนวนอน 2 เส้น และเซ็นเซอร์สำหรับเลนส์ที่มีรูรับแสง 2.8 หรือกว้างกว่าอีกหนึ่งเส้น มีจุดโฟกัสทั้งหมด 11 จุด กินพื้นที่ในระนาบกว้าง เพื่อความแม่นยำในการโฟกัส ซึ่งระบบโฟกัสแบบใหม่นี้ จะช่วยให้ถ่ายภาพกีฬาหรือภาพที่วัตถุเคลื่อนที่ตลอดเวลาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
โซนี่ อัลฟ่า 700 มีระบบกำจัดฝุ่นโดยที่หน้าเซ็นเซอร์ภาพ หากมีฝุ่นมาเกาะที่หน้าเซ็นเซอร์ จะใช้คลื่นสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นหลุดออกไป ช่วยแก้ปัญหาที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำในกล้องแบบ DSLR ที่มีการถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ และ Low-pass filter ยังช่วยในการกรองแสงที่ผ่านไปยังเซ็นเซอร์รับภาพมีความสดใสไม่ขุ่นมัวอีกชั้นหนึ่งด้วย
การปรับค่าการทำงานต่างๆ ของกล้องสามารถปรับตั้งได้จากเมนู แต่โซนี่ก็ได้เพิ่มระบบการปรับตั้งที่รวดเร็ว โดยใช้ปุ่ม Quick Navi ที่ออกแบบใหม่ ซึ่งใช้งานร่วมกับปุ่มฟังก์ชั่นและแป้น Control Dial โดยเมื่อกดปุ่มฟังก์ชั่น ข้อมูลของการถ่ายภาพ อาทิ ความเร็วชัตเตอร์, ขนาดของรูรับแสง, ค่า ISO, ไวท์บาลานซ์ หรือ คุณภาพของไฟล์ภาพ เป็นต้น จะโชว์ที่จอ LCD ผู้ใช้สามารถใช้ Quick Navi ปรับเลือกโหมดที่ต้องการปรับเปลี่ยนและใช้แป้น Control Dial ตั้งค่าที่ต้องการได้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการถ่ายภาพที่จำเป็นและใช้งานบ่อยๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยไม่ต้องไปปรับตั้งที่เมนูให้ยุ่งยาก

คุณสมบัติที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือฟังก์ชั่น D-Range Optimizer ที่ช่วยแก้ปัญหา เรื่องการถ่ายภาพในสภาพแสงที่มีปริมาณแสงแตกต่างกันมาก เช่น การถ่ายภาพบุคคลย้อนแสง ซึ่งกล้องทั่วๆ ไปในสภาพแสงแบบนี้จะทำให้ใบหน้าคนดำมืด ขาดรายละเอียด แต่เมื่อใช้ฟังก์ชั่นนี้ กล้องจะบันทึกภาพ ให้มีรายละเอียดครบถ้วนทั้งที่ใบหน้าคนและที่ฉากหลัง ทั้งนี้เป็นผลมาจากชุดเซ็นเซอร์ภาพ Exmor CMOS ที่มีค่าไดนามิกเร้นจ์กว้างมากนั่นเอง สามารถบันทึกโทนภาพได้ตั้งแต่โทนสว่างไปจนถึงโทนมืด ให้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ และยังเลือกใช้งานได้หลายแบบตั้งแต่ Standard mode บันทึกภาพให้มีรายละเอียดชัดเจนทั้งโทนภาพและคอนทราสท์ หากเลือกใช้ Advanced mode กล้องจะแบ่งแยกโทนภาพและให้คุณเลือกปรับแต่งได้อย่างละเอียด 5 แบบ เพื่อให้ได้ภาพในแบบที่คุณต้องการ และยังมีฟังก์ชั่นถ่ายภาพคร่อม D-Range Optimizer โดยกล้องจะบันทึกภาพที่มีโทนภาพแตกต่างกัน 3 ภาพอัตโนมัติ เพื่อให้คุณเลือกเฉพาะภาพที่ดีที่สุดเก็บเอาไว้ เหมาะอย่างยิ่งกับภาพที่ต้องถ่ายภาพอย่างเร่งรีบและผิดพลาดไม่ได้
ฟังก์ชั่น Creative Style เป็นฟังก์ชั่นที่โดดเด่นมากของโซนี่ อัลฟ่า 700 โดยคุณสามารถเลือกรูปแบบของภาพเพื่อสร้างสรรค์ภาพให้ดูสวยงามได้อย่างง่ายดาย โดยมีสไตล์ของภาพให้เลือกแบบมาตรฐาน 4 แบบคือ Standard ภาพคมชัด สีสันสดใส, Vivid ภาพมีสีสดเป็นพิเศษ, Neutral ภาพสีธรรมชาติ และ Adobe RGB ให้เฉดสีที่กว้างเหมาะสำหรับงานตกแต่งภาพด้วยซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ หรืองานสิ่งพิมพ์ต่างๆ ทั้งนี้พารามิเตอร์ทั้ง 4 แบบยังสามารถปรับแต่งคอนทราสท์ ความอิ่มตัวของสี และความคมชัดได้ตามต้องการ หรือจะปรับแต่งเองก็ได้ โดยเลือกปรับแต่งได้ 3 แบบ รวมทั้งหมดมีให้เลือกใช้ 14 แบบ เพื่อเลือกให้เหมาะสม กับลักษณะของภาพที่คุณต้องการบันทึก ทำให้ได้ภาพที่ดีและสวยงามมากที่สุด
ระบบวัดแสงของ Alpha A700 ได้รับการออกแบบใหม่ให้เลือกใช้งานได้ 3 แบบคือ แบ่งพื้นที่ 40 ส่วน Multi-segment, หนักกลางภาพ และเฉพาะจุด ส่วนม่านชัตเตอร์ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เช่นกัน และผ่านการทดสอบว่าสามารถใช้งานไม่ต่ำกว่า 100,000 ครั้ง ปรับตั้งความเร็วชัตเตอร์ได้ตั้งแต่ 30-1/8000 วินาที และชัตเตอร์ B สัมพันธ์กับแฟลชที่ 1/250 วินาทีหรือต่ำกว่า โดยมีแฟลชในตัวแบบป๊อปอัพ ไกด์นัมเบอร์ 12 ที่ ISO 100 ระยะ 1 เมตร โหมดแฟลชแบบออโต้, สัมพันธ์กับชัตเตอร์ต่ำ, สัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดหลัง, ปรับแก้ตาแดง, สัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์สูง และระบบควบคุมแฟลชไร้สายด้วย Wireless โดยมีแฟลชเฉพาะกิจภายนอกให้เลือกใช้หลายรุ่น อาทิ Sony HVL-F56M, Sony HVL-F36M รวมทั้งแฟลชมาโคร
โหมดการถ่ายภาพของ Alpha A700 สามารถเลือกได้ครบครัน ปรับใช้งานได้อย่างรวดเร็วด้วยแป้นหมุนวงกลมทางด้านบน โดยมีโหมดอัตโนมัติ และ Scene Selection ที่มีให้เลือกมากมาย อาทิ Portrait, Landscape, Macro, Sport Action หรือ Sunset เป็นต้น หากมีประสบการณ์ถ่ายภาพมาบ้างแล้ว สามารถเลือกโหมดบันทึกภาพ 4 แบบ คือ โปรแกรม (P), ออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A), ออโต้รูรับแสง (S), และแมนนวล (M) เพื่อสร้างสรรค์ภาพในแบบที่คุณต้องการ โดยทั้ง 4 แบบนี้สามารถเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ครบทุกอย่าง อาทิ ความไวแสง ไวท์บาลานซ์ ชดเชยแสง หรือถ่ายภาพคร่อม เป็นต้น รวมทั้งส่วนการ ปรับตั้งไวท์บาลานซ์เลือกได้แบบออโต้ หรือปรับเองตามสภาพแสง อาทิ Daylight, Shade, Tungsten, Cloud, Fluorescent และ Flash เป็นต้นหรือจะปรับตามค่าอุณหภูมิสีก็ได้ ตั้งแต่ 2500-9000 องศาเคลวิน รวมทั้งปรับตามเฉดสีจาก Magenta ถึง Green ละเอียดมากถึง 19 ขั้น และถ่ายภาพคร่อมไวท์บาลานซ์ได้ 3 ภาพ มั่นใจได้ว่าภาพของคุณจะได้โทนสีที่ถูกต้องอย่างไม่ผิดเพี้ยน
การจัดเก็บภาพใช้เมมโมรี่ Memory Stick Duo/Pro Duo หรือ CF card (type I/II) และอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้หลายอย่างอาทิ แบตเตอรี่กริป VG-C70AM ที่ใส่แบตเตอรี่ได้พร้อมกัน 2 ก้อน มีจอยสติ๊ก และปุ่มปรับต่างๆ ครบทุกอย่าง พร้อมทั้งออกแบบส่วนมือจับแนวตั้งให้เหมือนกับที่ตัวกล้องทุกอย่าง ใช้งานได้สะดวกและคล่องตัวดีมาก ตัวกล้องมีขนาด 141.7 x 104.8 x 79.7 ม.ม. น้ำหนัก 690 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่)