การออกแบบ - Design
หน้าตาของ Nikon D60 ยังคงรูปแบบเหมือนรุ่น D40x โดยเป็นกล้องที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถนำไปถ่ายภาพในสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกและไม่เป็นภาระเท่าใดนัก แต่ถือว่าเป็น กล้องที่มีคุณภาพสูงและมีฟังก์ชั่นที่รองรับการใช้งานระดับมืออาชีพได้พอสมควร และ มีการออกแบบตัวกล้องให้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งมีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้งานอย่างครบครัน อาทิ เลนส์และแฟลชเฉพาะกิจรุ่นต่างๆ ตัวกล้องออกแบบมาอย่างสวยงาม ส่วนประกอบต่างๆ ของตัวกล้อง เริ่มจากด้านหน้าซ้ายมือเป็นปุ่มฟังก์ชั่น ซึ่งสามารถปรับตั้งให้เป็นปุ่มลัด เพื่อเข้าไปปรับการทำงานต่างๆ อาทิ ตั้งไวท์บาลานซ์ ตั้งคุณภาพของภาพ ตั้งเวลาถ่ายภาพ หรือ ตั้งความไวแสง เป็นต้น สูงขึ้นมาอีก เป็นปุ่มเปิดแฟลชป๊อบอัพ เมื่อกดค้างไว้ พร้อมเลื่อนแป้น ConTrol Dial จะเป็นการเลือกระบบแฟลช เช่น แฟลชแก้ตาแดง หรือ แฟลชสัมพันธ์กับม่านชุดที่สอง เป็นต้น และถ้ากดร่วมกับปุ่มชดเชยแสง จะเป็นการปรับชดเชยแสงแฟลชด้วย

ถึงแม้ Nikon D60 จะเป็นกล้องที่มีขนาดเล็ก แต่กริปมือจับกลับมีความกระชับมากทีเดียว เพราะออกแบบให้ยื่นยาวออกมาข้างหน้า และมีขนาดที่อวบอ้วน นิ้วทั้ง 3 วางลงบนสันกริปได้อย่างพอดี เมื่อจับจึงรู้สึกกระชับมือและจับได้มั่นคงดีทีเดียว

ด้านหน้าของกริปมีแถบสีแดง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกล้อง D-SLR ของนิคอน พร้อมช่องรับสัญญาณอินฟาเรด ด้านบนของกริปเป็นสวิตช์เปิด-ปิดการทำงาน พร้อมปุ่มกดชัตเตอร์ ถัดเข้ามาเล็กน้อย เป็นปุ่มเปิดใช้งาน Active D-Lighting และข้างๆ กันเป็นปุ่มชดเชยแสง ถัดเข้ามาอีกเป็นแป้นปรับโหมดตั้งโหมดถ่ายภาพ เลือกได้โดยหมุนแป้นไปยังตำแหน่งที่ต้องการ โดยมีโหมดแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ที่จริงจังกับการถ่ายภาพมากขึ้น

ด้านบนของหัวกระโหลกมีแฟลชแบบป๊อปอัพ ไกด์นัมเบอร์ 12 เมื่อเปิดใช้งานจะยกสูงพอสมควร ช่วยแก้ปัญหาฮูด และหน้าเลนส์บังแสงแฟลช เมื่อต้องถ่ายภาพใกล้ โดยแฟลชป๊อบอัพนี้ทำงานระบบ i-TTL ได้อย่างแม่นยำทีเดียว ถัดจากแฟลชป๊อบอัพ เป็นฮอทชูสำหรับแฟลชเฉพาะกิจ ซึ่งใช้งานได้กับแฟลช รุ่น SB400, SB600 และ SB800

ต่ำลงมาเป็นช่องมองภาพแบบ Penta-Dach Mirror มีกำลังขยาย 0.8 เท่า มองเห็นภาพ 95% พร้อมปรับชดเชยสายตาได้ -1.7 ถึง +0.5 ไดออฟเตอร์ ซึ่งปรับได้จากแถบสไลด์ที่อยู่ข้างๆ กับช่องมองภาพ ใต้ช่องมองภาพ เป็นเซ็นเซอร์ Eye Start ถัดไปด้านขวาเป็นปุ่มปรับ ล็อคความจำแสงและปุ่มล็อคโฟกัส รวมทั้งใช้งานเป็นปุ่มล็อคภาพในโหมดพรีวิวภาพด้วย ด้านขวาสุดเป็นแป้น Control Dial สำหรับ ควบคุมความเร็วชัตเตอร์ ขนาดรูรับแสง และการปรับชดเชยแสง เมื่อใช้งานในโหมดแมนนวล การทำงานหลัก จะเป็นการปรับความเร็วชัตเตอร์ เมื่อต้องการปรับขนาดรูรับแสงจะต้องกดปุ่มชดเชยแสงค้างไว้ด้วย

ใต้ช่องมองเป็นจอมอนิเตอร์แบบ TFT LCD ขนาด 2.5 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซลมองภาพได้จากมุมกว้างถึง 170 องศา ช่วยให้ดูภาพได้อย่างสะดวก ซึ่งจอมอนิเตอร์จะแสดงผลการปรับตั้งทั้งหมด โดยมีตัวอักษร และไอคอนขนาดใหญ่มองได้อย่างชัดเจน และมีลูกเล่นที่น่าสนใจคือ ตรงไอคอนแป้นปรับโหมดถ่ายภาพ จะแสดงโหมดถ่ายภาพที่ตั้งใช้ และจะเปลี่ยนเป็น ขนาดรูรับแสงที่ตั้งในขณะนั้นให้เห็นว่าเปิดกว้างหรือแคบขนาดไหน และการแสดงผลนี้ จะปรับเป็นแนวตั้งอัตโนมัติ เมื่อตั้งกล้องถ่ายภาพในแนวตั้ง ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาเพิ่มขึ้นมา การแสดงผลในโหมดเปิดชมภาพ สามารถเลือกได้ทั้งแบบทีละภาพ, 4 ภาพ หรือ 9 ภาพ พร้อมปรับซูม ดูรายละเอียดของภาพได้มากถึง 19 เท่า สามารถเลือกแสดงกราฟฮีทโตแกรม, พื้นที่ไฮไลท์ และและรายละเอียดของการถ่ายภาพทั้งหมด
ด้านซ้ายของจอมอนิเตอร์เป็นปุ่มเรียงกัน 4 ปุ่ม บนสุดเป็นปุ่มพรีวิวภาพ ต่ำลงมาเป็นปุ่มเมนู ถัดมา เป็นปุ่มเลือกรูปแบบการพรีวิวภาพและเป็นปุ่ม Help ในโหมดการทำงานปกติ ซึ่งใช้สำหรับอธิบายการทำงานต่างๆ ของกล้อง เช่นเดียวกับการมีคู่มือการใช้กล้องติดตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสะดวกต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก โดยเมื่อเลือกใช้งานฟังก์ชั่นใดๆ ที่มีเครื่องหมายคำถามปรากฎอยู่ ก็สามารถกดปุ่มนี้ เพื่อดูคำอธิบายการใช้งานได้ในทันที ส่วนปุ่มล่างสุดสำหรับซูมขยายภาพในโหมดพรีวิว และเป็นปุ่มควบคุมจอมอนิเตอร์ ให้เป็นแบบปกติ หรือเป็นแบบที่สามารถปรับตั้งการทำงานต่างๆ ได้เลย ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่สะดวกมากอีกหนึ่งฟังก์ชั่น เพราะสามารถปรับเปลี่ยนค่าการทำงานที่ตั้งไว้ได้เลย ไม่ต้องเข้าเมนูให้ยุ่งยากอีกต่อไป

ด้านขวาของจอมอนิเตอร์เป็นปุ่มปรับ 4 ทิศทาง และปุ่ม OK เพื่อยืนยันการทำงาน ถัดลงมาข้างล่างเป็นปุ่มลบภาพ ด้านข้างเป็นช่องสำหรับใส่เมมโมรี่การ์ด ซึ่งใช้แบบ SD Card และรองรับการ์ดความจุสูงแบบ SDHC Card ด้านล่างของตัวกล้องเป็นช่องสำหรับแบตเตอรี่ลิเธี่ยม-ไอออน EN-EL9 เมื่อชาร์จไฟเต็มจะถ่ายภาพได้มากถึง 520 ภาพ (ทดสอบตามมาตรฐาน CIPA)
