FastCounter by bCentral
Visitors since Aug 2001

Nikon

 
Buy Now

ทดสอบ :April 2006
ราคา : 73,000 Baht (Body)

D200

ตัวแทนจำหน่าย : บ. นิคส์ (ไทยแลนด์) จก.

 

Effective 10.2 MP

เปิดตัว : 1 พฤศจิกายน 2548

Posted 1 November 2005

หากคุณเริ่มต้นหัดถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล อ่านตรงนี้

สนับสนุนเวบไซท์ www.shutterphoto.com โดยการซื้อกล้องรุ่นนี้ที่ http://www.shutterprocenter.com/index.html

Introduction Feature Specification Design Menu
Compare Comment Accessories Sample Buy Now

การออกแบบ - Design

               Nikon D200 วางตัวให้เป็นกล้อง D-SLR สำหรับผู้ใช้ทั่วๆไปตั้งแต่มือสมัครเล่นทั่วๆไปจนถึงกึ่งมืออาชีพอย่าง D2H อย่างไรก็ตามกล้องรุ่นนี้คุณสมบัติที่โดดเด่นมากมาย พอจะเทียบชั้นกับกล้องรุ่นพี่ได้ ที่สำคัญคือราคาไม่แพง ถูกกว่า D2x ครึ่งหนึ่งทีเดียว รูปร่างหน้าตาภายนอกมีส่วนคล้ายกับ D100 อยู่พอสมควร ทางด้านบนมีมีแฟลชป๊อปอัพในตัว เป็นการบอกกลุ่มผู้ใช้ว่ายังไม่ใช่กลุ่มมืออาชีพแบบเต็มตัว ที่น่าสนใจมากคือ โครงสร้างภายในไม่ใช่พลาสติกแบบ D100 แต่กลับเป็นแม็กนีเซียมอัลลอยด์ ที่มีความแข็งแกร่ง ทนทาน ซีลรอยต่อทุกจุดด้วยยางโอริง ซึ่งนิคอนเคลมว่า ใช้งานได้ในทุกสภาวะอากาศ แต่ไม่ถึงระดับที่กันน้ำได้

บริเวณกริปมือจับของ D200 หุ้มด้วยยางลายหยาบ ออกแบบให้โค้งเว้ารับกับอุ้งมือช่วยให้จับถือได้ถนัด และกระชับมือ สำหรับปุ่มปรับต่างๆทางด้านหลัง จัดวางตำแหน่งคล้ายกับ D2x  ที่ผมคุ้นเคยมาเกือบหนึ่งปีแล้ว ต้องยอมรับว่าใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วมาก ตรงกลางมีจอมอนิเตอร์ LCD ขนาดใหญ่ 2.5 นิ้ว มีฝาครอบจอแบบพลาสติกใสให้มาด้วยเหมือนกับกล้อง D-SLR ทุกรุ่นของ Nikon จอภาพที่กินพื้นที่เต็มจอถึงด้านล่าง มองดูภาพและเมนูต่างๆได้อย่างชัดเจนไม่ต่างกับ D2x โดยมีความละเอียดสูงถึง 230,000 พิกเซล

                ทางด้านบนมีจอแสดงผล LCD ขนาดใหญ่แบบแนวกว้าง แสดงข้อมูลต่างๆ ทั้งทางด้านการถ่ายภาพและการปรับตั้งดิจิตอลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมไฟดูข้อมูลในที่มืด เลือกให้ไฟดูข้อมูลติดสว่างได้เมื่อกดปุ่มใดๆ โดยปรับตั้งจากคัสตอมฟังก์ชั่น

                ช่องมองภาพของ D200 ออกแบบให้มีขนาดใหญ่และมีความสว่างสูง ด้วยโฟกัส ซึ่งสกรีนแบบ B-Type Matte Screen II โดยใช้เพนทาปริซึมในการหักเหแสง ปรับชดเชยสายตาได้ -2 ถึง +1 ไดออฟเตอร์ มองภาพได้ห่าง 19.5 มม. มองเห็นภาพ 95 % ภายในช่องมองภาพแสดงกรอบโฟกัสที่เลือกได้ 2 โหมด คือแบบปกติ, จุดโฟกัส 11 จุด และแบบพื้นที่กว้าง 7 จุด โดยโหมดปกติ เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพทั่วๆไป ส่วนโหมดพื้นที่กว้างเหมาะสำหรับการถ่ายภาพสิ่งเคลื่อนไหวต่างๆใต้ช่องมองภาพแสดงข้อมูลต่างๆครบถ้วนตั้งแต่เตือนโฟกัสชัด ระบบวัดแสงล็อคความจำแสง ล็อคความจำแสงแฟลช โหมดแฟลช ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง โหมดบันทึกภาพ สเกลวัดแสง ความไวแสง นับจำนวนภาพและเตือนแฟลชพร้อม

 

ทางด้านล่างมีช่องบรรจุแบตเตอรี่ โดยใช้แบตเตอรี่รุ่นใหม่ En-EL3a ที่ใช้กล่องรุ่น D100 ,D70,D70s และ D50 แต่ก็ไม่สามารถใช้แทนกันได้ เนื่องจาก EN-ELe มีระบบแสดงสถานะของแบตเตอรี่ส่งข้อมูลไปยังตัวกล้อง เพื่อตรวจสอบกำลังไฟ และจำนวนภาพที่สามารถถ่ายภาพได้ โดยที่มีเครื่องชาร์จแบบความเร็วสูงรุ่น MH-18a แถมมาให้ด้วย

 

                อุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจของ D200 คือแบตเตอรี่กริปรุ่น MB-D200 ออกแบบให้เข้ากับตัวกล้องได้อย่างสมบูรณ์ มีปุ่มกดชัตเตอร์ และปุ่มปรับต่างๆ เพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพแนวตั้ง และสามารถใส่แบตเตอรี่แพค ได้พร้อมกัน 2 ก้อน ทำให้ถ่ายภาพได้มากกว่า 3,000 ภาพ หรือจะเปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่ 6 ก้อนก็ได้

                ทางด้านข้างมีฝาครอบแบบบานพับ ภายในเป็นช่องใส่เมมโมรี่การ์ดแบบ CF มีซีลยางรอบบานพับเพื่อกันน้ำและฝุ่นละอองต่างๆ ใช้ได้ทั้ง CF Type I และ II รองรับ FAT 32 ใช้ เมมโมรี่การ์ด ความจุสูงกว่า 2 GB ได้

                อินเทอร์เฟสเชื่อมต่อต่างๆ มีช่องต่อสายรีโมทคอนโทรลแบบ 10 พิน อยู่ทางด้านหน้าและช่องต่อสายซิงค์แฟลช PC อยู่ทางด้านข้าง พร้อมฝาครอบปิดแบบ เกลียวหมุนส่วน ทางด้านซ้ายมีฝาครอบ ยางแบบคู่ ด้านบนเป็นช่อง A/V สำหรับเปิดชมภาพจากโทรทัศน์ ช่อง DC-IN สำหรับใช้ไฟจากภายนอก และด้านล่าง เป็นช่อง USB 2.0 ที่พิเศษคือสามารถเชื่อมต่อกับ GPS สำหรับบอกพิกัดตำแหน่ง ของภาพถ่ายได้โดยต่อเข้ากับช่องรีโมทคอนโทรล กับอุปกรณ์เสริม MC-35 GPS

ระบบบันทึกภาพ

                Nikon D200 มีระบบบันทึกภาพมาตรฐานครบทั้ง 4 แบบ โปรแกรม (P), ออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A), ออโต้รูรับแสง (S) และแมนนวล (M) ซึ่งเป็นระบบที่ช่างภาพมืออาชีพหรือนักถ่ายภาพที่มีประสบการณ์นิยมใช้กันมากที่สุด หากมีความรู้พื้นฐานด้านการถ่ายภาพมาบ้าง จะใช้โหมดบันทึกภาพทั้ง 4 อย่างนี้ กับการถ่ายภาพได้ทุกรูปแบบ

                ระบบวัดแสง ของ D200 ออกแบบใหม่ เรียกว่า 3D-Color Matrix Metering II ด้วยเซ็นเซอร์ 1,005 พิกเซล RGB คำนวณปริมาณและสภาพแสงโดยพิจารณาจากความสว่าง สี คอนทราสท์และจุดโฟกัส โดยคำนึงถึงระยะห่างระหว่างกล้องกับจุดโฟกัส และวิเคราะห์ค่าแสงเปรียบเทียบกับ ภาพกว่า 30,000 ตัวอย่างที่เก็บไว้ในตัวกล้อง  เพื่อเลือกค่าแสงที่เหมาะสมมากที่สุด 75% และพื้นที่รอบนอก 25% หรือระบบวัดแสงเฉพาะจุด พื้นที่วงกลม 3 มม. โดยสัมพันธ์กับจุดโฟกัสที่ปรับเลือกเอาไว้

                ช่วงความไวแสง ของ D200 กว้างมาก เลือกได้ตั้งแต่ ISO 100 จนถึง 1600 แบ่งละเอียดขั้นละ 1/3 EV หรือปรับตั้งเมนูที่ HI-1 เพื่อเพิ่มความไวแสงให้สมบูรณ์มากขึ้นไปอีก หรือจะเลือกระบบปรับความไวแสงอัตโนมัติก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งภาพได้หลายรูปแบบตามที่ผู้ใช้ต้องการ ตั้งแต่ ความคมชัด โทน(คอมทราสท์) สี ความอิ่มตัวของสี และโทนสี เลือกใช้งานได้ถึง 7 รูปแบบคือ ปกติ,นุ่มนวล,สีสด,สีสดพิเศษ,บุคคล,คัสตอมและภาพขาวดำ

                การปรับไวท์บาลานซ์สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายตามชนิดของแหล่งกำเนิดแสง โดยมีระบบไวท์บาลานซ์ออโต้ ปรับความไวแสงอัตโนมัติ มีระบบถ่ายภาพคร่อมไวท์บาลานซ์ ปรับตั้งเองแบบแมนนวลเลือกปรับตั้งอุณหภูมิสีเองได้ หรือเลือกปรับตามลักษณะของแหล่งกำเนิดแสง คือไฟฟลูออเรสเซ้นท์,ทังสเตน,แสงพระอาทิตย์,แฟลช,มีเมฆและในที่ร่ม ฟังก์ชั่นด้านการถ่ายภาพที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ระบบถ่ายภาพซ้อน ซึ่งมีกล้องดิจิตอล SLR เพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่มีฟังก์ชั่นนี้ สามารถถ่ายภาพซ้อนได้สูงสุด 10 ภาพ ในเฟรมเดียวกัน เพื่อสร้างสรรค์คฺภาพพิเศษต่างๆ ตามที่ต้องการ

Buy Now


Copyright 1998-2005 IMAGE FOCUS Ltd.,Part.
763/4-5 Udomsuk Rd. Bangchak Bangna BANGKOK 10260 THAILAND
Tel. 0-2748-9100 (Auto)  FAX: 0-2746-6988  E-mail : info@shutterphoto.com