ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของ
Nikon D200
กับกล้องในระดับที่ใกล้เคียงกัน
|
ยี่ห้อกล้อง/รุ่น
|
Nikon D200
|
Nikon D100
|
Canon EOS 5D
|
Canon EOS 20D
|
|
วันเปิดตัว
|
พฤศจิกายน 2548
|
กุมภาพันธ์ 2545
|
สิงหาคม 2548
|
สิงหาคม 2547
|
|
ราคา 2 พ.ย.
2548 (เฉพาะบอดี้) |
73,000 |
- |
170,000 บาท |
60,000 บาท |
|
ขนาดภาพ
|
Image size
|
3872 x 2592
|
3008 x 2000
|
4368 x 2912
|
3504 x 2336
|
|
2896 x 1944
|
2240 x 1488
|
3168 x 2112
|
2544 x 1696
|
|
1936 x 1296
|
1504 x 1000
|
2496 x 1664
|
1728 x 1152
|
|
เมมโมรี่การ์ด |
|
CompactFlash I & II |
CompactFlash I & II |
CompactFlash I & II |
CompactFlash I & II |
|
ไฟล์ฟอร์แมท
|
JPEG
|
มี
|
มี
|
มี
|
มี
|
|
TIFF
|
ไม่มี
|
มี
|
ไม่มี
|
ไม่มี
|
|
RAW
|
มี
|
มี
|
มี
|
มี
|
|
RAW+JPEG
|
มี
|
ไม่มี
|
มี
|
มี
|
|
โหมดบันทึกภาพ
|
โหมด
|
P, S, A, M
|
P, S, A, M
|
P, S, A, M
|
P, S, A, M
โปรแกรมสำเร็จรูป
|
|
การเชื่อมต่อ
|
|
USB
|
Hi-Speed
|
USB 1.1
|
Hi-Speed
|
Hi-Speed
|
|
วิดีโอ
|
NTSC/PAL
|
NTSC/PAL
|
NTSC/PAL
|
NTSC/PAL
|
|
เซ็นเซอร์ภาพ
|
ขนาด
|
23.6 x 15.8 มม.
|
23.7 x 15.6 มม.
|
35.8 x 23.9 มม.
|
22.5 x 15.0 มม.
|
|
Effective
|
10.2 ล้านพิกเซล
|
6.1 ล้านพิกเซล
|
12.8 ล้านพิกเซล
|
8.2 ล้านพิกเซล
|
|
ชนิด
|
CCD
|
CCD
|
CMOS
|
CMOS
|
|
ความไวแสง
|
ISO100-1600
|
ISO200-6400
|
ISO50-3200
|
ISO100-3200
|
|
ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพ
|
เลนส์เม้าท์
|
Nikon F
|
Nikon F
|
Canon EF
|
Canon EF, EF-S
|
| คูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม |
1.5 เท่า |
1.5 เท่า |
ไม่ต้องคูณเนื่องจาก
ขนาดเซ็นเซอร์เท่าฟิล์ม |
1.6 เท่า |
|
ถ่ายภาพต่อเนื่อง
|
5 เฟรม/วินาที
|
3 เฟรม/วินาที
|
3 เฟรม/วินาที
|
5 เฟรม/วินาที
|
|
จำนวนภาพต่อเนื่อง
|
37 ภาพ
|
6 ภาพ
|
60 ภาพ
|
23 ภาพ
|
|
สัมพันธ์แฟลชสูงสุด
|
1/250 วินาที
|
1/180 วินาที
|
1/200 วินาที
|
1/250 วินาที
|
|
แฟลชในตัวกล้อง
|
GN (ที่ ISO100)
|
12
|
11
|
ไม่มี
|
13
|
|
ความเร็วชัตเตอร์ |
|
30 - 1/8000 วินาที |
30 - 1/4000 วินาที |
30 - 1/8000 วินาที |
30 - 1/8000 วินาที |
|
จอมอนิเตอร์ LCD
|
ชนิด
|
TFT
|
TFT
|
TFT
|
TFT
|
|
ขนาด
|
2.5"
|
1.8"
|
2.5"
|
1.8"
|
|
ความละเอียด
|
230,000 พิกเซล
|
118,000 พิกเซล
|
230,000 พิกเซล
|
118,000 พิกเซล
|
|
PictBridge
|
รองรับ
|
ไม่มี
|
รองรับ
|
รองรับ
|
|
ขนาด
|
กว้าง (มม.) |
147
|
144
|
152
|
144
|
|
สูง (มม.) |
113
|
116
|
113
|
106
|
|
ลึก (มม.) |
74
|
81
|
75
|
72
|
|
บอดี้
|
วัสดุ |
แม๊กนีเซียม อัลลอยด์
|
พลาสติก
|
แม๊กนีเซียม อัลลอยด์
|
พลาสติก
|
|
น้ำหนัก
|
830 กรัม
|
700 กรัม
|
810 กรัม
|
770 กรัม
|
|
พลังงาน
|
ชนิด
|
ลิเธี่ยม ไอออน
|
ลิเธี่ยม ไอออน
|
ลิเธี่ยม ไอออน
|
ลิเธี่ยม ไอออน
|
|
อ่านผลการทดสอบของชัตเตอร์ฯ |
คุณอยู่ที่นี่
|
|
|
|
|
ความคิดเห็นของบรรณาธิการ (ประสิทธิ์
จันเสรีกร)
จากตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของกล้องทั้งสี่รุ่นจะเห็นว่า
Nikon D100 ซึ่งเป็นกล้องดิจิตอล
SLR ระดับกลางของ
Nikon มีคุณสมบัติโดยรวมด้อยกว่ากล้องรุ่นอื่นๆ
โดยเฉพาะความละเอียดที่มีเพียง 6
ล้านพิกเซล เนื่องจากเป็นกล้องที่ออกมาก่อน
คือตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2545
ผ่านมาสามปีเศษถึงเปลี่ยนรุ่นเป็น D200
จุดยังคงกลุ่มเป้าหมายเดิมคือ
นักถ่ายภาพสมัครเล่นที่จริงจังถึงระดับกึ่งมืออาชีพ
เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง D100 กับ
D200 จะเห็นได้ชัดเจนว่า
มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เกือบทุกอย่างก็ว่าได้
ตั้งแต่เซ็นเซอร์ภาพที่ยังคงใช้ CCD
เหมือนเดิม แต่ความละเอียด Effective
เพิ่มเป็น 10.2 ล้านพิกเซล
เกือบจะเท่ากับกล้องรุ่นโปรสูงสุดของนิคอนคือ D2x
โดยยังคงใช้เซ็นเซอร์ฟอร์แมท DX
เหมือนเดิม ชุดประมวลผลภาพใช้เทคโนโลยีแบบสี่ช่องสัญญานเหมือนกัน
คุณภาพที่ได้จึงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมาก
แต่ราคาที่ถูกลงมากกว่า 50%
ทำให้กล้องรุ่นนี้น่าสนใจอย่างมาก (ราคาอย่างเป็นทางการในเมืองไทย
พ.ย. 2548 ยังไม่ประกาศ)
โดยที่สหรัฐอเมริการราคาจำหน่ายเฉพาะตัวกล้องเพียง
1,700 ดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น ต่ำกว่า
D100 เมื่อเปิดตัวครั้งแรกเสียอีก
บอดี้ของ D200
มีพัฒนาการที่เหนือกว่า D100
โดยเปลี่ยนมาใช้โลหะชนิด แม๊กนีเซียม อัลลอยด์
ที่แข็งแกร่งและทนทานกว่า นิยมใช้เฉพาะในกล้องระดับโปร
ซึ่งก็เหมือนกับ Canon EOS 5D และ
EOS 20D น้ำหนักเฉพาะตัวบอดี้กล้อง
D200 หนักกว่าเพื่อน
หากใส่แบตเตอรี่กริปเข้าไปจะหนักพอๆ กับ D2x
ทีเดียว ซึ่งก็ใกล้เคียงกับ Canon EOS 5D
ที่มีนำหนักบอดี้น้อยกว่า D200 อยู่
20 กรัมเท่านั้น
ทุกรุ่นใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธี่ยม ไอออน เหมือนกัน แต่
D200
เมื่อชาร์จไฟเต็มจะถ่ายภาพได้มากกว่าคือ 1,800
ภาพ (จากการทดสอบของนิคอน)
สิ่งที่หายไปคือไฟล์ฟอร์แมท
TIFF (ไฟล์ชนิดไม่มีการบีบอัดข้อมูล)
ซึ่งก็เหมือนกับ Canon EOS 5D และ
EOS 20D เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องใช้
ขนาดไฟล์ฟอร์แมทนี้มีขนาดใหญ่และกินเวลาในการบันทึกภาพนาน
คุณภาพที่ได้ไม่ต่างกับการถ่ายภาพด้วยฟอร์แมท RAW
ซึ่งนำไปบันทึกใหม่เป็นฟอร์แมท TIFF
ในภายหลังได้ โดยฟอร์แมท RAW
จะมีขนาดไฟล์เล็กกว่า ใช้เวลาในการบันทึกน้อยกว่า
หากไม่คำนึงเรื่องคุณภาพมากมายนัก ฟอร์แมท JPEG
มาตรฐานก็ให้คุณภาพที่อยู่ในระดับที่ดีมากอยู่แล้ว
(แต่ไม่ดีที่สุดเหมือน RAW)
ทางด้านความละเอียดของภาพ
Canon EOS 5D จะได้เปรียบมากที่สุด
โดยมีความละเอียดมากที่สุดในกลุ่มนี้คือ 12.8
ล้านพิกเซล ด้วยเซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS
ขนาดเท่าฟิล์ม 35 มม.
ทำให้นำเลนส์ของกล้องฟิล์ม 35 มม. ตระกูล
EF (ใช้เลนส์ EF-S
ไม่ได้) มาใช้ได้โดยที่ได้ทางยาวโฟกัสเท่ากับเลนส์จริงๆ
ไม่ต้องคูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม นับเป็นข้อดีที่เด่นชัดมากที่สุดของ
EOS 5D ส่วน D200
ต้องคูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม 1.5 เท่า
หากต้องถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้างต้องใช้เลนส์ตระกูล
DX ซึ่งมีเลนส์ซูมขนาด
12-24 มม. ได้ทางยาวโฟกัสเทียบเท่าซูมขนาด
18-36 มม.
อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้างที่สุดอย่าง
14 มม. เหมือนกับที่ใช้ในกล้องฟิล์ม
35 มม. หรือแบบเดียวกับ
EOS 5D ได้ ยกเว้นว่าจะมีเลนส์มุมกว้าง
DX ขนาด 9.5
มม. ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับ D200
จะได้เท่ากับ 13.5 มม. ใกล้เคียงกับเลนส์
14 มม.
แต่ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือใช้เลนส์ตาปลา DX
10.5 มม. ซึ่งให้มุมรับภาพกว้าง 180
องศา ภาพที่ได้จะบิดเบือนตามคุณสมบัติของเลนส์ชนิดนี้
แต่ก็แก้ไขได้โดยการใช้ซอพท์แวร์ Nikon Capture
แต่เท่าที่ทดสอบจะมีปัญหาเรื่องของภาพบางส่วนทั้งสี่ด้านหายไป
และบริเวณขอบๆ ภาพไม่คมชัด
ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง
D200 ทำได้ดีพอๆ กับ
EOS 20D คือ 5 ภาพ/วินาที
แต่เมื่อถ่ายภาพแบบต่อเนื่องรวดเดียว EOS 5D
ทำได้ดีที่สุดคือต่อเนื่องได้ 60 ภาพ
D200 รองลงมาคือ 37
ภาพ อย่างไรก็ตาม EOS 5D
ถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วที่ช้ากว่าคือ 3
เฟรม/วินาที ซึ่งสำคัญกว่าจำนวนภาพที่ถ่ายต่อเนื่องได้
สำหรับความเร็วชัตเตอร์อยู่ในช่วง 30 - 1/8000
วินาทีเหมือนกัน ยกเว้น D100
ที่ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/4000 วินาที
ส่วนความเร็วชัตเตอร์ที่สัมพันธ์แฟลชสูงสุด D200
ทำได้ที่ 1/250 วินาที เท่ากับ
EOS 20D
หากต้องการความเร็วชัตเตอร์ที่สัมพันธ์กับแฟลชสูงกว่านี้ต้องใช้ร่วมกับแฟลชเฉพาะกิจภายนอก
ซึ่งจะใช้งานสัมพันธ์กับแฟลชได้ทุกความเร็วชัตเตอร์จนถึง
1/8000 วินาที
แต่อย่าลืมว่าการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้น
ระดับกำลังไฟหรือค่าไกด์นัมเบอร์จะถูกปรับให้ลดลงตามลำดับเช่นกัน
จอมอนิเตอร์ LCD
ของ D200 กับ EOS 5D
เท่ากันคือ 2.5 นิ้ว
ซึ่งแทบจะเป็นมาตรฐานใหม่ของกล้องดิจิตอลในปี
2548 นี้ สาเหตุน่าจะมาจากราคาของจอมอนิเตอร์
LCD ขนาดใหญ่ที่มีราคาลดลงมาก
ทำให้ผู้ผลิตกล้องหันมาเลือกใช้จอ LCD
ขนาดใหญ่ เพราะจะช่วยให้การดูเมนูต่างๆ
รวมทั้งการเปิดชมภาพมองเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ความละเอียดของจอยังเท่ากันคือ 230,000
พิกเซล (ไม่มีข้อมูลว่าจอ LCD
จากกล้องสองยี่ห้อนี้มาจากผู้ผลิตรายเดียวกันหรือไม่)
ทำให้ภาพที่มองเห็นชัดเจนดีมาก
โดยเฉพาะการซูมขยายภาพขึ้นมาดูรายละเอียดต่างๆ
จะดูได้อย่างชัดเจนสบายตา
ขนาดตัวกล้องระหว่าง
D200 กับ EOS 5D
มีความสูงและลึกพอๆ กัน แต่ความกว้าง D200
จะน้อยกว่า 5 มม.
ซึ่งถือว่ามีขนาดกำลังดีทั้งคู่ ไม่เล็กหรือใหญ่โตจนเกินไป
ทำให้จับถือได้ถนัดมือโดยไม่จำเป็นต้องมีแบตเตอรี่กริปเพิ่มเติม
แต่ถ้าต้องการก็มีแบตเตอรี่กริปให้เลือกใช้ทุกรุ่น
โดยสามารถเปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่แบบ AA
จำนวน 6 ก้อนได้ด้วย
หรือจะใช้แบตเตอรี่แพคสองก้อนก็ได้ ทำให้ถ่ายภาพได้มากขึ้นอีกเท่าตัว
ถ่ายภาพได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดเสียก่อน
ทางด้านระบบแฟลช
กล้องทั้งสามรุ่นมีแฟลชในตัว ซึ่งเป็นคุณสมบัติของกล้องระดับกลาง
ยกเว้น EOS 5D ที่ไม่มีแฟลชในตัว
ต้องใช้แฟลชภายนอกเท่านั้น เป็นรูปแบบของกล้องระดับมืออาชีพ
เช่นเดียวกับกล้องในตระกูล 1D ของแคนนอน
หรือตระกูล D1, D2 ของนิคอน
แม้ว่าจะมีแฟลชแบบป๊อปอัพในตัว แต่ค่าไกด์นัมเบอร์ที่มีไม่มากนัก
ทำให้การใช้งานอยู่ในวงจำกัดมาก หากต้องการใช้งานในระดับจริงจัง
ต้องใช้ร่วมกับแฟลชภายนอก ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรุ่น
ตั้งแต่รุ่นเล็กจนถึงรุ่นใหญ่ รวมทั้งแฟลชพิเศษเช่น แฟลชวงแหวน
มีให้เลือกใช้เหมือนๆ กันทั้งนิคอนและแคนนอน
ประสิทธิภาพโดยรวมก็ไม่ต่างกันมากนัก
สามาถใช้ระบบแฟลชไร้สายได้ทั้งคู่ สำหรับ Nikon
มีแฟลชรุ่นใหม่ คือ Speedlight SB-R200
ที่ออกแบบใหม่หมด ใช้งานได้ดีกับงานถ่ายภาพระยะใกล้หรือมาโคร
โดยมีชุดควบคุมการทำงานแบบไร้สาย
|