
DiMAGE A200
เป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งของกล้องดิจิตอลที่มีเลนส์ซูมในตัวและรูปทรงแบบ
SLR มีประสิทธฺภาพสูงมากใกล้เคียงกับกล้อง
SLR แท้ๆ เพียงแต่ถอดเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้
ในรูปทรงที่ไม่ใหญ่โตมากนัก ปรับปรุงมาจากรุ่น
DiMAGE A2
พร้อมด้วยคุณสมบัติใหม่ๆ อีกมากมาย
โดยให้ภาพที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมด้วยเซ็นเซอร์ภาพขนาด 2/3 นิ้ว CCD
ความละเอียด 8.0 ล้านพิกเซล effective ผสานกับเลนส์ Konica Minolta
GT APO ให้ภาพที่มีโทนภาพครบถ้วนและสีสันถูกต้องตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังใช้ชุดประมวลผลแบบ LSI engine และ CxProcess? III
image-processing ทำให้ประมวลผลภาพได้อย่างรวดเร็ว มี
Noise น้อย และมีโหมดสีแบบ sRGB (Portrait
sRGB) ให้สีผิวที่สวยงามเป็นธรรมชาติ สามารถพิมพ์ภาพขนาด
8 x 11 นิ้ว คุณภาพสูงสุดถึง
300 dpi
DiMAGE A200
มีคุณสมบัติที่โดดเด่นเหนือกว่ากล้องดิจิตอลทั่วๆ ไป
โดยใช้ชุดเซ็นเซอร์ CCD ที่สามารถปรับชิพท์ได้ เรียกว่า Shift-Type
Anti-Shake Technology ช่วยป้องกันภาพสั่นไหวได้มาก
โดยใช้มือถือกล้องถ่ายภาพได้เมื่อความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่าปรกติ
3
สตอปเมื่อเทียบกับกล้องที่ไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว
ทำให้ถ่ายภาพด้วยเลนส์ซูมในช่วงเทเลโฟโต้ได้ในสภาพแสงน้อยโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง
หรือการถ่ายภาพในอาคารโดยไม่ใช้แฟลช รวมทั้งการถ่ายภาพมาโครระยะใกล้ๆ

จอมอนิเตอร์ทางด้านหลังออกแบบใหม่เรียกว่า
Vari-Angle LCD Monitor แบบ TFT ขนาด
1.8 นิ้ว ปรับพลิกออกทางด้านข้างได้
270 องศา และพลิกหมุนแนวดิ่งได้รอบ
180 องศา
ทำให้สะดวกในการถ่ายภาพทั้งมุมสูงและมุมต่ำ
และแสดงภาพบนจอมอนิเตอร์ที่ความเร็ว 60
เฟรม/วินาที ให้ภาพที่ดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ส่วนการบันทึกภาพในโหมดวิดีโอจะแสดงที่ความเร็ว
30 เฟรม/วินาที โดยช่องมองภาพแบบ EVF
ก็แสดงเหมือนกับที่เห็นในจอ LCD
DiMAGE A200
ใช้เลนส์คุณภาพสูงแบบ GT เป็นเลนส์แก้วทุกชิ้น พร้อมเลนส์พิเศษ
Apochromatic (APO)
ให้ภาพที่คมชัดใสเคลียร์ โดยมีโครงสร้างเลนส์ 16
ชิ้น แบ่งเป็น 13 กลุ่ม และมีเลนส์
Anomalous Dispersion
(AD) ช่วยลดการบิดเบือนภาพและลดความคลาดสี
ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูงสุด ช่วงทางยาวโฟกัสเทียบเท่ากับกล้องฟิล์ม
35 มม.คือ 28-200
มม.
ใช้งานได้ดีทั้งการถ่ายภาพแบบมุมกว้างและสิ่งที่อยู่ในระยะไกล
และมีระบบดิจิตอลซูมที่ช่วยเพิ่มกำลังขยายอีก 4
เท่า เพิ่มช่วงเทเลโฟโต้เป็น 800 มม.!
ใช้ถ่ายภาพกีฬาหรือสัตว์ป่าได้เป็นอย่างดี โดยมีให้เลือกสองโหมดคือ
แบบเพิ่มความละเอียดโดยที่ขนาดไฟล์ยังคงเดิม และแบบตัดส่วนภาพเหลือ
2 ล้านพิกเซล
โดยที่ภาพยังมีความคมชัดเหมือนเดิม
สำหรับการปรับซูมเลนส์ใช้วงแหวนหมุนแบบแมนนวล
ปรับได้ราบเรียบและนุ่มนวลเช่นเดียวกับกล้อง SLR
ทั่วๆ
ไปซึ่งช่างภาพมืออาชีพต่างก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
นอกจากนี้ยังมีวงแหวนหมุนสำหรับการปรับโฟกัสแบบแมนนวลให้เลือกใช้ด้วย
DiMAGE A200
ยังมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมในการถ่ายวิดีโอโดยบันทึกได้ในขนาด VGA
หรือ 640 x 480 พิกเซล ที่ความเร็ว
30 เฟรม/วินาที
ให้ภาพวิดีโอที่นุ่มนวลเหมือนกับการใช้กล้องวิดีโอทั่วๆ ไป
และยังเลือกบันทึกวิดีโอได้ขนาดใหญ่ถึง SVGA
หรือ 800 x 600 พิกเซล ที่ความเร็ว
15 เฟรม/วินาที
เหมาะสำหรับการดูภาพเคลื่อนไหวจากหน้าจอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์พีซีที่มีความละเอียดสูง
(โทรทัศน์แสดงภาพได้เพียง 640 x 480
พิกเซล) นอกจากนี้การบันทึกวิดีโอยังคงสามารถปรับซูมเลนส์ได้ตามปรกติ
รวมทั้งดิจิตอลซูมก็สามารถใช้งานได้ (ปกติกล้องดิจิตอลทั่วๆ
ไปเมื่อถ่ายวิดีโอจะซูมไม่ได้) และยังมีฟังก์ชั่นNight Movie
ช่วยให้การบันทึกวิดีโอกลางคืนได้ภาพที่มีคุณภาพดี
หลังจากถ่ายวิดีโอไปแล้วสามารถนำไฟล์ไปตัดต่อด้วยซอพท์แวร์ Video
Studio 8 SE จาก ULEAD ซึ่งสามารถทำการลำดับภาพ
ใส่เสียงและเอฟเฟคต่างๆ ได้ตามใจชอบ
จากนั้นบันทึกเป็นวิดีโอซีดีซึ่งเปิดชมได้จากเครื่องเล่นทั่วๆ ไป
DiMAGE A200
มีขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 505
กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่)
ให้ภาพถ่ายและประสิทธิภาพการใช้งานแบบมืออาชีพ ใช้งานง่าย
พกพาสะดวกในการถ่ายภาพทั่วๆ ไป
ทั้งชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยว
และมีกริปที่ออกแบบพิเศษช่วยให้จับถือกล้องได้ถนัด
และสะดวกในการถ่ายภาพแนวตั้ง ในกรณีที่ต้องการถ่ายภาพตนเองยังมี
Wireless Remote Control ช่วยให้กดชัตเตอร์ถ่ายภาพได้แบบไร้สาย
หรือต่อสายชมภาพจากโทรทัศน์แล้วควบคุมการเล่นภาพด้วยรีโมทคอนโทรล
ทำให้การใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
สำหรับระบบออโต้โฟกัสออกแบบใหม่เรียกว่า
Various Autofocus (AF) ปรับโฟกัสแบบพื้นที่กว้าง
วางตำแหน่งเซ็นเซอร์ไว้ทั่วทั้งจอภาพถึง 11
จุด
เมื่อกดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งจะมีไฟกระพริบเตือนที่จุดโฟกัสให้ทราบ
มีระบบโฟกัสติดตามการเคลื่อนที่
เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพสิ่งเคลื่อนไหวต่างๆ
นอกจากนี้ยังถ่ายภาพต่อเนื่องได้ด้วยความเร็วสูงถึง
10 ภาพ/วินาที ติดต่อกันรวดเดียว
40 ภาพ
คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่น
เลือกแสดงกราฟฮีสโตแกรมให้ปรากฏบนจอมอนิเตอร์ LCD
ตลอดเวลาในขณะที่กำลังบันทึกภาพได้
ทำให้ทราบโทนของภาพทันทีโดยไม่จำเป็นต้องบันทึกภาพก่อน
และรองรับมาตรฐานการพิมพ์ภาพแบบ PictBridge
สั่งพิมพ์ภาพจากกล้องไปยังพริ้นเตอร์ที่มีมาตรฐานแบบเดียวกันได้โดยตรง
เลือกบันทึกภาพฟอร์แมท RAW+JPEG ได้
มีโหมดบันทึกภาพมาตรฐานครบถ้วน P/S/A/M
ช่วงความเร็วชัตเตอร์ 30-1/3200 วินาที
ความไวแสงออโต้ หรือปรับเลือกเองที่ ISO 50-800
มีแฟลชในตัวทำงานอัตโนมัติ พร้อมระบบแฟลชแก้ตาแดง
แฟลชลบเงาและสัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ
ด้านบนมีฮอทชูสำหรับใช้กับแฟลชภายนอกรุ่น
2500 (D), 3600HS (D),
5600HS (D) และแฟลช่ถ่ายภาพมาโครรุ่น Macro Twin Flash 2400, Macro
Ring Flash 1200 ปรับชดเชยแสงแฟลชได้ มีหน่วยความจำในตัวกล้องแบบ
SDRAM 64 MB หรือใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ
CF Type I/II, Microdrive และ
SD Card
เลือกบันทึกเสียงลงในแต่ละภาพได้นาน 15
วินาที ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธี่ยมไอออนรุ่น
NP-800 ถ่ายภาพได้ประมาณ 260 ภาพ
หรือเปิดชมภาพต่อเนื่องนาน 240 นาที
มีอินเทอร์เฟส USB 2.0 Full-speed
ตัวกล้องมีขนาด 114 x 80 x 115 มม.
น้ำหนักไม่รวมแบตเตอรี่ 505 กรัม
DiMAGE A200
มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้มากมายเช่นเดียวกับกล้องระดับมืออาชีพ อาทิ
เลนส์เทเลคอนเวอร์เตอร์ 1.5 เท่า
เพิ่มทางยาวโฟกัสแบบออฟติคัลเป็น 300 มม.
และเลนส์มุมกว้าง 0.8 เท่า
ปรับมุมกว้างเป็น 22 มม.
ใช้งานง่ายเพียงขันเกลียวทางด้านหน้าเลนส์
และมีเลนส์โคลสอัพสำหรับงานถ่ายภาพสิ่งของที่มีขนาดเล็กโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวยังคงใช้งานได้ตามปรกติเหมือนเดิม