ใช้ได้กับเลนส์ Nikon
จุดเด่นของกล้องฟูจิฟิล์ม FinePix S5 Pro คือ ใช้เลนส์เม้าส์ของ Nikon F ทำให้ใช้ได้กับเลนส์ Nikkor เกือบทุกรุ่น โดยใช้งานได้เต็มระบบทุกอย่างกับเลนส์ตระกูล D, G และเลนส์ DX ซึ่งเป็นเลนส์ ที่ออกแบบมาให้มีมุมรับภาพสัมพันธ์กับเซ็นเซอร์ ฟอร์แมท DX โดยต้องคูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม 1.5 เท่า จะได้ทางยาวโฟกัสที่เทียบเท่ากับกล้องฟิล์ม 35 มม. หากต้องการภาพ ที่มีคุณภาพสูง สามารถเลือกใช้เลนส์เกรดโปรได้ จะช่วยให้ภาพที่คุณภาพที่ดีมากขึ้นไปอีก โดยมีเลนส์ให้เลือกใช้ จากนิคอนมากมาย ตั้งแต่เลนส์มุมกว้าง เลนส์เทเล เลนส์ซูม เลนส์มาโคร เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ เป็นต้น

จำลองภาพแบบฟิล์ม
FinePix S5 Pro มีโหมดในการบันทึกภาพ ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากฟิล์ม ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวแตกต่างกัน เลือกได้ถึง 5 โหมด เริ่มจากโหมด Professional Portrait เลือกได้ 4 แบบคือ F1 สำหรับถ่ายภาพบุคคลในสตูดิโอ โดยโทนสีกลางจะลดความอิ่มตัวของสีลงเล็กน้อย, F1a เพิ่มความอิ่มตัวของสีให้สูงขึ้น หากถ่ายภาพกลางแจ้งควรเลือกโหมดสี F1b จะให้โทนสีที่ไล่เฉด อย่างนุ่มนวล และโทนสีน้ำเงินดูสดใสมากยิ่งขึ้น แสดงรายละเอียด ในโทนมืดได้ดี เมื่อต้องถ่ายภาพด้วยแสงที่มีคอนทราสท์สูง, F1c เหมาะสำหรับการถ่ายภาพด้วยแสงจากไฟสตูดิโอ ให้ภาพที่มีคอนทราสท์สูงตั้งแต่ส่วนสว่างไปจนถึงส่วนมืด สีสันดูสดใส และแบบสุดท้ายคือโหมด Fujichrome หรือ F2 ให้ภาพที่มีสีสันสดใสเหมือนกับใช้ฟิล์มฟูจิโครมหรือฟิล์มสไลด์สีของฟูจิ ภาพมีความคมชัดสูง ความอิ่มตัวของสีสูง และค่าไดนามิกเร้นจ์กว้าง เหมาะสำหรับ งานถ่ายภาพทิวทัศน์โดยเฉพาะ
ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพ
ระบบบันทึกภาพมีให้เลือกใช้งานครบทั้ง 4 แบบคือ โปรแกรม (P) ออโต้ชัตเตอร์ (S) ออโต้รูรับแสง (A) และแบบแมนนวล (M) สามารถความไวแสงปรับตั้งได้ตั้งแต่ ISO 100-3200 หรือจะเลือก ความไวแสงแบบออโต้ก็ได้ หากแสงน้อยกล้องจะปรับเพิ่มความไวแสงให้อัตโนมัติ เพื่อให้ได้ ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงเพียงพอ โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง
ระบบออโต้โฟกัสเป็นแบบ 11 จุด กระจายตำแหน่งทั่วทั้งภาพ เลือกโฟกัสแบบแนวกว้่างได้ 7 จุด เหมาะสำหรับวัตถุที่มีขนาดใหญ่ หรือมีการเคลื่อนที่ ช่วยให้โฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยระบบ Focus Tracking และ Lock On เมื่อจุดโฟกัสเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งที่มีการโฟกัสเอาไว้ โดยกล้องจะปรับโฟกัสตามอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบโฟกัสให้เลือกใช้ได้หลากหลายแบบเช่น ไดนามิก โฟกัส, โฟกัสสิ่งที่ใกล้ที่สุด, กรุ๊ปไดนามิก และโฟกัสแบบเฉพาะจุด หรือจะปรับโฟกัสเองแบบแมนนวลก็ได้
ระบบวัดแสงเป็นแบบ 3D Color Martrix ll ใช้เซ็นเซอร์ภาพ 1005 พิกเซล คำนวณแสง ได้อย่างแม่นยำโดยใช้ระยะทางและโทนสีของวัตถุมาใช้ในการคำนวณหาปริมาณแสงที่เหมาะสม และเลือกระบบวัดแสงได้อีก 2 แบบคือ เฉลี่ยหนักกลาง และแบบเฉพาะจุดพื้นที่กลางภาพ 3 มม. ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 3 เฟรมต่อวินาที ถ่ายภาพคร่อมได้ 2-9 ภาพ ช่วงความเร็วชัตเตอร์ 30-1/8000 วินาที ปรับชดเชยแสงได้ +/-5 EV ความ เร็วชัตเตอร์สัมพันธ์กับแฟลชที่ 1/250 วินาที ปรับชดเชยแสงแฟลชได้ -3 ถึง +1 EV และล็อคความจำแสงแฟลชได้
ฟังก์ชั่นดิจิตอล
FinePix S5 Pro สามารถปรับแต่งภาพได้หลากหลายมาก เพื่อให้ตรงกับลักษณะของภาพที่ต้องการ ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูงสุดอย่างง่ายดาย เริ่มจากการปรับแต่งค่าไดนามิกเร้นจ์ หรือ D-Range เลือกได้แบบออโต้ หรือปรับเองจาก 100% จนถึง 400% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ลักษณะของโทนภาพว่า มีความแตกต่างของส่วนสว่างและส่วนมืดมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังปรับแต่สี โทน และ ความคมชัดได้ด้วย รวมทั้งโหมดภาพแบบขาวดำก็มีให้เลือกใช้เช่นกัน
ฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ อีกอย่างหนึ่งคือ การปรับลด Noise อัตโนมัติ ให้ภาพที่ใสเคลียร์ เลือกใช้งานได้ 2 แบบคือ STD กรณีที่ใช้ความไวแสงสูง และแบบ ORG กรณีที่ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ สำหรับถ่ายภาพตอนกลางคืนหรือสภาพแสงน้อย ส่วนโหมดสีเลือกได้ 2 แบบเช่นกัน คือ sRGB ให้เฉดสีที่เป็นธรรมชาติ เหมะสำหรับเปิดชมภาพจากคอมพิวเตอร์ ใช้งานทางอินเตอร์เน็ต หรืออัดขยายภาพจากแลปสี ส่วนโหมดสี Adobe RGB จะให้เฉดสีที่กว้างกว่า เหมาะสำหรับงานตกแต่งภาพด้วย Photoshop หรืองานสิ่งพิมพ์ต่างๆ ระบบออฟเซ็ต
สำหรับไวท์บาลานซ์เลือกใช้งานได้แบบง่ายๆ คือ ออโต้ หรือจะเลือกค่าพรีเซ็ทตามสภาพแสงที่ใช้ถ่ายภาพ เช่น แสงไฟจากหลอดทังสเตน, ไฟฟลูออเรส เซ็นท์, แสงกลางวัน, แสงแฟลช, แสงในที่ร่ม หรือ เลือกตั้งค่าอุณภูมิสีเองจาก 2500 - 10000 เคลวิน ในโหมดเปิดชมภาพ เลือกดูภาพได้ทั้งแบบทีละภาพ 4 ภาพ หรือ 9 ภาพ พร้อมทั้งเลือกแสดงข้อมูลต่างๆ ของภาพได้เช่น ไฮไลท์, กราฟฮีทโตแกรม ข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการถ่ายภาพ และแสดงจุดที่ปรับโฟกัสในแต่ละภาพ
คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจ
FinePix S5 Pro จัดเก็บภาพไฟล์ ฟอร์แมท RAW, JPEG และ RAW+JPEG แสดงสีได้มากถึง 14 บิต/สี หรือ 42 บิต RGB เหนือกว่ากล้องดิจิตอล SLR ทั่วๆ ไปที่ส่วนใหญ่ทำได้ 12 บิต/สี หรือ 36 บิตที่ RGB ทำให้ภาพที่ได้มีการไล่เฉดสีที่ดูสวยงามสมจริงตามธรรมชาติมากที่สุด นอกจากนั้น ยังมีโหมดครอปภาพ เลือกตัดส่วนภาพเฉพาะส่วนได้ และเลือกปรับความละเอียดแบบ DPI ได้ด้วย เพื่อความเหมาะสม ในการนำไปใช้งานตั้งแต่ 36-3000 DPI หากเป็นการพิมพ์ภาพคุณภาพสูงหรืองานสิ่งพิมพ์ต่างๆ ควรตั้งที่ 300 หรือ 350 DPI จะได้ภาพที่มีคุณภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นล็อคเมนูเพื่อป้องกันการเปลี่ยนเมนูโดยไม่ตั้งใจ สามารถใส่รหัสป้องกันไว้ได้ จะเลือกป้อง กันเฉพาะบางเมนู หรือเลือกป้องกันเมนูทั้งหมดก็ได้ และฟังก์ชั่น Image Comment สามารถพิมพ์ข้อความได้มากถึง 45 ตัวอักษร เช่น พิมพ์ชื่อผู้ถ่ายภาพ หรือสถานที่ถ่ายภาพ เมื่อเปิดดูจากซอฟแวร์ Fujifilm Hyper-Utility HS-V3 ก็จะโชว์ข้อมูลที่บันทึกเอาไว้
> Specification
> ซื้อกล้องรุ่นนี้
|