การออกแบบ - Design



บอดี้ของ EOS 450D ออกแบบใหม่ให้ตัวเล็กและเบาลงกว่าเดิม ซึ่งทำให้สะดวก ในการพกพาไปใช้งาน ในสถานที่ต่างๆ และออกแบบให้ใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SD หรือ SDHC แทนการใช้การ์ด CF แบบเดิม การวางตำแหน่งปุ่มต่างๆ ด้านหลังมีการปรับเปลี่ยนหลายจุด เพราะมีขนาดจอมอนิเตอร์ใหญ่ขึ้นถึง 3 นิ้ว แบบ TFT liquid crystal display กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งของตัวกล้อง มีความละเอียด 230,000 พิกเซล และสว่างมากกว่าเดิม 30% มองดูภาพได้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกลางแจ้งที่มีแสงสว่างมาก มองเห็นภาพเต็ม100% อีกทั้งยังมีมุมมองกว้าง 170 องศา พร้อมกับปรับความสว่างของจอได้ 7 ระดับ
ช่องมองภาพของ EOS 450D มองเห็นภาพ 95% ออกแบบใหม่โดยมีชุดสะท้อนภาพแบบ Eeflective Evaporated-silver Mirror ทำให้มองห่างได้ถึง 19 มม. แสดงรายละเอียดภายในช่องมองได้อย่างครบถ้วน อาทิ จุดโฟกัส ระบบวัดแสง ออโต้โฟกัส สัญลักษณ์แฟลช ความไวแสง ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง เป็นต้น
จอมอนิเตอร์ของ EOS 450D มีขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล แบบ TFT liquid crystal display มีความสว่างกว่าเดิม 30% มองดูภาพได้ชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อใช้งานกลางแจ้งที่มีแสงสว่างมาก แสดงภาพ 100% เต็ม มีมุมมองกว้าง 170 องศา ปรับความสว่างของจอได้ 7 ระดับ แสดงเมนูด้วยตัวอักษรและไอคอนขนาดใหญ่ มองดูได้ชัดเจน แสดงเนูได้ 20 ภาษา


จากการใช้จอ LCD ขนาดใหญ่ ทำให้ตัวเลข ตัวอักษา และไอคอน มีขนาดใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจนดีมาก แบ่งกลุ่มการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ อย่างชัดเจน เมื่อเลือกใช้งานที่โหมดใด จะแสดงตัวอักษรบอกชื่อโหมด สำหรับภาพทางด้านบนเป็นโหมดแมนนวล M และเฉพาะโหมดบันทึกภาพ Av , Tv และ M จะแสดงตัวเลข แสดงค่าความเร็วชัตเตอร์ และค่ารูรับแสงดังภาพทางด้านบน เป็นการออกแบบใหม่ที่น่าประทับใจมาก ตัวเลขจะขยายใหญ่ แม้ว่าจะสายตายาวก็ยังมองเห็นได้ชัดเจน และมีตัวอักษรชี้ทางซ้าย-ขวา เพื่อให้หมุนแป้นวงกลมทางด้านหน้า เป็นการปรับเปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์ (ทางด้านบนคือ 1/30 วินาที) หากต้องการเปลี่ยนค่ารูรัีบแสงในโหมดแมนนวล ต้องกดปุ่ม AV ทางด้านหลังค้างไว้ก่อน จากนั้นกรอบสีฟ้า จะย้ายจากความเร็วชัตเตอร์ไปที่ตัวเลขบอกค่ารูรับแสง และตัวเลขจะถูกปรับให้ใหญ่ขึ้นอัตโนมัติ และการปรับฟังก์ชั่นต่างๆ ด้วยการกดปุ่ม จะแสดงไอคอนขนาดใหญ่เฉพาะฟังก์ชั่นนั้นๆ และถ้าไม่ต้องการ ให้แสดงผลบนจอ LCD เพียงกดปุ่ม DISP. ทางด้านหลัง จอจะปิดการแสดงผลทันที หรือเมื่อแนบตาเข้ากับช่องมองภาพ จอก็จะปิดอัตโนมัติเช่นกัน (ดูข้อมูลจากในช่องมองภาพแทน)
EOS 450D ใช้แบตเตอรี่ที่ออกแบบใหม่รุ่น LP-E5 แบบ Lithium-ion ให้กำลังไฟมากขึ้น 50% ทำให้ถ่ายภาพได้มากขึ้น และมีแบตเตอรี่กริปใหม่ BG-E5 ใช้แบตเตอรี่ได้พร้อมกัน 2 ก้อน หรือ AA 6 ก้อน เพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพแนวตั้ง ใช้แฟลชภายนอกรุ่น Speedlite 580EX II สามารถควบคุมการทำงานของแฟลชจากตัวกล้องได้

ตัวกล้องของ EOS 450D ตัวเล็กและเบากว่าเดิม ทำให้สะดวกในการนำไปใช้งานถ่ายภาพตามที่ต่างๆ โดยมีจอ LCD สำหรับดูภาพขนาดใหญ่ 3.0 นิ้ว และออกแบบให้ใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SD หรือ SDHC แทนการใช้การ์ด CF ทำให้ตัวกล้องเล็กและน้ำหนักเบา อีกทั้งการ์ด SS/SDHC หาซื้อได้ง่ายและมีความจุสูง ปัจจุบันสูงสุด 32GB

ช่องมองภาพของ EOS 450D ออกแบบใหม่ แสดงภาพ 95% มองดูภาพได้ชัดเจน ด้วยการออกแบบ ชุดสะท้อนภาพแบบ Eeflective evaporated-silver mirror มองภาพได้กว้างและมองห่างได้ถึง 19 มม. ทำให้ใช้งานสะดวกแม้ว่าจะสวมแว่นตาขณะถ่ายภาพ ภายในช่องมองแสดงขุดโฟกัส และข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการบันทึกภาพ อาทิ ระบบวัดแสง ออโต้โฟกัส แฟลช ความไวแสง ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง เป็นต้น

EOS 450D ออกแบบกริปมือจับใหม่ หุ้มด้วยยางกันลื่น จับถือได้กระชับมือมากยิ่งขึ้น และออกแบบปุ่มปรับ ISO ใหม่ อยู่ทางด้านบนของกริปมือจับ สามารถปรับเปลี่ยน ISO ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องละสายตา ออกจากช่องมองภาพ โดยดูตัวเลข Iso ได้จากในช่องมองภาพ นอกจากนี้ยังมี การตอบสนอง การใช้งานที่รวดเร็ว มีช่วงเวลาการลั่นชัตเตอร์สั้นมากเพียง 0.09 วินาที และช่องมองภาพมืด ขณะลั่นชัตเตอร์เพียง 0.13 วินาทีเท่านั้น การถ่ายภาพหน่วงเวลาเลือกได้แบบ 10 วินาที สำหรับถ่ายตัวเอง หรือ 2 วินาที สำหรับลดการสั่นไหวเมื่อถ่่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ และไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ พร้อมระบบวัดแสงแบบเฉพาะจุดใหม่ พื้นที่วงกลม 4% กลางจอภาพแบบเดียวกับที่ใช้ในกล้องรุ่นโปร

ทางด้านข้างมีช่องใส่เมมโมรี่การ์ด มีฝาปิดแบบบานพับเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนไปใช้ SD/SDHC ที่มีขนาดเล็กกว่า CF ค่อนข้างมาก ทำให้ส่วนของช่องใส่เมมโมรี่การ์ดมีขนาดเล็กลง และปัจจุบันเมมโมรี่การ์ด SD/SDHC มีราคาไม่แพง หาซื้อง่าย และมีความจุสูงมากเช่น 8, 16 หรือ 32 GB ทำให้ถ่ายภาพได้มากเท่าที่ต้องการ แม้ว่าจะเลือกบันทึกไฟล์ฟอร์แมท RAW หรือ RAW+JPEG ที่มีขนาดไฟล์ใหญ่มากก็ตาม

อีกด้านหนึ่งเป็นช่องต่อเชื่อมภายนอก มีแผ่นยางปิดเอาไว้ ภายในมีช่อง Video สำหรับเปิดชมภาพจากโทรทัศน์ ช่องต่อสายรีโมท คอนโทรล และช่อง USB ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อดาวน์โหลดภาพ หรือควบคุม การถ่ายภาพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ด้วยซอฟท์แวร์ Remote Capture ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง หรือ จะต่อตรงเข้ากับพริ้นเตอร์เพื่อสั่งพิมพ์ภาพก็ได้ รองรับมาตรฐาน PictBridge และ Direct Print
จากการทดลองถ่ายภาพจริง พบว่ากล้องรุ่นนี้มี การตอบสนองการใช้งานที่รวดเร็ว มีช่วงเวลาการลั่นชัตเตอร์สั้นมากเพียง 0.09 วินาที และช่องมองภาพมืด ขณะลั่นชัตเตอร์เพียง 0.13 วินาทีเท่านั้น ต่างกับรุ่น EOS 400D อย่างเห็นได้ชัด ส่วนการถ่ายภาพหน่วงเวลาเลือกได้แบบ 10 วินาที (ตั้งเวลาได้จาก 2-10 วินาที) หรือแบบคงที่ 2 วินาที สำหรับลดการสั่นไหวเมื่อถ่่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ และไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ หรือ จะเลือกใช้งานกับรีโมทคอนโทรลไร้สายก็ได้




