Canon

 EOS 400D

ทดสอบโดย : ประสิทธิ์ จันเสรีกร
ราคา : ตรวจสอบราคาปัจจุบันได้ที่นี่
คู่มือภาษาไทย Canon EOS 400D : คลิ๊กที่นี่

EOS 400D

ตัวแทนจำหน่าย : บ. แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จก.

เปิดตัว : 24 สิงหาคม 2549

Effective 10.1 MP

 

Posted 4 Sept 2006

หากคุณเริ่มต้นหัดถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล อ่านตรงนี้

สนับสนุนเวบไซท์ www.shutterphoto.com โดยการซื้อกล้องรุ่นนี้ที่ http://www.shutterprocenter.com

Introduction Feature Specification Design Menu
Compare Comment Accessories Sample (400D Forums)

 

EOS 400D

คู่มือกล้องดิจิตอล Canon EOS 400D ฉบับสมบูรณ์
จัดพิมพ์โดย : นิตยสาร SHUTTER PHOTOGRAPHY
รูปเล่ม : ขนาด 8.5 x 11.5 นิ้ว พิมพ์ 4 สีทั้งเล่มด้วยกระดาษอาร์ตอย่างดี

คู่มือการใช้กล้อง Canon EOS 400D/30D ภาษาไทย เขียนโดย ประสิทธิ์ จันเสรีกร บรรณาธิการนิตยสาร ชัตเตอร์ โฟโต้กราฟฟี่ เนื้อหาละเอียด ครบถ้วนสมบูรณ์ อธิบายการใช้งานอย่างละเอียด พร้อมภาพประกอบสี่สีทั้งเล่ม เข้าใจง่าย นำไปใช้งานได้ทันที พร้อมด้วยรายละเอียดอุปกรณ์เสริม เลนส์ แฟลช และ เทคนิคการถ่ายภาพแบบต่างๆ

อ่านรายละเอียด | ใบสั่งซื้อหนังสือคู่มือ Canon EOS 400D ฉบับภาษาไทย

การออกแบบ

EOS 400D ใช้บอดี้เหมือนรุ่น EOS 350D เดิม ตัวกล้องจึงยังคงมีขนาดที่เล็กและ น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับ คนที่ต้องการกล้อง ตัวเล็กๆ ไม่เป็นภาระในการเดินทางหรือการใช้งานตามที่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่ช่างภาพหลายคนไม่ชอบ เนื่องจากเคยชินกับกล้องตัวใหญ่ๆ เพราะจับถือได้ถนัดกว่า แต่สำหรับคนที่มือเล็ก หรือผู้หญิงจะชอบกันมากเพราะจับได้พอดี ถ้าแต่มือใหญ่อาจจะซื้อ แบตเตอรี่กริปเพิ่มจะช่วยให้จับได้ถนัดมากขึ้น และยังใช้แบตเตอรี่ได้ 2 ก้อน รวมทั้งการถ่ายภาพในแนวตั้งก็สะดวกมากขึ้นเช่นกัน

หากคุณคุ้นเคยกับ EOS 350D มาก่อน สิ่งแรกที่รู้สึกว่าเปลี่ยนไปคือจอมอนิเตอร์ LCD มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 2.5 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล ภาพที่เห็นชัดเจนดีมาก จอ แสดงผล LCD สำหรับแสดงข้อมูลหายไป เปลี่ยนมาแสดงผลที่จอมอนิเตอร์ LCD แทน ซึ่งเป็นการดีกว่า เพราะแสดงข้อมูลได้อย่างครบครันทุกอย่าง และตัวเลขกับไอคอนมีขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัด คนที่สายตายาวคงจะชื่นชอบกันมากทีเดียว หากแนบตาเข้ากับช่องมองเพื่อดูภาพ ข้อมูลที่แสดงบนจอ LCD จะปิดอัตโนมัติ เพื่อประหยัดพลังงานจากแบตเตอรี่โดยดูข้อมูลจากช่องมองแทน

1
2

สิ่งที่โดดเด่นมากของกล้องรุ่นนี้คือใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C เท่าเดิม แต่เพิ่ม ความละเอียดจาก 8 เป็น 10.1 ล้านพิกเซล ให้ภาพที่คมชัดและเก็บรายละเอียด ต่างๆ ได้ดีกว่าเดิม เหมาะสำหรับการพิมพ์ ภาพขนาดใหญ่ ส่วนหน่วยประมวลผลภาพ ยังคงเป็นแบบ DIGIC II พร้อมใช้งานในเวลา 0.2 วินาที ถ่ายภาพต่อเนื่องเร็ว 3 เฟรม/วินาที ต่อเนื่อง 27 ภาพที่ฟอร์แมท JPEG นับว่ามีความรวดเร็วในการทำงานดีพอสมควร แต่ก็ยังช้ากว่า EOS 30D ที่ทำความเร็วได้ถึง 5 เฟรม/วินาที และมีบอดี้ที่เป็นแม๊กนีเซียมทนทานกว่า 400D ที่บอดี้เป็นพลาสติก

จากการใช้งานพบว่าระบบออโต้โฟกัสแบบแนวกว้าง 9 จุด ใช้งานได้ดีมาก ไม่ว่าวัตถุหรือตัวแบบที่ต้องการจะอยู่ทางซ้าย ขวา บน หรือล่าง ก็เลื่อนจุดโฟกัสให้ตรงกับที่ต้องการได้หมด หรือจะตั้งแบบออโต้ให้กล้องเลือกจุดโฟกัสให้ก็ได้ และยัง
กำหนดพื้นที่ของการโฟกัสให้เหมาะสำหรับถ่ายภาพวัตถุที่มีขนาดใหญ่ โดยจุดโฟกัสกลางภาพเป็นแบบกากบาท หากใช้กับเลนส์ ที่มีรูรับแสงกว้าง F2.8 จะโฟกัสได้รวดเร็วมากและใช้ระบบโฟกัสติดตามการเคลื่อนที่ได้เช่น ภาพกีฬา หรือสัตว์ป่าในธรรมชาติ

ในการทดสอบผมใช้เมมโมรี่การ์ด SanDisk CF Ultra II 4GB ที่วันนี้มีราคาเหลือเพียงห้าพันกว่าบาทเท่านั้น ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเมมโมรี่การ์ดเต็มมากมายนัก และยังมีเอปสัน P-2000 สำหรับโหลดภาพมีฮาร์ดดิสก์ขนาด 40 GB ติดไปอีกหนึ่งตัว การใช้งานจึงเลือกฟอร์แมท JPEG+RAW ตลอด ยกเว้นว่าภาพไม่สำคัญก็เลือกแบบ JPEG ขนาด L หรือ 10 ล้านพิกเซล แต่ถ้าถ่ายภาพป้ายต่างๆ เอาไว้เตือนความจำก็ลดขนาดภาพลงมาเป็น M หรือ S

3

สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใน EOS 400D อีกอย่างหนึ่งคือ ฟังก์ชั่นพิกเจอร์สไตล์ มีให้เลือกใช้ตามลักษณะของภาพถ่าย เพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพดีที่สุดอย่างง่ายดาย อาทิ ภาพทิวทัศน์ ภาพบุคคล ภาพธรรมชาติ หรือ ภาพขาวดำ ซึ่งกล้องจะปรับโทนภาพ คอนทราสท์ ความอิ่มตัวของสี ให้เหมาะสมอัตโนมัติ หรือจะเลือกปรับแต่งความคมชัด คอนทราสท์ ความอิ่มตัวของสี และพารามิิเตอร์อื่นๆ ด้วยตนเองก็ได้ นอกจากนี้ยังดาวน์โหลดพิกเจอร์สไตล์ เพิ่มเติม ได้จากเวบไซต์ของแคนนอน อาทิ Twilight, Emerald, Nostalgia, Autumn และ Cleare สำหรับ การถ่ายภาพขาวดำมีฟิลเตอร์เอฟเฟคเพื่อควบคุมโทนภาพให้ใช้ 4 แบบคือ ฟิลเตอร์สีแดง ส้ม เหลือง และเขียว หรือจะถ่ายภาพแบบโทนสีเดียวก็ได้เช่น สีซีเปีย น้ำเงิน ม่วง และเขียว เพื่อสร้างสรรค์ภาพพิเศษในแบบที่คุณต้องการ

หลังจากถ่ายภาพไปแล้วกำหนให้ แสดงภาพบนจอมอนิเตอร์ได้ทันทีเพื่อตรวจสอบค่าการเปิดรับแสงและความคมชัด ปรับซูมขยายภาพได้ หรือจะเลือกชมภาพขนาดเล็กหลายๆ ภาพเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการค้นหาภาพ และกรณีที่มีภาพจำนวนมากสามารถเลือกชมภาพแบบข้ามทีละ 10 หรือ 100 ภาพ รวมทั้งกราฟฮีทโตแกรม แบบธรรมดาและแบบสี RGB เพื่อตรวจสอบโทนภาพที่ได้ว่าเป็นอย่างไร

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมาตั้งแต่รุ่น EOS 350D คือ Noise ที่น้อยมาก แม้ว่าจะใช้ความไวแสงสูงถึง 400 หรือ 800 ก็ตาม ในการทดสอบถ่ายภาพกลางคืนหรือในห้องที่มีแสงน้อยผมลองใช้ ISO สูงสุดถึง 1600 แล้วใช้เลนส์ EF 24-105 มม. ที่มีระบบ IS ป้อง กันภาพสั่นไหว ทำให้ถ่ายภาพได้คมชัดโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้องให้ยุ่งยาก ทำให้การถ่ายภาพสนุกขึ้นมากทีเดียว แสงน้อยมากแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถ่ายภาพไม่ได้ หากเป็นช่วงกลางวัน การใช้ความไวแสงสูง ยังทำให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้นด้วยซึ่งผมก็ใช้บ้างเหมือนกันเมื่อต้องถ่ายภาพไกลๆ ด้วยเลนส์ 100-400 มม. ยกเว้นเมื่อใช้ขาตั้งกล้องก็ใช้ความไวแสงแค่ 100 เหมือนเดิม

สำหรับแฟลชป๊อปอัพในตัวในตัว ที่ทำงานระบบ E-TTL II และมีค่าไกด์นัมเบอร์ 13 (ISO 100/เมตร) แม้ว่าจะใช้งานได้ดี แต่ในการทดสอบส่วนใหญ่ผมจะใช้กับแฟลชของแคนนอนรุ่น Speedlite 580EX เนื่องจาก ต้องการปรับหัวแฟลช ให้เงยขึ้นเพื่อสะท้อนแสงแฟลช ทำให้ภาพมีแสงแฟลชที่นุ่มนวล ดูแล้วเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้แฟลชส่องไปตรงๆ อย่างไรก็ตามในบางโอกาสที่เราไม่ต้องการนำไปตัวใหญ่ไปด้วย แฟลชป๊อปอัพบนตัวกล้องก็ช่วยได้มากเช่นกัน ต่างกับกล้องรุ่น EOS 5D ที่ผมนำไปใช้งานที่ Photokina ด้วยอีกตัวหนึ่ง ไม่มีแฟลช ป๊อปอัพ ต้องใช้แฟลชภายนอกอย่างเดียวเท่านั้น ในการทดสอบระบบแฟลช E-TTL II โดยใช้ร่วมกับระบบบันทึกภาพออโต้ พบว่า กล้องคำนวณปริมาณแสงของฉากหลัง ได้แม่นยำมาก ภาพที่ได้มีแสงที่ตัวคนกับฉากหลัง ใกล้เคียงกันจนดูแทบไม่ออกว่าใช้แฟลช ต่างกับระบบแฟลชทั่วๆ ไป ที่มักจะมีแสงแฟลชสว่างจ้า จนทำให้ผู้ใช้ไม่ชอบการใช้แฟลชถ่ายภาพ

EOS 400D มีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายอย่างเช่น ช่องมองภาพเป็นแบบ เพนทา ไมเร่อร์ มองเห็นภาพ 95% อัตราขยาย 0.8x มองภาพได้ห่าง 20 มม. ไม่มีปัญหาสำหรับคนที่ต้องสวมแว่นตาถ่ายภาพ หากสายตาสั้นหรือ ยาวเพียงเล็กน้อยก็ปรับชดเชยสาย ตาได้โดยดูภาพในช่องมองหลังจากโฟกัสแล้วให้คมชัดมากที่สุด สำหรับระบบวัดแสงแบบมาตรฐานแบ่งพื้นที่ 35 ส่วน Evaluative สัมพันธ์กับจุดโฟกัส วัดแสงได้เที่ยงตรงดีมากทีเดียว หรือจะเลือกใช้แบบพาร์เทียล พื้นที่ 9% กลางจอภาพก็ได้ กรณีที่ตัวแบบอยู่กลางภาพ อย่างไรก็ตาม กล้องรุ่นนี้ยังไม่มีระบบวัดแสงแบบเฉพาะจุดให้เลือกใช้ เหมือนเดิม น่าจะเป็นการออกแบบ ตามกลุ่มผู้ใช้ที่ส่วนใหญ่เป็นมือสมัครเล่น หากไม่มีประสบการณ์ดีพอ การใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุด จะทำให้วัดแสงผิดพลาดได้ง่าย

mode

สำหรับโหมดบันทึกภาพมีให้ใช้ครบทุกอย่างตั้งแต่ โปรแกรมออโต้ กล้องปรับให้อัตโนมัติทุกอย่าง หรือ โปรแกรมสำเร็จรูปถ่ายภาพแบบต่างๆ 6 แบบ โหมดออโต้ชัตเตอร์ ออโต้รูรับแสง และโปรแกรมชัดลึก แต่ที่ผมใช้เป็นหลัก ยังคงเป็นระบบแมนนวลเหมือนเดิม เนื่องจากคุ้นเคยกับระบบนี้มานานและควบคุม ค่าการบันทึกแสงได้ดีกว่า ยกเว้นว่าต้องการถ่ายภาพแบบรวดเร็วก็อาจจะเลือกโหมดออโต้รูรับแสง โดยกำหนดค่าความเร็วชัตเตอร์เอาไว้ก่อน เพื่อจะได้มั่นใจได้ว่าภาพจะคมชัดแน่นอน

EOS 400D ยังมีคัสตอมฟังก์ชั่น 11 อย่าง ปรับได้ 29 แบบ ช่วยให้การใช้งานทำได้ดีมากยิ่งขึ้น อาทิ การปรับลด Noise เมื่อต้องถ่ายภาพด้วยเวลานานๆ เลือกเปิดปิดไฟช่วยหาโฟกัส การปรับแบ่งระดับการเปิดรับแสง 1/2 หรือ 1/3 สตอป ล๊อคกระจกสะท้อนภาพ เลือกระบบวัดแสง E-TTL II เลือกสัมพันธ์แฟลชที่ม่านชัตเตอร์ชุดแรกหรือชุดหลัง เป็นต้น

Introduction Feature Specification Design Menu
Compare Comment Accessories Sample (400D Forums)

 


1998-2008 IMAGE FOCUS Ltd.,Part.
763/4-5 Udomsuk Rd. Bangchak Bangna BANGKOK 10260 THAILAND
Tel. 0-2748-9100 (Auto)  FAX: 0-2746-6988  E-mail : info@shutterphoto.com