จำนวนผู้เข้าชม

Visitors since Aug 2001

Canon

eos 1d mark iii

ทดสอบ : 9 มิถุนายน 2550
ราคา : ดูราคาปัจจุบัน คลิ๊กที่นี่

EOS 1D

ตัวแทนจำหน่าย : บ. แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จก.

Mark III

ข่าวเปิดตัวกล้อง Canon EOS 1D Mark III

Effective 10.1 MP

ดาวน์โหลด Firmware เวอร์ชั่น 1.1.0 คลิ๊กที่น

Posted 9 June 2007

หากคุณเริ่มต้นหัดถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล อ่านตรงนี้

สนับสนุนเวบไซท์ www.shutterphoto.com โดยการซื้อกล้องรุ่นนี้ที่ http://www.shutterprocenter.com

Introduction Feature Specification Design Menu
Compare Comment Accessories Sample ซื้อกล้องรุ่นนี้

จอมอนิเตอร์ LCD 3.0 นิ้วใหม่

lcd3

EOS 1D Mark III ใช้จอ LCD ใหญ่สะใจขนาด 3.0 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล น้องๆ จอกล้องวิดีโอ ทำให้ดูภาพ ได้ชัดเจนสบายตา แถมมีมุมมองกว้าง 140 องศา มองด้านข้างก็ยังชัดเจน และดูภาพได้อย่างชัดเจนแม้ว่าจะใช้งานกลางแจ้งที่มี แสงสว่างมาก โดยปรับความสว่างของจอได้ 7 ระดับ ในโหมดเปิดชมภาพ เลือกดูภาพใหญ่ภาพเดียว หรือภาพเล็ก 4 หรือ 9 ภาพ เพื่อความสะดวก ในการค้นภาพ และเลือกข้ามได้ทีละ 1, 10 หรือ 100 ภาพ ทำให้ค้นหาภาพได้เร็วมากยิ่งขึ้น กรณีที่มีภาพจำนวนมากในเมมโมรี่การ์ด ส่วนการซูมขยายภาพได้สูงสุด 10 เท่า การแสดงภาพบนจอ LCD เลือกได้ 4 แบบเหมือนกับกล้อง D-SLR ทั่วๆ ไป คือแบบภาพอย่างเดียว ภาพพร้อมฟอร์แมทไฟล์ และลำดับภาพในการ์ด ภาพพร้อมกราฟฮีทโตแกรม และภาพพร้อมข้อมูลที่ใช้ในการถ่ายภาพ

ISO สูงสุด 3200
ภาพยังคมชัดแม้ใช้ ISO 1600 หรือ 3200 !!! และปรับได้สูงสุด ISO 6400 นี่คือจุดเด่นสำคัญของ EOS 1D Mark III เนื่องจากช่างภาพมืออาชีพที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของกล้องรุ่นนี้เช่น ช่างภาพข่าว กีฬา หรือสัตว์ป่า มักจะถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยเช่น กลางคืน หรือภาพที่ต้องการชัตเตอร์สูงๆ เป็นประจำ จากรุ่น EOS-1D Mark II N เดิมที่มีความไวแสงปกติสูงสุด 1600 ในรุ่นนี้ได้เพิ่มมาอีก 1 สตอปเป็น ISO 3200 และขยายได้อีก 1 สตอปเป็น ISO 6400 และที่ ISO สูงมากอย่าง 1600 หรือสูงถึง ISO 3200 แทบไม่มี Noise ให้เห็น และยังคงความคมชัดได้ดีมาก ส่วนการปรับ ความไวแสง ISO ทำได้ละเอียดขั้นละ 1/3 สตอป ทำให้การวัดแสงแบบละเอียดปราณีต ทำได้สะดวกมาก หากจำเป็นยังลดความไวแสงได้ต่ำสุด ยังลดลงไปได้ที่ ISO 50 เพื่อผล ในเรื่องความเร็วชัตเตอร์ต่ำเช่น การถ่ายภาพน้ำตก เป็นต้น

live view

Live View ดูภาพจากจอมอนิเตอร์ LCD
Live View ดูภาพก่อนถ่ายจากจอ LCD ได้ นี่คงเป็นเทรนด์ใหม่ของกล้อง D-SLR ที่สามารถดูภาพ จากจอ LCD ได้เหมือนกล้องคอมแพค เหมาะกับการถ่ายภาพที่ไม่สะดวกในการดูภาพจากช่องมองภาพ ยิ่งไปกว่านั้นสามารถดูภาพจากจอคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ผ่าน USB 2.0 หรือจะดูภาพแบบไร้สายก็ได้ โดยใช้งานร่วมกับ Transmitter WFT-E2/E2A ใช้ดูภาพและส่งภาพได้แบบไร้สาย ทำให้การถ่ายภาพในสตูดิโอสะดวกสบายไม่ต้องมีสายเกะกะ เหมือนเดิม และชมภาพได้ จากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ มองเห็นภาพได้ชัดเจน ลดความผิดพลาดในการทำงาน รวมทั้ง งานถ่ายภาพนอกสถานที่ก็สะดวกมากยิ่งขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้การใช้งานแบบ Live View ต้องใช้ร่วมกับ ซอฟท์แวร์ EOS Utility 2.0 หรือใหม่กว่าที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง

cmos

ระบบกำจัดฝุ่นอัตโนมัติ
ระบบกำจัดฝุ่น และทำความสะอาดเซ็นเซอร์ในตัวกล้องแบบอัตโนมัติ ทำงานได้ 3 วิธี โดยชุด ทำความสะอาดเซ็นเซอร์อัตโนมัติอยู่ทางด้านหน้า ฟิลเตอร์โลว์พาส อาศัยการสั่นสะเทือน ด้วยอินฟราเรดทำให้ฝุ่นหลุดออกไป นอกจากนี้ที่ผิวหน้ายังเคลือบสารป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ทำให้
ฝุ่นไม่ติดเกาะเหมือนในกล้องดิจิตอล SLR ทั่วๆ ไป และหากมีฝุ่นปรากฏในภาพ สามารถใช้ฟังก์ชั่น Dust Delete เพื่อบันทึกข้อมูลตำแหน่งที่มีฝุ่นติดอยู่ จากนั้นถ่ายภาพตามปกติ แล้วนำไป เปิดด้วยซอฟท์แวร์ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง จะสามารถลบฝุ่นออกอัตโนมัติในภายหลังได้

battery

แบตเตอรี่ถ่ายภาพได้ 2,200 ภาพ
แบตเตอรี่ใหม่ LP-E4 เล็กกว่าเดิมเกือบครึ่ง น้ำหนักเบา ถ่ายภาพได้มากถึง 2,200 ภาพ เมื่อรวม แบตเตอรี่แล้ว มีน้ำหนักใกล้เคียงกับ EOS 5D + กริป แบบนี้ มือโปรน่าจะชอบ เพราะไม่ต้องแบกของหนักเหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้ยังมีเมนูแสดงสถานะของแบตเตอรี่อีกด้วย โดยแสดงชนิดของแบตเตอรี่ พลังงานที่เหลืออยู่ จำนวนภาพที่ถ่ายต่อได้ และสถานะการรีชาร์จ แบตเตอรี่เพื่อป้องกันปัญหาเรื่อง เมมโมรี่เอฟเฟคเมื่อมีการใช้งานไปนานๆ โดยในชุดอุปกรณ์ มาตรฐานจะมีเครื่องชาร์จ Battery Charger LC-E4 ชาร์จแบตเตอรี่ได้สองก้อน ใช้เวลาก้อนละ 120 นาที หรือ 2 ชั่วโมง หากต้องการชาร์จไฟจากรถยนตร์ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม Car Battery Cable CB-570 หรือใช้กับไฟบ้านผ่านชุด AC Adapter Kit ACK-E4 ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง โดยไม่มีปัญหา เรื่องแบตเตอรี่หมด เหมาะสำหรับงานถ่ายภาพในสตูดิโอ

ระบบออโต้โฟกัส
จุดเด่นสำคัญในกล้อง EOS 1D Mark III ใหม่คือ ระบบออโต้โฟกัส ออกแบบใหม่หมด ทำงานได้รวดเร็วทันใจ โดยมีเซ็นเซอร์โฟกัสแบบกากบาทมากถึง 19 จุด พร้อมด้วย 26 จุดช่วยในการโฟกัสให้รวดเร็วแม่นยำมากยิ่งขึ้น (ดูภาพทางด้านล่างซ้าย) โดยระบบออโต้โฟกัส 19 จุดแบบกากบาทจะทำงานได้ผลเต็มที่กับเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสุด F2.8 หรือกว้างกว่า นอกจากนี้ยังโฟกัสได้แม่นยำแม้ในที่มืดหรือสภาพแสงน้อย มีระบบโฟกัสต่อเนื่อง ติดตามการเคลื่อนที่แบบ AI Servo เมื่อใช้งานร่วมกับการถ่าภาพต่อเนื่อง 10 เฟรม/วินาที ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดและจับจังหวะภาพได้อย่างทันท่วงที

ช่องมองภาพ
ช่องมองภาพของ EOS 1D Mark III มีขนาดใหญ่ช่วยให้มองดูภาพได้อย่างชัดเจนและสบายตา โดยแสดงภาพในช่องมองเต็ม 100% ตรงกับไฟล์ภาพที่ได้จริง อัตราขยายในช่องมอง 0.76 เท่า แสดงข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการถ่ายภาพอย่างครบครันทางด้านขวาและด้านล่า งของจอภาพ อาทิ โหมดการวัดแสง ความไวแสง ระดับกำลังไฟของแบตเตอรี่ ไฟล์ฟอร์แมท ล๊อคความจำแสง สำหรับโฟกัสซึ่งสกรีนใหม่แบบ Laser Matte Ec-C IV มีความสว่างสูง มองดูภาพได้ชัดเจน ทำให้การปรับโฟกัสเองแบบแมนนวลทำได้อย่างสะดวกและแม่นยำ

drive

ระบบการทำงานที่รวดเร็ว
EOS 1D Mark III ออกแบบให้ประมวนผลภาพโดยอ่านข้อมูลพร้อมกันแบบ 8 ช่องทาง ทำให้บันทึกภาพได้รวดเร็วแม้ว่าจะมีความละเอียดสูงสุดถึง 10 ล้านพิกเซล โดยทำความเร็วได้สูงสุดถึง 10 เฟรม/วินาที นับว่าเป็นกล้องดิจิตอล SLR ออโต้โฟกัส ที่ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วที่สุดในโลก (กุมภาพันธ์ 2550) และถ่ายภาพต่อเนื่องได้รวดเดียว 110 ภาพที่ฟอร์แมท JPEG หรือ 30 ภาพที่ฟอร์แมท RAW เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานถ่ายภาพกีฬาหรือสัตว์ป่า ที่จำเป็นต้องใช้ การถ่ายภาพต่อเนื่องความ เร็วสูงเพื่อจับจังหวะภาพหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที นอกจากนี้ยังมีการตอบสนองที่รวดเร็วมาก หลังจากเปิดสวิตช์กล้องเพียง 0.2 วินาที ก็พร้อม บันทึกภาพได้ทันที โดยมีช่วงเวลาการลั่นชัตเตอร์สั้นเพียง 55 มิลลิวินาทีเท่านั้น

ระบบวัดแสง
ระบบวัดแสงของ EOS 1D Mark III มีการพัฒนาใหม่หมด โดยแบ่งพื้นที่วัดแสงออกเป็น 63 โซน วัดแสงสัมพันธ์กับจุดโฟกัสแบบกากบาท 19 จุด เมื่อโฟกัสที่จุดใดกล้องจะเน้นการวัดแสงที่่ไปจุดนั้ นอัตโนมัติ ทั้งการวัดแสงแบบปกติและวัดแสงแฟลช เลือกระบบวัดแสงได้ 4 แบบ ที่น่าสนใจคือ การวัดแสงแบบเฉพาะจุดหลายจุดสัมพันธ์กับจุดโฟกัส ทำงานได้อย่างเที่ยงตรง และมีระบบ ปรับความไวแสงอัตโนมัติเพื่อความเหมาะสมกับ สภาพแสงขณะถ่ายภาพ เพื่อให้ได้ภาพดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

memory card

การจัดเก็บภาพ
การจัดเก็บภาพมี 2 ช่องเหมือนเดิมคือ CF และ SD รองรับ SDHC ที่มีความจุสูง จะเลือกบันทึกภาพ ฟอร์แมทเดียวกันลงใน CF และ SD พร้อมๆ กัน หรือแยกคนละฟอร์แมทเช่น RAW เก็บใน CF ส่วน JPEG เก็บใน SD นอกจากนี้ยังเลือกขนาดภาพที่่แตกต่างกันได้ด้วย สำหรับแนวโน้ม SD Card มีอนาคตสดใสมากเนื่องจากมีขนาดเล็ก มีความจุสูง ในปี 2007 นี้จะมีการ์ด ขนาด 8 และ 16 GB ออกวางจำหน่าย และยังมีอุปกรณ์รองรับมากมาย แม้กระทั่งโทรทัศน์ในบ้าน หรือโทรทัศน์ติดรถยนตร์บางรุ่น ยังมีช่องอ่านการ์ด SD ทำให้เปิดชมภาพได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หากใช้ร่วมกับอุปกรณ์ส่งข้อมูลไร้สาย WFT-E2 จะส่งภาพจากเมมโมรี่การ์ด ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ เช่น คอมพิวเตอร์ ได้ทันทีและรวดเร็ว

wireless

การต่อเชื่อมภายนอก
การเชื่อมต่อภายนอกออกแบบให้ช่างภาพในสตูดิโอและช่าง ภาพข่าวทำงานได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น โดยมีช่องอินเทอร์เฟส USB 2.0 High-Speed ถ่ายโอนข้อมูลภาพได้รวดเร็วทันใจ หรือจะใช้งาน แบบเน็ตเวิร์คก็ได้ด้วยสายเชื่อมต่อ Ethernet 100BASE-TX หรือแบบเน็ตเวิร์คไร้สาย IEEE802.11b/g ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยช่องต่อแบบ 15 พิน และต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ GPS นำทางผ่านดาวเทียม ช่วยให้บันทึกข้อมูลพิกัดตำแหน่งที่่ถ่ายภาพลงในไฟล์ ภาพได้ และต่อเข้ากับ อุปกรณ์ส่งข้อมูลภาพไร้สายรุ่น WFT-E2/E2A นอกจากน ี้ยังมีช่องวิดีโอ สำหรับเปิดชมภาพ vจากโทรทัศน์ ช่องรีโมทคอนโทรล เป็นต้น สำหรับการใช้ร่วมกับ อุปกรณ์ส่งภาพไร้สาย WFT-E2/E2A จะสามารถส่งภาพไปยังคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว จะใช้งานแบบมีสายเน็ตเวิร์คแบบ Ethernet 100BASE-TX หรือไร้สาย Wireless LAN (IEEE 802.11b/g) ด้วยความเร็วมากกว่า 100Mb ออกแบบให้ใช้งานง่ายและปลอดภัยด้วยระบบป้อนรหัสผ่าน รอง รับการใช้งานทั้งแบบ FTP, PTP และ HTTP นอกจากนี้ยังต่อเชื่อมกับฮาร์ดดิสก์แบบพกพา อุปกรณ์ USB หรืออุปกรณ์ รับสัญญาณจากดาวเทียม GPS เพื่อบันทึกพิกัดตำแหน่งที่ถ่ายภาพ

เลนส์
EOS 1D Mark III มีเลนส์รองรับการใช้งานมากมายในตระกูล EF (ใช้เลนส์ EF-S ไม่ได้) ปัจจุบันมีเลนส์ให้เลือกใช้มากกว่า 50 ตัว ตั้งแต่เลนส์มุมกว้าง 14 มม. ไปจนถึงซุปเปอร์เทเลโฟโต้ 600 มม. ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ โดยข้อมูลของค่่ารูรับแสงและทางยาวโฟกัสจะถูกส่งไปยั งกล้อง อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยเลนส์พิเศษระบบ IS หรือ Image Stabilization ป้องกันภาพสั่นไหว เมื่อต้องถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าปกติถึง 3 สตอป และมอเตอร์แบบ USM ที่โฟกัสได้รวดเร็ว ปราศจากเสียงดังรบกวน พร้อมกับกล้องรุ่นใหม่ แคนนอนได้เปิดตัว เลนส์ซูมมุมกว้างระดับโปรซีรีย์ L ใหม่คือ EF 16-35mm f/2.8L II USM ออกแบบให้กันละอองน้ำ และฝุ่นละอองได้ ให้สมดุลย์สีที่ดีเยี่ยม มีแฟลร์ต่ำเมื่อต้องถ่ายภาพย้อนแสง มีการบิดเบือนต่ำ ภาพใสเคลียร์ทั่วทั้งภาพ มีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ

580ex ii

Canon Speedlite 580EX II (ซื้อแฟลชรุ่นนี้)
เพื่อให้การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ แคนนอนได้ผลิตแฟลชรุ่นใหม่ออกมาแทนรุ่น 580EX เดิม หากใช้กับกล้อง EOS รุ่นอื่นๆ จะทำงานเหมือน 580EX ทุกอย่าง แต่เมื่อใช้กับ EOS 1D Mark III จะกันละอองน้ำและฝุ่นละอองได้เนื่องจากใช้ฮอทชูที่ออกแบบมาใหม่ เมื่อประกอบเข้ากับ 580EX II จะมียางมาปิดครอบฮอทชูเพื่อกันละอองน้ำและฝุ่น ทำให้ใช้งานได้ในทุกสภาวะอากาศ แม้กระทั่ง ขณะฝนตก สำหรับระบบการทำงานยังคงเป็น E-TTL II สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอีกอย่างในแฟลชรุ่นใหม่นี้คือ ตามรอยต่อต่างๆ รวมทั้งฝาครอบแบตเตอรี่ ออกแบบให้กันฝุ่นและละอองน้ำได้ และยังมี แบตเตอรี่แพคใหม่ รุ่น CP-E4 และสายซิงค์แฟลชเพื่อแยกแฟลชออกจากตัวกล้องใหม่รุ่น OC-E3 เมื่อต่อเข้ากับฮอทชูจะกันฝุ่นและละอองน้ำได้ด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นการใช้แฟลช รุ่นใหม่นี้ ยังออกแบบให้ปรั บควบคุมแฟลชได้จาก ตัวกล้องโดยดูข้อมูลจากเมนูบนจอมอนิเตอร์ LCD คุณสมบัติอื่นๆ ของแฟลชใหม่ตัวนี้เช่น ระบบล๊อคที่ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว การชาร์จแบตเตอรี่ ทำได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 20% และขณะชาร์จไฟจะเงียบปราศจากเสียงดังรบกวน
เหมือนแฟลชรุ่นเก่า

cmos

เซ็นเซอร์ภาพ
Canon EOS 1D Mark III ใช้เซ็นเซอร์ภาพขนาดเล็กกว่าฟิล์มนิดหน่อย ต้องคูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม 1.3 เท่า ออกแบบให้อ่านข้อมูลแบบ 8 ช่องทางพร้อมๆ กัน ทำให้ประมวลผลภาพได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะถ่ายภาพที่ความเร็วสูงสุด 10 เฟรม/วินาทีก็ตาม ขนาดเซ็นเซอร์แบบนี้เรียกว่า APS-H หรือ 28.1 x 18.7 มม. มีช่วงการรับแสงกว้าง เทียบเท่า ISO 100-3200 นับว่ามี ISO สูงสุดในบรรดา
กล้องดิจิตอล SLR ตระกูล EOS ในปัจจุบัน (กุมภาพันธ์ 2550) ช่วยให้ถ่ายภาพได้ดีในทุกสภาพแสง ตั้งแต่การถ่ายภาพกลางแจ้งไปจนถึงการถ่ายภาพตอนกลางคืนที่มีแสงน้อย โดยไม่ต้องใช้แฟลช

นอกจากนี้เซ็นเซอร์ใหม่ยังมีค่าไดนามิกเร้นจ์กว้าง ทำให้ภาพมีการไล่เฉดสีอย่างนุ่มนวล ดูสมจริงตามธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้นแคนนอนยังได้ใช้เทคโนโลยีกำจัดฝุ่นที่หน้าเซ็นเซอร์ภาพ ช่วยให้ ภาพที่ได้ใสเคลียร์อยู่เสมอ นับเป็นกล้อง D-SLR ตัวที่สองของแคนนอนที่ใช้ระบบกำจัดฝุ่นในตัวกล้อง ต่อจากกล้องรุ่นยอดนิยม EOS 400D และคงจะเป็นมาตรฐานในกล้อง D-SLR รุ่นต่อจากนี้ไป ของแคนนอน

เท่านั้นยังไม่พอ แคนนอนยังได้เพิ่มชิพลด Noise อยู่ในชุดเดียวกับเซ็นเซอร์ภาพ ทำให้ภาพที่ได้ มีรายละเอียดที่ชัดเจน ปราศจากสัญญาณรบกวน โดยเฉพาะภาพที่มีคอนทราสท์สูง หรือ ภาพที่ต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ และแม้ว่าจะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มากมายบนตัวเซ็นเซอร์ภาพ แต่กลับใช้พลังงานน้อยมาก ทำให้ถ่ายภาพได้มากกว่าเดิม และนั่นคือสิ่งที่ช่างภาพมืออาชีพต้องการ เพราะสามารถถ่ายภาพได้มากเท่าที่ต้องการถึง 2,200 ภาพ ไม่ต้องคอยพะวงว่า แบตเตอรี่จะหมดกลางคัน และนับเป็นครั้งแรก ที่แคนนอนใช้หน่วยประมวลผลแบบคู่ DIGIC III ทำให้การทำงานรวดเร็วมาก แม้ว่าจะถ่ายภาพที่ 10 ล้านพิกเซล ยังทำความเร็วได้ถึง 10 เฟรม/วินาที ซึ่งการออกแบบชิพคู่แบบนี้ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลรวดเ ร็วมาก และยังช่วยประหยัดพลังงาน จากแบตเตอรี่ได้ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยให้ภาพที่ได้มีรายละเอียดที่ดีขึ้น มีการไล่โทนภาพ ละเอียดมากกว่าเดิม หรือมีค่าไดนามิกเร้นจ์กว้างนั่นเอง ส่วนเรื่อง Noise สามารถปรับ ให้ทำงานแบบลด Noise อัตโนมัติได้ในทุกค่าความไวแสง ไม่จำกัดเฉพาะเมื่อใช้ความไวแสงสูง เพื่อให้ภาพที่ได้ใสเคลียร์ ได้รายละเอียดมากที่สุด โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นโทนมืด (ต้องเข้าไปปรับตั้งจากคัสตอมฟังก์ชั่น II-2)

14bit

แสดงสีได้ 14 บิต
สิ่งที่น่าสนใจอีกในเรื่องคุณภาพคือ แสดงสีได้ 14 บิต ทำให้ภาพที่ได้มีโทน 16,384 โทน มากกว่ากล้องทั่วๆ ไปที่ทำได้ 12 บิต (4,096 โทน) การถ่ายภาพ ที่มีความแตกต่างของแสงมาก จึงเก็บรายละเอียดได้สมจริงมาก ใกล้เคียงกับฟิล์ม และนอกจากไฟล์ RAW มาตรฐานที่แสดงสีได้ 14 บิตแล้ว ยังมีไฟล์ฟอร์แมทใหม่ sRAW หรือ Small RAW ความละเอียด 2.5 ล้านพิกเซล สามารถปรับแต่งภาพในภายหลังได้เหมือนไฟล์ RAW 10 ล้านพิกเซลตามปกติทุกอย่าง และยังเลือกขนาดภาพได้ 4 แบบเพื่อความเหมาะสมในการนำภาพไปใช้งานคือ L/M1/M2/S และแน่นอนว่าสามารถเลือกบันทึกภาพฟอร์แมท RAW + JPEG พร้อมๆ กันได้

 


> ซื้อกล้องรุ่นนี้

สนับสนุนเวบไซท์ www.shutterphoto.com โดยการซื้อกล้องรุ่นนี้ที่ http://www.shutterprocenter.com

 



Copyright 1998-2007 IMAGE FOCUS Ltd.,Part.
763/4-5 Udomsuk Rd. Bangchak Bangna BANGKOK 10260 THAILAND
Tel. 0-2748-9100 (Auto)  FAX: 0-2746-6988  E-mail : info@shutterphoto.com