เลนส์ อุปกรณ์ชิ้นสำคัญในการถ่ายภาพ มีให้เลือกใช้มากมายหลายรุ่นหลายขนาด ขึ้นอยู่กับ จุดประสงค์ในการนำไปใช้งาน อาทิ เลนส์มุมกว้าง เลนส์มาโคร เลนส์เทเลโฟโต้ และเลนส์ซูม เป็นต้น ผู้ผลิตกล้องอย่างแคนนอน มีเลนส์ให้เลือกใช้มากมายกว่า 50 ตัว ราคาตั้งแต่ตัวละไม่กี่พันบาท ไปจน ถึงหลักล้านบาททีเดียวครับ เลนส์หลายตัวมีขนาดทางยาวโฟกัสเท่าๆ กัน แต่ราคา และคุณภาพ แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการ ของนักถ่ายภาพ ที่มีงบประมาณมาก หรือน้อย แตกต่างกันนั่นเอง หากมีงบน้อยก็จะมีเลนส์ธรรมดาที่มีคุณภาพระดับปานกลาง แต่ถ้าจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น จะได้เลนส์ที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพที่ดีขึ้นไปตามลำดับ โดยเลนส์ที่มีคุณภาพสูง จะเหมาะกับช่างภาพมืออาชีพ ที่ต้องการเลนส์ที่ให้ภาพที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณเป็นเพียงมือสมัครเล่น และมีงบประมาณเพียงพอ ก็มีสิทธิ์เลือกใช้เลนส์ที่มักเรียกกันว่า เกรดโปร ได้เช่นกัน
ในปัจจุบันนักถ่ายภาพส่วนใหญ่ นิยมใช้เลนส์ซูม เนื่องจากมีความคล่องตัวสูง ไม่ต้องเสียเวลา ถอดเปลี่ยนเลนส์ไปมา แต่เลนส์ซูมคุณภาพจะสู้เลนส์เดี่ยวๆ เช่น 20 มม., 50 มม., 85 มม. หรือ 200 มม. ไม่ได้ ยกเว้นว่าจะเป็นเลนส์ซูมเกรดโปร จะให้คุณภาพที่ใกล้เคียงกับเลนส์เดี่ยว แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม อีกมากทีเดียว แม้ว่าผมจะมีเลนส์ซูมใช้งานอยู่เป็นประจำ 4 ตัว คือ เลนส์ซูมมุมกว้าง และเลนส์เทเลซูม แต่ก็มีเลนส์เดี่ยวเช่นกัน เนื่องจากในบางสถานการณ์ เลนส์ซูมที่มีอยู่ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ในการถ่ายภาพได้เช่น เลนส์ฟิชอาย ที่มีมุมรับภาพกว้าง 180 องศา เลนส์ 50 มม. ที่มีรูรับแสงกว้างสุด F1.4 เลนส์มาโคร สำหรับถ่ายภาพวัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆ และเลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ขนาด 300 และ 600 มม. สำหรับถ่ายภาพกีฬา ภาพนก สัตว์ป่า และสิ่งที่อยู่ในระยะไกลมากๆ
แม้ว่าจะมีเลนส์ ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ แต่เลนส์ที่ถูกเลือกใช้เป็นประจำมีไม่กี่ตัว ซึ่งก็เหมือนกับช่างภาพทั่วๆ ไป นั่นคือ เลนส์ซูมมุมกว้าง และเลนส์เทเลซูม โดยเลนส์ยอดนิยม ของผมคือ 70-200 มม. F2.8L เลนส์ตัวนี้มีจุดเด่นคือ รูรับแสงกว้างสุด F2.8 ทำให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ สูงพอที่จะถือกล้องถ่ายภาพด้วยมือเปล่าได้ เมื่อพบกับสภาพแสงน้อย และยังได้ ความเร็วชัตเตอร์สูง เมื่อต้องการหยุดสิ่งเคลื่อนไหว ส่วนการปรับโฟกัสก็ทำได้รวดเร็วกว่า และใช้งานออโต้โฟกัสได้ แม้ว่าจะต่อเข้ากับเทเลคอนเวอเตอร์ขนาด 2X นอกจากนี้เมื่อนำไปใช้ถ่ายภาพบุคคล
ยังได้ฉากหลังที่เบลอ ทำให้ตัวแบบดูเด่นชัดแยกออกมาจากฉากหลังอย่างสวยงาม
 |
เลนส์ Canon EF 70-200 มม. F2.8L แม้ว่า จะมีข้อดีมากมาย รวมทั้ง คุณภาพ ความคมชัดที่ดีเยี่ยม แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้างคือ เรื่องขนาด ที่ค่อนข้างใหญ่ และน้ำหนักมาก แม้ว่ามือโปร จะยินยอมกับน้ำหนัก โดยไม่ปริปากบ่น แต่ในใจ มักจะคิดอยู่เสมอว่า อยากได้เลนส์ ตัวเล็กและเบากว่านี้ จะได้ไม่เมื่อยล้า เมื่อต้องใช้งานนานๆ ส่วนผมนั้น กลับไม่ค่อยมีปัญหามากนัก เพราะ เมื่อใช้เลนส์ 70-200 มม. ตัวนี้ จะใช้ขาตั้งกล้อง เกือบทุกครั้ง นานๆ ถึงจะใช้มือถือ โดยไม่มีขาตั้งกล้องสักที เนื่องจากต้องการเน้น เรื่องความคมชัด นั่นเอง แม้ว่าจะเปิดรูรับแสง F2.8 แล้วได้ชัตเตอร์ที่สูงพอ แต่คุณภาพดีสุด ของเลนส์ไม่ได้อยู่ที่รูรับแสงกว้างสุด ต้องใช้ประมาณ F8 นั่นเท่ากับลดความเร็วชัตเตอร์ให้ต่ำลงมาถึง 3 สตอป โอกาสที่จะถือกล้องถ่ายภาพ แล้วได้ภาพที่คมชัดจะลดลงไปมากทีเดียว
ด้วยเหตุที่เลนส์ 70-200 มม. F2.8L มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก แม้ว่ามือสมัครเล่นที่จริงจัง หรือมืออาชีพบางคน อยากได้เลนส์ตัวนี้ แต่เกี่ยงเรื่องน้ำหนัก แคนนอนจึงผลิตเลนส์ซีรีย์ L ที่มีคุณภาพสูงขนาด 70-200 มม. อีกหนึ่งตัว แต่ลดขนาดรูรับแสงกว้างสุดเหลือ F4 น้อยกว่า F2.8 อยู่ 1 สตอป ผลิตออกจำหน่ายในปี 1999 ตัวเลนส์เล็ก กะทัดรัด และน้ำหนักเบาเพียง 705 กรัม เบากว่าเกือบครึ่งหนึ่งทีเดียว และให้ภาพที่มีคุณภาพสูง ทั้งความคมชัด คอนทราสท์ และสีสัน ที่สำคัญคือ ราคาไม่แพง ถูกกว่า 70-200 มม. F2.8L เกือบสองหมื่นบาท ทำให้เลนส์รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก แม้กระทั่งมือสมัครเล่น ที่เพิ่งหัดเล่นกล้องได้ไม่นาน ก็เลือกซื้อเลนส์รุ่นนี้มาใช้งาน หากใช้กับกล้องดิจิตอล SLR เพียงปรับเพิ่มความไวแสงอีก 1 สตอป ก็ได้ความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น เทียบเท่า กับการใช้รูรับแสง F2.8 แล้ว เพียงแต่ภาพที่ได้มี Noise เพิ่มมากขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของกล้องด้วย
ถ้าเป็น Canon EOS 1D Mark III ที่มี Noise ต่ำมาก แม้ใช้ความไวแสงสูง และไม่ได้เน้น การใช้รูรับแสงกว้าง F2.8 นับว่าเลนส์ตัวนี้จะสะดวกและคล่องตัวกว่ามาก ไม่เป็นภาระ ในการนำไปใช้งาน เพียงปรับความไวแสงให้สูงขึ้นเป็น ISO 200 หรือ 400 ก็ใช้งานได้อย่างสบายไร้กังวล และในกล้องรุ่นใหม่ๆ นับจากนี้ไป เทคโนโลยีอันก้าวหน้า จะทำให้กล้อง D-SLR มี Noise ที่ลดน้อยลงไปตามลำดับ อาจจะไม่มี Noise เลยก็เป็นได้ แม้ว่าจะใช้ความไสแสงสูงมากถึง 800 หรือ 1600 ถ้าทำได้ขนาดนั้น คงไม่มีใคร อยากใช้เลนส์รูรับแสงกว้างที่ทั้งใหญ่และหนักอีกต่อไปอย่างแน่นอน
|
 |
Canon EOS 1D Mark III
EF 70-200mm F4L IS USM
1/125 sec. F4, ISO 400, RAW, WB Auto
แฟลช Canon 580EX, Adobe RGB
ไฟล์ต้นฉบับ 10 ล้านพิกเซล
เซพเป็น JPEG
เหลือ 2 MB
คลิ๊กที่ภาพด้านบนเพื่อชมภาพต้นฉบับ |
Canon EOS 1D Mark III
EF 70-200mm F4L IS USM
1/125 sec. F4, ISO 400, RAW, WB Auto
แฟลช Canon 580EX, Adobe RGB
ย่อเหลือ 1.5 ล้านพิกเซล
เซพเป็น JPEG
เหลือ 1 MB
คลิ๊กที่ภาพด้านบนเพื่อชมภาพต้นฉบับ |
| |
|
 |
ภาพนี้ซูมขยายที่ 100% จากไฟล์ต้นฉบับ 10 ล้านพิกเซล ทางด้านบน
ดูภาพตัวอย่างทั้งหมดได้จากหน้า Sample |
|
ได้เวลา EF 70-200 มม. F4L IS USM
ผ่านพ้นมาประมาณ 7 ปี แคนนอนได้ผลิตเลนส์ 70-200 มม. ใหม่เพิ่มอีก 1 ตัว นั่นคือ EF 70-200 มม. F4L IS USM เป็นเลนส์ที่นักถ่ายภาพหลายคนเฝ้ารอคอย หลังจากที่มีเลนส์ พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว IS ไปแล้วกับรุ่น EF 70-200 มม. F2.8L IS USM ที่ผลิตออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 2001 เป็นเลนส์ที่มีราคาสูงมาก แม้กระทั่งมืออาชีพ หลายคนยังสู้ราคาไม่ไหว ทั้งที่อยากได้มาก เนื่องจากตอบสนองความต้อง การ ได้เป็นอย่างดี ในกรณีที่ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย และไม่ใช้ขาตั้งกล้อง โดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้ต่ำกว่าปกติถึง 3 สตอป หากซูมที่ช่วงเทเล 200 มม. ปกติต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/200 วินาทีขึ้นไป จึงจะถือกล้อง แล้วถ่ายภาพให้คมชัดได้ แต่เมื่อมีระบบ IS จะใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้ต่ำสุดถึง 1/30 วินาทีแบบสบายๆ
สำหรับเลนส์ EF 70-200 มม. F4L IS USM ตัวใหม่นี้ แคนนอน เคลมเอาไว้ว่า ใช้ชัตเตอร์ ได้ต่ำกว่าปกติถึง 4 สตอป นั่นหมายความว่าในสภาพแสงเดียว กันเทียบกับเลนส์ 70-200 มม. F2.8L หากวัดแสงได้ที่ 1/15 วินาที เลนส์ IS รุ่นนี้ใช้มือถือถ่ายภาพให้คมชัดได้ ในขณะที่เลนส์ F2.8 จะต้องใช้ขาตั้งกล้องเท่านั้น
 |
EF 70-200mm F4L IS USM
ขนาดภาพ : 24 x 36 มม.
F กว้างสุด : F4
F แคบสุด : F32
องศาภาพ : 34 - 12 องศา
เลนส์ : 20 ชิ้น 15 กลุ่ม
โฟกัสใกล้สุด : 1.2 เมตร
อัตราขยาย : สูงสุด 0.21x
ฟิลเตอร์ : 67 มม.
ขนาด : 76 x 172 มม.
น้ำหนัก : 760 กรัม
เลนส์ฮูด : ET-74
คอลล่าร์ : ซื้อเพิ่ม A II (W)
ปีที่ผลิต : ค.ศ. 2006
ราคา : 45,000 บาท
(ราคา ณ มีนาคม 2550)
เช็กราคาปัจจุบัน |
EF 70-200mm F4L USM
ขนาดภาพ : 24 x 36 มม.
F กว้างสุด : F4
F แคบสุด : F32
องศาภาพ : 34 - 12 องศา
เลนส์ : 16 ชิ้น 13 กลุ่ม
โฟกัสใกล้สุด : 1.2 เมตร
อัตราขยาย : สูงสุด 0.21x
ฟิลเตอร์ : 67 มม.
ขนาด : 76 x 172 มม.
น้ำหนัก : 705 กรัม
เลนส์ฮูด : ET-74
คอลล่าร์ : ซื้อเพิ่ม A II (W)
ปีที่ผลิต : ค.ศ. 1999
ราคา : 27,000 บาท
(ราคา ณ มีนาคม 2550)
เช็กราคาปัจจุบัน
|
EF 70-200mm F2.8L USM
ขนาดภาพ : 24 x 36 มม.
F กว้างสุด : F4
F แคบสุด : F32
องศาภาพ : 34 - 12 องศา
เลนส์ : 18 ชิ้น 15 กลุ่ม
โฟกัสใกล้สุด : 1.5 เมตร
อัตราขยาย : สูงสุด 0.21x
ฟิลเตอร์ : 77 มม.
ขนาด : 84.6 x 193.6 มม.
น้ำหนัก : 1,310 กรัม
เลนส์ฮูด : ET-74
คอลล่าร์ : มีในตัวเลนส์
ปีที่ผลิต : ค.ศ. 1995
ราคา : 45,000 บาท
(ราคา ณ มีนาคม 2550)
เช็กราคาปัจจุบัน |
EF 70-200mm F2.8L IS USM
ขนาดภาพ : 24 x 36 มม.
F กว้างสุด : F4
F แคบสุด : F32
องศาภาพ : 34 - 12 องศา
เลนส์ : 23 ชิ้น 18 กลุ่ม
โฟกัสใกล้สุด : 1.4 เมตร
อัตราขยาย : สูงสุด 0.21x
ฟิลเตอร์ : 77 มม.
ขนาด : 86 x 197 มม.
น้ำหนัก : 1,470 กรัม
เลนส์ฮูด : ET-74
คอลล่าร์ : มีในตัวเลนส์
ปีที่ผลิต : ค.ศ. 2001
ราคา : 68,000 บาท
(ราคา ณ มีนาคม 2550)
เช็กราคาปัจจุบัน |
> อ่านต่อหน้าถัดไป
ซื้อเลนส์รุ่นนี้ คลิ๊กที่นี่ > Buy Now |