สุดยอดกล้องดิจิตอล SLR ใหม่ล่าสุดจากแคนนอน ด้วยเซ็นเซอร์ภาพแบบฟูลเฟรมเท่าฟิล์ม 35 มม. ความละเอียด 21.1 ล้านพิกเซล ในชื่อรุ่น EOS-1Ds Mark III นับเป็นกล้องที่มีความละเอียดสูงที่สุดนับจากวันแรกที่แคนนอนผลิตกล้องตระกูล EOS 1D เมื่อ 6 ปีก่อน สำหรับช่างภาพมืออาชีพโดยเฉพาะ

แคนนอน EOS-1Ds Mark III มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับ EOS 1D Mark III ที่เพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตัวกล้องทำจากแม๊กนีเซียมอัลลอยด์ ที่แข็งแกร่งทนทานและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับงานทั้งในและนอกสถานที่ แม้ว่าจะมีความละเอียดที่สูงมากขึ้น แต่ก็ทำงานได้รวดเร็วกว่าเดิม โดยถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วมากถึง 5 ภาพ/วินาที ต่อเนื่อง 56 ภาพที่ฟอร์แมท JPEG หรือ 12 ภาพที่ฟอร์แมท RAW เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานที่ต้องการความรวดเร็วและต้องการไฟล์ภาพที่มีคุณภาพสูงเช่น งานถ่ายภาพแฟชั่น หรืองานนอกสถานที่ รวมทั้งานถ่ายภาพในสตูดิโอ คาดว่าจะวางจำหน่ายได้ภายในสิ้นปี 2007 นี้ในราคาเดียวกับ EOS 1Ds Mark II ที่มีความละเอียด 16.7 ล้านพิกเซล

EOS-1Ds Mark III ใช้เซ็นเซอร์ขนาดเท่ากับฟิล์ม 35 มม. หรือ 36 x 24 มม. เป็นเซ็นเซอร์ CMOS ที่ให้ความละเอียด 21.1 ล้านพิกเซล Effective (5632 x 3750) นับว่าสูงที่สุดในกล้องระดับเดียวกันในปัจจุบัน และเลือกขนาดภาพได้ 6 แบบจาก 21, 16.6, 11, 5.2 และ sRAW 5.2 ล้านพิกเซล
สำหรับหน่วยประมวลผลที่ใช้เป็นแบบ Dual DIGIC III ให้ภาพที่ใสเคลียร์มี Noise ต่ำมากเช่นเดียวกับ EOS-1Ds Mark III โดยหน่วยประมวลผลแบบคู่นี้ทำให้ระบบการทำงานต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ เก็บรายละเอียดภาพ ได้อย่างสมบูรณ์ และถ่ายทอดสีสัน ได้สวยงามสมจริงตามธรรมชาติ
ทางด้านการแสดงสีทำได้มากถึง 14 บิต/สี Analog-to-Digital (A/D) conversion process บันทึกสีได้ 16,384 ต่อหนึ่งช่องสัญญาน (4 เท่าเมื่อเทียบกับ EOS-1Ds Mark II ที่บันทึกสีได้ 12 บิต) และออกแบบให้รองรับเมมโมรี่การ์ด CF ใหม่ Ultra Direct Memory Access (UDMA) ช่วยให้ถ่ายโอนภาพเก็บลงในเมมโมรี่การ์ดได้อย่างรวดเร็วประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับเมมโมรี่การ์ดทั่วๆ ไป
EOS-1Ds Mark III ใช้ระบบออโต้โฟกัสใหม่ 45 จุด แบบเดียวกับที่ใช้ใน EOS-1D Mark III โดยมีจุดโฟกัสความเร็วสูงแบบกากบาท 19 จุด และจุดโฟกัสช่วยอีก 26 จุด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ จุดโฟกัสรอบนอก 9 จุด รอบใน 9 จุด และตรงกลาง 1 จุด สามรถเลือกจุดโฟกัสเองที่จุดใดก็ได้
นอกจากนี้ยังสามารถโฟกัสอัตโนมัติได้ในสภาพแสงที่น้อยมากเพียง -1 EV
ฟังก์ชั่น Live View แบบเดียวกับที่ใช้ในกล้อง EOS-1D Mark III ทำให้สามารถดูภาพจากจอ LCD ขนาด 3.0 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 230,000 พิกเซลในขณะที่กำลังถ่ายภาพได้ โดยแสดงภาพแบบ 100% เต็ม และยังปรับซูมขยายภาพ 5 หรือ 10 เท่า เพื่อตรวจสอบความคมชัดได้ด้วย การใช้งานเหมาะกับงานถ่ายภาพมาโครวัตถุที่มีขนาดเล็กโดยตั้งกล้องบนขาตั้ง นอกจากนี้เมื่อใช้โหมด Live View เสียงลั่นชัตเตอร์จะเงียบมากเนื่องจากไม่มีเสียงของกระจกสะท้อนภาพที่ดีดตัวขึ้นลง เหมาะกับงานที่ไม่ต้องการเสียงดังรบกวน เช่น การถ่ายภาพสัตว์ป่าในธรรมชาติ หรืองานถ่ายภาพ ในห้องประชุม เป็นต้น
EOS-1Ds Mark III สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสายอินเทอร์เฟส USB 2.0 High-Speed เพื่อควบคุมการถ่ายภาพผ่านคอม พิวเตอร์ หากใช้อุปกรณ์เสริม Wireless File Transmitter WFT-E2 จะสามารถถ่ายภาพแบบไร้สายไปยังคอมพิวเตอร์ได้ไกลมากถึง 130 เมตรทีเดียว โดยดูภาพเหมือนจริง ได้จากจอคอมพิวเตอร์และควบคุมการปรับฟังก์ชั่นต่างๆ ได้
สำหรับจอ LCD ใหม่มีขนาด 3.0 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล แบบ TFT มีความสว่างสูง มองภาพได้ชัดเจน ในมุมมองที่กว้างถึง 140 องศาทั้งแนวตั้งและแนวนอน ด้วยจอที่ใหญ่ ทำให้มองดูภาพและตัวอักษรต่างๆ ได้อย่างสบายตา
ส่วนช่องมองภาพมีขนาดใหญ่เช่นกัน อัตราขยาย 0.75x แสดงภาพ 100% เต็ม
Canon EOS-1Ds Mark III มาพร้อมกับฟังก์ชั่น EOS Integrated Cleaning System ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นที่เซ็นเซอร์ภาพโดยเฉพาะ โดยเซ็นเซอร์ CMOS ใหม่ออกแบบมาพร้อมกับชุดอินฟราเรดแบบแก้วอยู่หน้าเซ็นเซอร์ภาพ มีน้ำหนักเบา โดยจะสั่นสะเทือน 3.5 วินาทีเพื่อให้ฝุ่นหลุดออกไปเมื่อเปิดสวิตช์หรือปิดสวิตช์กล้อง โดยการทำงานนี้ จะใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ระหว่างการสั่นสะเทือนนี้ สามารถยกเลิกได้ เพียงกดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่ง หรือจะยกเลิกการทำงานโดยปรับตั้งจากเมนูก็ได้ หากยังคงมีฝุ่นติดอยู่ สามารถใช้ฟังก์ชั่น Dust Delete Data แล้วทำการลบฝุ่นออกในภายหลังด้วยซอพท์แวร์ Digital Photo Professional ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง
และเช่นเดียวกับ EOS-1D Mark III ชุดชัตเตอร์ของ EOS-1Ds Mark III มีความทนทานมาก ผ่านการทดสอบใช้งานถึง 300,000 ครั้ง นอกจากนี้ตามรอยต่อต่างๆ ของตัวกล้อง มีการซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่นถึง 76 จุด ทำให้ใช้งานได้ในทุกสภาวะอากาศอย่างมั่นใจ
Canon EOS-1D Mark III วางจำหน่ายพร้อมกับซอพท์แวร์ใหม่ Canon Picture Style Editor (PSE) 1.0 สามารถปรับแต่งรูปแบบ สี และโทนภาพได้อย่างง่ายดายเพื่อให้ได้ภาพมีคุณภาพดีที่สุด และยังมีซอพท์แวร์ Digital Photo Professional 3.2 ที่มีฟังก์ชั่นใหม่ สำหรับปรับแก้ภาพ ที่เกิดปัญหาจากเลนส์ที่ใช้ เช่น การบิดเบือนภาพ ความคลาดสี หรือขอบภาพมืด เป็นต้น พร้อมกับ EOS Utility 2.1 ที่รองรับฟังก์ชั่น Remote Live View และ Dust Delete Data และยังมีซอพท์แวร์สำหรับการเปิดชมภาพ ZoomBrowser EX 6.0 และ ImageBrowser 6.0 ช่วยให้การดูภาพ ค้นหาภาพ และสั่งพิมพ์ภาพสะดวกง่ายดาย รองรับการใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Vista และ Windows XP รวมทั้ง Mac OS X
พร้อมกับกล้องรุ่นใหม่นี้ แคนนอนได้ผลิตเลนส์มุมกว้างพิเศษสำหรับกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ฟูลเฟรมโดยเฉพาะ นั่นคือ Canon EF 14mm f/2.8L II USM เหมาะกับช่างภาพทิวทัศน์ และช่างภาพสถาปัตยกรรม ที่ต้องการเลนส์มุมกว้างมากเป็นพิเศษ ตัวเลนส์มีความยาวเพียง 3.7 นิ้ว ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา เป็นเลนส์เกรดโปรซีรีย์ L ที่มีคุณภาพสูงมาก มีมุมรับภาพกว้าง 114 องศา ปรับโฟกัสได้รวดเร็ว ให้ภาพที่มีคุณภาพสูงกว่าเลนส์ EF 14mm f/2.8L USM รุ่นเดิม