คุณสมบัติเด่น - Feature
Nikon D60 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CCD ขนาด 23.6 x 15.8 มม. ซึ่งให้ความละเอียดสูง 10.2 ล้านพิกเซล effective และยังคงเป็นฟอร์แมท DX ที่ต้องคูณทางยาวโฟกัส 1.5 เท่า มีการประมวลผลที่รวดเร็วและแม่นยำ จากการทำงาน ของหน่วยประมวลผลอันทรงประสิทธิภาพ EXPEED บันทึกภาพด้วย ไฟล์ ฟอร์แมทแบบ JPEG, RAW (NEF) และมีระบบบันทึกภาพแบบ RAW+JPEG เพิ่มเติมมาให้เลือกใช้งานด้วย โดยสามารถเลือกขนาดของภาพได้ 3 แบบ คือ L (3872 x 2592 พิกเซล) M (2896 x 1944 พิกเซล) และ S (1936 x 1296 พิกเซล)
Nikon D60 มีระบบการทำงานที่รวดเร็วมากขึ้น กล้องพร้อมใช้งานหลังจากเปิดสวิตช์กล้องเพียง 0.19 วินาที สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 3 เฟรมต่อวินาที ต่อเนื่องถึง 100 ภาพในฟอร์แมท JPEG ที่ความละเอียดสูงสุด ระบบโฟกัสในตัวกล้องได้รับการพัฒนาให้ใช้เซ็นเซอร์แบบ Nikon Multi-CAM530 โฟกัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงแต่จะต้องใช้งานร่วมกับเลนส์แบบ AF-S หรือ AF-I แต่สามารถใช้งานกับเลนส์รุ่นอื่นได้ อาทิ เลนส์ AF Type G และ D ทำงานได้ทุกระบบ ยกเว้นระบบโฟกัสต้องปรับเอง และเลนส์ AF ที่ไม่ใช่ Type G แล D ทำงานทุกระบบ ยกเว้นระบบโฟกัสและระบบวัดแสงแบบ 3D Color Matrix II โหมดโฟกัสเลือกปรับได้ที่ตัวกล้อง โดยเลือกได้ แบบแบบออโต้โฟกัส และแบบแมนนวลโฟกัส แต่สามารถเลือกระบบโฟกัสจากเมนูได้แบบ AF-S, AF-C, AF-A และ M ในชิ่งมองภาพจะมีจุดโฟกัสให้เลือก 3 จุด พร้อมไฟช่วยหาโฟกัสในที่มืดซึ่งจะทำงานอัตโนมัติ หรือ จะปิดการทำงานก็ได้

ระบบที่โดดเด่นในกล้อง Nikon D60 นี้คือ ระบบกำจัดฝุ่นในตัวกล้องแบบใช้ลมไล่ฝุ่นและแบบสั่นสะเทือนของเซ็นเซอร์ เป็นเทคโนโลยีกำจัดฝุ่นแบบใหม่ โดยการใช้ลมเป่าผ่านช่องลม ที่ส่วนล่าง ของช่องกระจกสะท้อนภาพ เพื่อไล่ฝุ่นที่เกาะอยู่ที่เซ็นเซอร์รับภาพ พร้อมกันนี้ยังใช้ระบบกำจัดฝุ่น แบบสั่งงานให้เซ็นเซอร์รับภาพ สั่นสะเทือนควบคู่กันไปด้วย จึงสามารถไล่ฝุ่นที่เกาะเซ็นเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถกำหนดให้เปิดการทำงานอัตโนมัติหรือให้ทำงานแบบแมนนวลก็ได้ โดยเลือกคำสั่งได้จากเมนู

ระบบใหม่ที่นำมาใช้งานกับกล้องระดับมืออาชีพของนิคอน ทั้ง D3 และ D300 รวมทั้ง ใน D60 นี้ด้วย คือระบบ Active D-Lighting ซึ่งระบบนี้จะทำการเฉลี่ยค่าแสงในโทนมืดและโทนสว่างของภาพให้อย่างสมดุลย์ โดยยังคง รายละเอียดในส่วนสว่างและส่วนมืดอย่างครบถ้วน ช่วยให้ภาพที่ออกมามีการไล่โทนที่ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งกล้องสามารถคำนวณส่วนสว่างและส่วนมืดของภาพโดยอัตโนมัติ แม้จะถ่ายภาพในสภาพแสงที่ยุ่งยากก็ตาม นอกจากระบบ D-Lighting ซึ่งปรับตั้งได้ขณะถ่ายภาพแล้ว ยังสามารถแก้ไขภาพแบบ D-Lighting ได้อีกด้วย โดยจะเป็นการเพิ่มความสว่างให้กับโทนมืดของภาพ
ระบบวัดแสงเป็นแบบผ่านเลนส์ 3D Color Matrix II แบ่งพื้นที่การวัดแสงออกเป็น 420 ส่วน เลือกระบบวัดแสง ได้แบบทั่วทั้งภาพ แบบเฉลี่ยกลางภาพ และแบบเฉพาะจุด ซึ่งมีพื้นที่วัดแสง 2.5% และสัมพันธ์กับจุดโฟกัส โดยมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานครบถ้วนทั้งแบบอัตโนมัติ โปรแกรมสำเร็จรูปและ แบบก้าวหน้าแบบมืออาชีพ โดยปรับตั้งได้จากแป้นหมุนบนตัวกล้อง พร้อมทั้งเลือกปรับชดเชยแสงได้ +/- 5EV step และปรับได้ละเอียด 1/3EV step
ความไวแสงของ D60 ปรับเลือกได้ตั้งแต่ ISO 100-1600 สามารถปรับเพิ่มแบบ Hi ได้ถึง ISO 3200 หรือ จะเลือกใช้ความไวแสงแบบอัตโนมัติ เพื่อความคล่องตัวในการถ่ายในทุกๆ สภาพแสงก็ได้ ซึ่งจากการทดลองใช้ ปรากฎว่าทำงานได้เป็นอย่างดี กล้องปรับความไวแสงให้อย่างเหมาะสม และมี Noise ให้เห็นบ้างที่ความไวแสงสูงๆ เมื่อถ่ายในสภาพแสงน้อยมาก แต่ก็ช่วยได้โดยการเปิดใช้งานระบบ Noise Reduction ซึ่งกล้อง จะทำงานช้าลงเล็กน้อย จากการทำงานของระบบ Noise Reduction แต่เมื่อแลกกับคุณภาพของภาพที่ดีกว่า จึงไม่ถือว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใด
Nikon D60 ปรับตั้งไวท์บาลานซ์ได้แบบออโต้ และเลือกตั้งให้เหมาะตามสภาพแสง โดยเลือกได้ 6 แบบ คือ Direct sunlight, Cloudy, Fluorescent, Incandescent, Flash, Shade และปรับแบบ Preset โดยเลือกจากภาพตัวอย่าง เพื่อกำหนดค่าไวท์บาลานซ์ตามภาพนั้นๆ ฟังก์ชั่นที่เพิ่มเติมจาก D40x อีกอย่างหนึ่งคือ ระบบเปิดการทำงานแบบ Eye Start โดยมีเซ็นเซอร์ขนาดเล็กอยู่บริเวณใต้ช่องมองภาพ ซึ่งกล้องจะปิดการทำงานของจอมอนิเตอร์ทันที เมื่อแนบตาเข้ากับช่องมองภาพ พร้อมแสดงข้อมูลการถ่ายภาพในช่องมองภาพแทน และเมื่อละสายตา จากช่องมองภาพ กล้องก็จะกลับมาแสดงผลการทำงานที่จอมอนิเตอร์แทน โดยการแสดงผลที่จอ LCD จะปรับสภาพตามการถ่ายภาพด้วย คือเมื่อถ่ายภาพในแนวตั้ง การแสดงผลบนจอมอนิเตอร์จะปรับเป็นแนวตั้งให้ด้วย ช่วยให้มองได้อย่างสะดวกกว่า D40x มากทีเดียว