|
ทีมงานนิตยสาร ชัตเตอร์ โฟโต้กราฟฟี่
เดินทางมาถึงเมืองโคโลญจน์ตั้งแต่วันที่ 25
กันยายน เวลาที่นี่ช้ากว่าเมืองไทย 5
ชั่วโมง อากาศค่อนข้างเย็นประมาณ 20
องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน
หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่เราก็เดินทางมาที่งาน สถานที่จัดงานคือ
Koelnmesse อยู่ติดแม่น้ำไรน์
ซึ่งจัดขึ้นที่นี่ทุกครั้งเป็นประจำทุกๆ 2
ปี ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6
ติดต่อกันแล้วที่เราเดินทางมาชมงานและรายงานข่าวให้กับผู้อ่านนิตยสารชัตเตอร์ฯ
แล้วรายงานผ่านทางเวบไซท์
www.shutterphoto.com
ตอนนี้เหลืออีกเพียง
1 วัน
งานแสดงทางด้านการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
โดยมีผู้ร่วมแสดงสินค้าจาก 50 ประเทศ
1,589 บริษัท
เป็นบริษัทที่มาจากนอกทวีปยุโรบ 61%
โดยอเมริการมีบริษัทเข้าร่วมมากที่สุด 123
บริษัท รองลงมาคือประเทศอังกฤษ 104
บริษัท อิตาลี 82 บริษัท
ส่วนในเอเชียจีนเข้าร่วมมากที่สุด 79
บริษัท สำหรับประเทศไทยมีเข้าร่วม
3 บริษัท
โดยการเข้าชมงานเป็นลักษณะ B-to-B
ทั้งหมด คือ
เป็นการติดต่อธุรกิจระหว่างผู้ผลิตกับตัวแทนจำหน่ายที่เดินทางมาชมงานจากทุกประเทศทั่วโลก
ในงานนี้ไม่มีการขายปลีก
แต่ในวันสุดท้ายของงานอาจจะมีบางบริษัทที่ไม่ต้องการขนของกลับซึ่งเสียค่าขนส่งในราคาแพง
ก็จะขายให้แบบถูกๆ ส่วนบริษัทใหญ่ๆ
โดยเฉพาะกล้องทุกยี่ห้อจะไม่มีการขายภายในงานนี้
การเตรียมงานในวันนี้เท่าที่ลองเดินสำรวจดูพบว่าเสร็จสมบูรณ์แล้วกว่า
80%
ส่วนบริษัทใหญ่ๆ หลายบูธเสร็จ 100%
แล้วและเปิดให้เฉพาะนักข่าวได้เข้าชมงานก่อน เช่น
Kodak ทางด้านหน้างานมีการติดโปสเตอร์ต่างๆ เกือบครบหมดแล้ว
ส่วนใหญ่เป็นป้ายของบริษัทผู้ผลิตกล้องรายใหญ่ๆ เช่น
Canon Nikon Olympus Samsung เป็นต้น โดยป้ายของ
Olympus แต่ที่มีมากที่สุดก็คือ
Canon เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา
โดยมีป้ายติดที่เสาหลักทุกต้นรวมๆ แล้วจะมีมากกว่า
100
ป้ายทีเดียวโดยแสดงภาพผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่นกล้องดิจิตอล
SLR กล้องคอมแพคดิจิตอล กล้องวิดีโอ
และพริ้นเตอร์ตระกูล
PIXMA

ด้านหน้า Hall
1-3
ภายในห้องนักข่าวยังมีจำนวนนักข่าวจากทั่วโลกที่เดินทางมาทำข่าวและรายงานกลับไปยังประเทศของตนเองไม่มากนัก
แต่จะมีมากในวันพรุ่งนี้และมากที่สุดในงานวันแรก
28 กันยายน
หลังจากลงทะเบียนนักข่าวแล้วเราก็ได้บัตรผ่านสำหรับเข้าชมงานตลอดทั้ง
6 วัน รวมทั้งในวันนี้และวันพรุ่งนี้
2
วันก่อนที่จะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชม
โดย 1 วันก่อนงานจะเป็นรอบเฉพาะสื่อมวลชนเท่านั้น มีงานแถลงข่าวจากบริษัทต่างๆ
ที่ได้มีการนัดหมายมาก่อนล่วงหน้าแล้ว
และอนุญาตให้เข้าชมงานได้ทุกพื้นที่ ภายในห้องพักนักข่าวมีเอกสารแจก ข่าวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มีให้เลือกกว่า
10 ภาษา แต่ไม่มีภาษาไทย
คงต้องรอให้เมืองไทยของเราได้จัดงานใหญ่ๆ แบบนี้ถึงจะมีแจกให้
บางข่าวมีเฉพาะภาษาเยอรมันเท่านั้น
ซีดีรอมที่ให้มาก็เป็นภาษาเยอรมัน
ต้องใช้ซอพท์แวร์แปลภาษาถึงจะทำความเข้าใจได้
การรายงานของเราในปีนี้ผ่านทางเวบไซท์
www.shutterphoto.com สะดวกกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ไม่ต้องรอคิวใช้คอมพิวเตอร์ที่มีให้ใช้ฟรีเพียงแค่
20 เครื่องกับจำนวนนักข่าวหลายร้อยคน
สามารถใช้เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายผ่านระบบ
GPRS ผ่านโทรศัพท์มือถือกับคอมพิวเตอร์แลปทอป
ส่งไฟล์ภาพและข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา
แถมยังเร็วกว่าการใช้สายโทรศัพท์ด้วยซ้ำไป
แต่การใช้ฟรีก็มีจำนวนของข้อมูลจำกัด
ถ้าข้อมูลจำนวนมากก็ต้องจ่ายเองแต่ก็ได้ราคาพิเศษ
เท่าที่ตรวจสอบดูการรับส่งข้อมูล 1 MB
ของ T-Mobile คิดค่าบริการประมาณ
300 กว่าบาท ในขณะที่ระบบ
GSM ของเมืองไทยคิดนาทีละ
1 บาทเท่านั้น
ในส่วนของบูธต่างๆ
มีการจัดวางตำแหน่งเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงไม่ถึง
10% สำหรับกล้องยี่ห้อต่างๆ
อยู่ที่เดิมเกือบหมด โดยส่วนของผู้ใช้ทั่วๆ ไปจะอยู่ที่
Hall 1, 2 และ 3
ชั้นล่างเป็นพวกอุปกรณ์ถ่ายภาพต่างๆ ซึ่ง เอกศิลป์อุตสาหกรรม
จากเมืองไทยก็อยู่ในพื้นที่นี้ที่ Hall
ส่วนชั้นบนจะเป็นของกล้องยี่ห้อดังเกือบทุกยี่ห้อ อาทิ
Canon Nikon KonicaMinolta
Leica Kyocera Olympus Pentax Sigma Sumsung
เป็นต้น
ในส่วนนี้จึงมีผู้เข้าชมงานมากที่สุด ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง
Kodak ก็ครอง Hall
4.2 แบบรายเดียว ค่าย
Fuji ก็ไม่น้อยหน้า
Hall 5 ที่เป็นทางผ่านไปยังส่วนอื่นๆ
ก็ยึดเอาไว้เกือบหมดเช่นกัน พุดง่ายๆ คือถ้าจะเดินไปในส่วนของ
Hall 6-14 ต้องผ่านฟูจิก่อน
ส่วนเจ้าถิ่น Agfa
ก็ยึด Hall 6
ไว้เกือบหมด ในส่วนของ Hall
7 ในครั้งนี้จัดกิจกรรมพิเศษ
เป็นนิทรรศการภาพถ่ายจากช่างภาพที่ได้ชื่อว่า
ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกจากทุกทวีป ในชื่อว่า
Visual Gallery (เข้าไปชมภาพตัดอย่างได้จากเวบไซท์
www.visualgallery.de
นอกจากนี้พื้นที่ส่วนของมือสมัครเล่นและผู้ชั่วไป
ยังครอบคลุมไปถึง Hall 8
ซึ่งรวมเอาเทคโนโลยีการสื่อสารไว้ทั้งหมด
มีตั้งแต่ผู้ให้บริการด้านโทรศัพท์ของยุโรบและผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือนำเทคโนโลยีระดับสุดยอดมาโชว์กันอย่างเต็มที่ โดยมีส่วนของพวกมืออาชีพแยกไปอยู่ที่
Hall 10 และ Hall
14 (Hall 9, 12, 13 ปิด)
รวมพื้นที่จัดแสดงงานทั้งหมดกว่า 200,000
ตารางเมตร หากต้องการเดินให้ทั่วถึงทั้งหมดระยะเวลาเพียง
6 วันดูเหมือนว่าจะไม่พอ
ผู้ชมงานจึงต้องวางแผนกันเอาเองว่าจะเลือกดูอะไรบ้างจากแค๊ตตาล๊อคเล่มโตที่จำหน่ายในราคาเล่มละ
19 ยูโร หรือประมาณ
1,000 บาท แต่ผมได้รับแจกฟรีในห้องนักข่าว
เปิดดูแล้วลายตาแถมยังหนักอีกต่างหาก
มีข้อมูลบริษัทที่มาออกงานทั้งหมดพร้อมทั้งแผนผังบูธทั้งหมด
ผมเลือกเดินชมงานโดยแบ่งแต่ละวันว่าจะอยู่ที่
Hall ไหนบ้าง ถ้าไกลมากเช่น Hall 1
ถึง Hall 14
ก็ต้องนั่งรถที่มีบริการรับส่งฟรี
นอกจากการแสดงสินค้าทางด้านการถ่ายภาพและเทคโนโลยีต่างๆ แล้ว
ภายในงานยังรวมเอาสิ่งที่น่าสนใจทางด้านภาพเอาไว้มากมาย เช่น
กิจกรรมให้ความรู้ทางด้านการถ่ายภาพ ระบบดิจิตอล ตั้งแต่มือใหม่
จนถึงระดับสูงมืออาชีพ และยังมีการจัดแสดงภาพถ่ายตามจุดต่างๆ
ทั่วทั้งงาน โดยมี Visual Gallery ที่
Hall 7 จัดแสดงภาพใหญ่ที่สุด
และที่ทางเดินยาวนับร้อยเมตรเชื่อมต่อระหว่าง
Hall 6-7 กับ Hall 10
ก็มีการจัดแสดงภาพถ่ายชีวิตสัตว์ในธรรมชาติยอดเยี่ยม
100 ภาพจาก National
Geographic และที่บูธของ Polaroid
ก็มีการจัดแสดงภาพ Polaroid
international Photography Award
นอกจากนี้การแสดงภาพถ่ายพาโนรามา 360
องศาที่ Hall 14 ก็น่าสนใจมากเช่นกัน
รวมไปถึงที่บูธของบริษัทกล้องก็มีการจัดแสดงภาพที่สวยงามจากช่างภาพระดับโลก
อาทิ Canon Nikon Kodak Olympus Fujifilm
ฯ ข้อมูลงาน Photokina
2004
วันที่ 28 กันยายน -
3 ตุลาคม 2547
เวลา 10.00 - 18.00 น.
ราคาบัตรเข้าชมงาน
1 วัน 18
ยูโร
3 วัน 43
ยูโร
ตลอดงาน 6 วัน 57
ยูโร
พื้นที่จัดงาน 11 Hall (จากทั้งหมด
14 hall)
200,000 ตารางเมตร
ปี 2002 ที่ผ่านมามีผู้เข้าชมงาน
160,000 คนจาก 139 ประเทศ
เวบไซท์ผู้จัดงาน
www.photokina.de
เทคโนโลยีใหม่สำหรับกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป
ในงาน Photokina 2004
ครั้งนี้จากการสำรวจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
พอจะสรุปทิศทางในปีนี้และปีหน้าของการถ่ายภาพว่า
เข้าสู่ยุคดิจิตอลเกือบ 100% แล้ว
โดยมีกล้องรุ่นใหม่ๆ จำนวนมาก
ทิศทางและกระแสความนิยมมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
โดยมีคุณภาพและขีดความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นดังนี้
- กล้องดิจิตอลที่มีช่วงซูมมากขึ้น
พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว
- ระดับความละเอียด
3-8 ล้านพิกเซลได้รับความนิยมมากที่สุด
- กล้องดิจิตอล SLR
จะบูมมากในกลุ่มมือสมัครเล่นทั่วไป
- เมมโมรี่การ์ดมีความจุสูงมากขึ้น
จับเก็บภาพได้นับพันภาพ
-
กล้องวิดีโอดิจิตอลแคมคอร์ดเดอร์คุณภาพสูงใช้งานง่าย
- โทรศัพท์มือถือมีเลนส์ซูมออฟติคัล
ความละเอียด 1-3 ล้านพิกเซล
-
ระบบการพิมพ์ภาพดิจิตอลบนกระดาษคุณภาพสูงมากขึ้น
-
การพิมพ์ภาพดิจิตอลระบบอิงค์เจ็ทคุณภาพสูงใช้งานง่าย
- เครื่องพิมพ์ภาพดิจิตอลขนาดเล็ก
พกพาไปพิมพ์ภาพที่ไหนก็ได้
-
ดิจิตอลมินิแลปและตู้พิมพ์ภาพอัตโนมัติจะพบเห็นได้ทั่วไป
-
การรับส่งภาพดิจิตอลไม่ต้องใช้สายเคเบิลหรือคอมพิวเตอร์พีซี
-
ระบบมัลติมีเดียในบ้านด้วยจอโปรเจคเตอร์แพร่หลายอย่างมาก
ในปี 2003
ที่ผ่านมาเพียงปีเดียว มีกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดรวม
450 รุ่น
เฉลี่ยแล้วมีกล้องรุ่นใหม่ออกมาในวันทำงาน วันละ
2 รุ่น ภานในงาน
Photokina ระหว่างวันที่ 28
กันยายน ถึง 3 ตุลาคม
จะมีการจัดแสดงกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ จำนวนมาก
รวมไปถึงกล้องดิจิตอลที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์แบบพกพา
PDA
ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด
ทางด้านคุณภาพของกล้องดิจิตอลก็ใช้ อิมเมจ เซ็นเซอร์
ที่มีคุณภาพดีมากยิ่งขึ้น
มีการประมวลผลและระบบการทำงานที่รวดเร็วไม่ต่างกับกล้องใช้ฟิล์ม
จอมอนิเตอร์มีความสว่างสูง ขนาดใหญ่และความคมชัดที่ดีมากขึ้น
การ์ดจัดเก็บภาพก็มีความจุสูงและเก็บภาพไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
และสุดท้ายการพิมพ์ภาพได้ภาพที่มีคุณภาพสูงเก็บรักษาได้ยาวนาน
และใช้งานง่ายเพียงคลิ๊กครั้งเดียว
กล้องดิจิตอล SLR
ในปี 2003
ที่ผ่านมาได้รับความนิยมมากขึ้นกว่า 500%
โดยเป็นตัวเลขจากผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ใช่มืออาชีพ ในปี
2004 และ 2005
จะมีกล้อง D-SLR
รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดมากขึ้นในราคาที่ลดลงกว่าเดิม
แต่มีคุณภาพที่ดีขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ในกลุ่มนี้สูงขึ้นอีกมาก
และมีการแข่งขันอย่างมากในกลุ่มผู้ผลิตกล้อง เลนส์ แฟลช
และอุปกรณ์อื่นๆ ทีเกี่ยวข้อง ดังจะเห็นได้ว่าใน
Photokina ครั้งนี้ อุปกรณ์ถ่ายภาพต่างๆ
มุ่งเน้นพัฒนามาที่กล้องดิจิตอล SLR
กันมากขึ้น
ทั้งนี้เพราะระบบภาพดิจิตอลที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาดเล็กกว่าฟิล์มและคุณสมบัติเฉพาะของอิมเมจเซ็นเซอร์จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพดีที่สุด
กล้องดิจิตอลที่ขายดีที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมาคือกล้องดิจิตอลที่มีขนาดเล็ก
กะทัดรัด น้ำหนักเบา และออกแบบได้สวยงามทันสมัย
ในปีนี้จึงมีกล้องคอมแพคดิจิตอลในรูปแบบนี้ออกมามากมายจากทุกยี่ห้อ
รวมไปถึงกล้องคอมแพคที่มีเลนส์ซูมในตัวก็มีช่วงซูมมากขึ้น
หลายยี่ห้อผลิตกล้องที่มีซูม 8 - 10
เท่า เช่น
Fuji FinePix S5500, Kodak
EasyShare DX-7590 หรือซูม 12
เท่าเช่น
KonicaMinolta DiMAGE Z3
หรือ
Panasonic DMC-FZ3 และ
DMC-FZ20 เป็นต้น
โดยมีช่วงเทเลมากถึง 420 มม.
ในตัวกล้องที่เล็กกะทัดรัด
หากใช้ออฟติคอลคอนเวอเตอร์จะเพิ่มเทเลมากถึง
620 มม.!
นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดแม้ว่าจะถือกล้องถ่ายภาพแล้วซูมไปที่เทเลทางยาวโฟกัสสูง
หรือถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยซึ่งปรกติต้องใช้ขาตั้งกล้องจึงจะได้ภาพที่คมชัด
สำหรับโทรศัพท์มือถือที่ติดกล้องดิจิตอลในตัว มียอดจำหน่ายประมาณ
200 ล้านตัวทั่วโลกโดยประมาณในปี
2004
สำหรับปีหน้าจะมีโทรศัพท์มือถือติดกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ ใช้อิมเมเซ็นเซอร์แบบ
CCD พร้อมเลนส์ซูม
ออกสู่ตลาดหลายรุ่น
ซึ่งภายในงานมีผู้ผลิตนำสินค้ามาโชว์หลายยี่ห้อเช่น
Nokia Samsung และ
Sony-Ericson ส่วน Casio
ก็มีกล้องดิจิตอลที่พับเก็บได้ความละเอียด 3
ล้านพิกเซลพร้อมโทรศัพท์มือถือในตัววางจำหน่ายเฉพาะตลาดในแถบเอเชียเท่านั้น
การที่มีโทรศัพท์ติดกล้องซึ่งสะดวกในการพกพาสำหรับชีวิตประจำวันจะทำให้การถ่ายภาพมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นมาก
เพราะทุกคนสามารถถ่ายภาพได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
ส่งผลให้การอัดขยายภาพมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้น
ภายในงานจึงมีการจัดแสดงตู้สั่งพิมพ์ภาพแบบไร้สายเป็นจำนวนมาก
สามารถส่งภาพจากมือถือไปยังตู้อัดขยายภาพได้โดยไม่ต้องใช้สาย
จากนั้นเลือกขนาดภาพและจำนวนภาพที่ต้องการพิมพ์พร้อมกับชำระเงินค่าอัดขยายภาพ
ในอนาคตเราจะเห็นตู้อัดภาพแบบนี้ตามสถานที่ชุมชนทั่วไป
หรือภายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ และในห้องนักข่าว
Kodak ก็นำตู้อัดภาพมาวางให้ทดลองใช้ฟรี
2 ตู้ จะนำเมมโมรี่การ์ดมาใส่หรือส่งภาพไร้สายก็ได้
ผลิตภัณฑ์ใหม่ทางด้านภาพที่นำมาแสดงโชว์ใน Hall
14 เน้นหนักไปทางโรงภาพยนตร์ในบ้านพร้อมเครื่องเล่น
DVD และโปรเจคเตอร์ โดยเครื่องเล่น
DVD
จะสามารถเล่นภาพนิ่งดิจิตอลจากโทรทัศน์ได้เนื่องจากออกแบบให้มีช่องใส่เมมโมรี่การ์ดแบบต่างๆ
สามารถแสดงภาพแบบสไลด์โชว์ได้
หรือชมภาพขนาดใหญ่จากเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างเริ่มต้นที่
1300 ANSI lumens
โดยที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กและนำหนักเบา รวมทั้งจอโทรทัศน์แบบ
LCD ก็มีออกมามากมายทั้งจาก
Sony Sanyo และ
Panasonic ส่วนโทรทัศน์แบบ Plasma
ก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจาก 42 นิ้ว
เป็น 50 และ 60
นิ้ว ให้ความคมชัดและความสว่างสูง
ได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
สำหรับกล้องวิดีโอแบบแคมคอร์ดเดอร์ก็พัฒนาเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว
เปลี่ยนจากการใช้เทปมาเป็นฮาร์ดดิสก์ขนาดเล็ก เช่น
กล้องแคมคอร์ดเดอร์จาก JVC
GZ-MC100 และ
GZ-MC200 สามารถบันทึกภาพนิ่งคุณภาพสูงและวิดีโอ
MPEG2 ภายในเครื่องเดียวกัน
โดยใช้สื่อบันทึกแบบ Microdrive 4 GB
บันทึกวิดีโอ MPEG2 คุณภาพสูงระดับ
DVD ได้นาน 60
นาที หรือภาพนิ่งขนาด UXGA 1600 X 1200
พิกเซล ฟอร์แมท JPEG ได้มากถึง
5,595 ภาพ
นอกจากนี้ยังมีกล้องวิดีโอขนาดเล็ก กะทัดรัด
พกพาสะดวกและคุณภาพสูงออกสู่ตลาดอีกมากมายจากผู้ผลิตชั้นนำเช่น
Sony Panasonic และ
Canon
ทางด้านระบบอนาล็อกหรือฟิล์มนั้นไม่มีอะไรใหม่มากนัก ที่น่าสนใจคือ
กล้อง SLR ที่ใช้ฟิล์มระดับมืออาชีพ
Nikon F6
เป็นกล้องฟิล์มที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน และ
Canon EOS 300X กล้องฟิล์ม
35 มม.
รุ่นเล็กแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย
รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ชัตเตอร์ฯ
จะทยอยนำมารายงานในวันต่อๆ ไป
รวมทั้งข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจต่างๆ |