FastCounter by bCentral Visitors since Aug 2001
 
PHOTOKINA 2004 Report
LIVE!
ชัตเตอร์ โฟโต้กราฟฟี่ รายงานสดตรงจากเมืองโคโลญจน์
28 Sept - 3 oct 2004



ทีมงานนิตยสาร ชัตเตอร์ โฟโต้กราฟฟี่ เดินทางมาถึงเมืองโคโลญจน์ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน เวลาที่นี่ช้ากว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง อากาศค่อนข้างเย็นประมาณ 20 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่เราก็เดินทางมาที่งาน สถานที่จัดงานคือ Koelnmesse อยู่ติดแม่น้ำไรน์ ซึ่งจัดขึ้นที่นี่ทุกครั้งเป็นประจำทุกๆ 2 ปี ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกันแล้วที่เราเดินทางมาชมงานและรายงานข่าวให้กับผู้อ่านนิตยสารชัตเตอร์ฯ แล้วรายงานผ่านทางเวบไซท์ www.shutterphoto.com ตอนนี้เหลืออีกเพียง 1 วัน งานแสดงทางด้านการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีผู้ร่วมแสดงสินค้าจาก 50 ประเทศ 1,589 บริษัท เป็นบริษัทที่มาจากนอกทวีปยุโรบ 61% โดยอเมริการมีบริษัทเข้าร่วมมากที่สุด 123 บริษัท รองลงมาคือประเทศอังกฤษ 104 บริษัท อิตาลี 82 บริษัท ส่วนในเอเชียจีนเข้าร่วมมากที่สุด 79 บริษัท สำหรับประเทศไทยมีเข้าร่วม 3 บริษัท โดยการเข้าชมงานเป็นลักษณะ B-to-B ทั้งหมด คือ เป็นการติดต่อธุรกิจระหว่างผู้ผลิตกับตัวแทนจำหน่ายที่เดินทางมาชมงานจากทุกประเทศทั่วโลก ในงานนี้ไม่มีการขายปลีก แต่ในวันสุดท้ายของงานอาจจะมีบางบริษัทที่ไม่ต้องการขนของกลับซึ่งเสียค่าขนส่งในราคาแพง ก็จะขายให้แบบถูกๆ ส่วนบริษัทใหญ่ๆ โดยเฉพาะกล้องทุกยี่ห้อจะไม่มีการขายภายในงานนี้

การเตรียมงานในวันนี้เท่าที่ลองเดินสำรวจดูพบว่าเสร็จสมบูรณ์แล้วกว่า 80% ส่วนบริษัทใหญ่ๆ หลายบูธเสร็จ 100% แล้วและเปิดให้เฉพาะนักข่าวได้เข้าชมงานก่อน เช่น Kodak ทางด้านหน้างานมีการติดโปสเตอร์ต่างๆ เกือบครบหมดแล้ว ส่วนใหญ่เป็นป้ายของบริษัทผู้ผลิตกล้องรายใหญ่ๆ เช่น Canon Nikon Olympus Samsung เป็นต้น โดยป้ายของ Olympus แต่ที่มีมากที่สุดก็คือ Canon เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา โดยมีป้ายติดที่เสาหลักทุกต้นรวมๆ แล้วจะมีมากกว่า 100 ป้ายทีเดียวโดยแสดงภาพผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่นกล้องดิจิตอล SLR กล้องคอมแพคดิจิตอล กล้องวิดีโอ และพริ้นเตอร์ตระกูล PIXMA


ด้านหน้า Hall 1-3

ภายในห้องนักข่าวยังมีจำนวนนักข่าวจากทั่วโลกที่เดินทางมาทำข่าวและรายงานกลับไปยังประเทศของตนเองไม่มากนัก แต่จะมีมากในวันพรุ่งนี้และมากที่สุดในงานวันแรก 28 กันยายน หลังจากลงทะเบียนนักข่าวแล้วเราก็ได้บัตรผ่านสำหรับเข้าชมงานตลอดทั้ง 6 วัน รวมทั้งในวันนี้และวันพรุ่งนี้ 2 วันก่อนที่จะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชม โดย 1 วันก่อนงานจะเป็นรอบเฉพาะสื่อมวลชนเท่านั้น มีงานแถลงข่าวจากบริษัทต่างๆ ที่ได้มีการนัดหมายมาก่อนล่วงหน้าแล้ว และอนุญาตให้เข้าชมงานได้ทุกพื้นที่ ภายในห้องพักนักข่าวมีเอกสารแจก ข่าวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มีให้เลือกกว่า 10 ภาษา แต่ไม่มีภาษาไทย คงต้องรอให้เมืองไทยของเราได้จัดงานใหญ่ๆ แบบนี้ถึงจะมีแจกให้ บางข่าวมีเฉพาะภาษาเยอรมันเท่านั้น ซีดีรอมที่ให้มาก็เป็นภาษาเยอรมัน ต้องใช้ซอพท์แวร์แปลภาษาถึงจะทำความเข้าใจได้

การรายงานของเราในปีนี้ผ่านทางเวบไซท์ www.shutterphoto.com สะดวกกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ต้องรอคิวใช้คอมพิวเตอร์ที่มีให้ใช้ฟรีเพียงแค่ 20 เครื่องกับจำนวนนักข่าวหลายร้อยคน สามารถใช้เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายผ่านระบบ GPRS ผ่านโทรศัพท์มือถือกับคอมพิวเตอร์แลปทอป ส่งไฟล์ภาพและข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา แถมยังเร็วกว่าการใช้สายโทรศัพท์ด้วยซ้ำไป แต่การใช้ฟรีก็มีจำนวนของข้อมูลจำกัด ถ้าข้อมูลจำนวนมากก็ต้องจ่ายเองแต่ก็ได้ราคาพิเศษ เท่าที่ตรวจสอบดูการรับส่งข้อมูล 1 MB ของ T-Mobile คิดค่าบริการประมาณ 300 กว่าบาท ในขณะที่ระบบ GSM ของเมืองไทยคิดนาทีละ 1 บาทเท่านั้น

ในส่วนของบูธต่างๆ มีการจัดวางตำแหน่งเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงไม่ถึง 10% สำหรับกล้องยี่ห้อต่างๆ อยู่ที่เดิมเกือบหมด โดยส่วนของผู้ใช้ทั่วๆ ไปจะอยู่ที่ Hall 1, 2 และ 3 ชั้นล่างเป็นพวกอุปกรณ์ถ่ายภาพต่างๆ ซึ่ง เอกศิลป์อุตสาหกรรม จากเมืองไทยก็อยู่ในพื้นที่นี้ที่ Hall ส่วนชั้นบนจะเป็นของกล้องยี่ห้อดังเกือบทุกยี่ห้อ อาทิ Canon Nikon KonicaMinolta Leica Kyocera Olympus Pentax Sigma Sumsung เป็นต้น ในส่วนนี้จึงมีผู้เข้าชมงานมากที่สุด ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Kodak ก็ครอง Hall 4.2 แบบรายเดียว ค่าย Fuji ก็ไม่น้อยหน้า Hall 5 ที่เป็นทางผ่านไปยังส่วนอื่นๆ ก็ยึดเอาไว้เกือบหมดเช่นกัน พุดง่ายๆ คือถ้าจะเดินไปในส่วนของ Hall 6-14 ต้องผ่านฟูจิก่อน ส่วนเจ้าถิ่น Agfa ก็ยึด Hall 6 ไว้เกือบหมด ในส่วนของ Hall 7 ในครั้งนี้จัดกิจกรรมพิเศษ เป็นนิทรรศการภาพถ่ายจากช่างภาพที่ได้ชื่อว่า ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกจากทุกทวีป ในชื่อว่า Visual Gallery (เข้าไปชมภาพตัดอย่างได้จากเวบไซท์ www.visualgallery.de

นอกจากนี้พื้นที่ส่วนของมือสมัครเล่นและผู้ชั่วไป ยังครอบคลุมไปถึง Hall 8 ซึ่งรวมเอาเทคโนโลยีการสื่อสารไว้ทั้งหมด มีตั้งแต่ผู้ให้บริการด้านโทรศัพท์ของยุโรบและผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือนำเทคโนโลยีระดับสุดยอดมาโชว์กันอย่างเต็มที่ โดยมีส่วนของพวกมืออาชีพแยกไปอยู่ที่ Hall 10 และ Hall 14 (Hall 9, 12, 13 ปิด) รวมพื้นที่จัดแสดงงานทั้งหมดกว่า 200,000 ตารางเมตร หากต้องการเดินให้ทั่วถึงทั้งหมดระยะเวลาเพียง 6 วันดูเหมือนว่าจะไม่พอ ผู้ชมงานจึงต้องวางแผนกันเอาเองว่าจะเลือกดูอะไรบ้างจากแค๊ตตาล๊อคเล่มโตที่จำหน่ายในราคาเล่มละ 19 ยูโร หรือประมาณ 1,000 บาท แต่ผมได้รับแจกฟรีในห้องนักข่าว เปิดดูแล้วลายตาแถมยังหนักอีกต่างหาก มีข้อมูลบริษัทที่มาออกงานทั้งหมดพร้อมทั้งแผนผังบูธทั้งหมด ผมเลือกเดินชมงานโดยแบ่งแต่ละวันว่าจะอยู่ที่ Hall ไหนบ้าง ถ้าไกลมากเช่น Hall 1 ถึง Hall 14 ก็ต้องนั่งรถที่มีบริการรับส่งฟรี

นอกจากการแสดงสินค้าทางด้านการถ่ายภาพและเทคโนโลยีต่างๆ แล้ว ภายในงานยังรวมเอาสิ่งที่น่าสนใจทางด้านภาพเอาไว้มากมาย เช่น กิจกรรมให้ความรู้ทางด้านการถ่ายภาพ ระบบดิจิตอล ตั้งแต่มือใหม่ จนถึงระดับสูงมืออาชีพ และยังมีการจัดแสดงภาพถ่ายตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งงาน โดยมี Visual Gallery ที่ Hall 7 จัดแสดงภาพใหญ่ที่สุด และที่ทางเดินยาวนับร้อยเมตรเชื่อมต่อระหว่าง Hall 6-7 กับ Hall 10 ก็มีการจัดแสดงภาพถ่ายชีวิตสัตว์ในธรรมชาติยอดเยี่ยม 100 ภาพจาก National Geographic  และที่บูธของ Polaroid ก็มีการจัดแสดงภาพ Polaroid international Photography Award นอกจากนี้การแสดงภาพถ่ายพาโนรามา 360 องศาที่ Hall 14 ก็น่าสนใจมากเช่นกัน รวมไปถึงที่บูธของบริษัทกล้องก็มีการจัดแสดงภาพที่สวยงามจากช่างภาพระดับโลก อาทิ Canon Nikon Kodak Olympus Fujifilm

ข้อมูลงาน Photokina 2004
วันที่ 28 กันยายน - 3 ตุลาคม 2547
เวลา 10.00 - 18.00 น.
ราคาบัตรเข้าชมงาน
1 วัน 18 ยูโร
3 วัน 43 ยูโร
ตลอดงาน 6 วัน 57 ยูโร
พื้นที่จัดงาน 11 Hall (จากทั้งหมด 14 hall) 200,000 ตารางเมตร
ปี 2002 ที่ผ่านมามีผู้เข้าชมงาน 160,000 คนจาก 139 ประเทศ
เวบไซท์ผู้จัดงาน www.photokina.de


เทคโนโลยีใหม่สำหรับกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป
ในงาน Photokina 2004 ครั้งนี้จากการสำรวจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พอจะสรุปทิศทางในปีนี้และปีหน้าของการถ่ายภาพว่า เข้าสู่ยุคดิจิตอลเกือบ 100% แล้ว โดยมีกล้องรุ่นใหม่ๆ จำนวนมาก ทิศทางและกระแสความนิยมมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยมีคุณภาพและขีดความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นดังนี้

  • กล้องดิจิตอลที่มีช่วงซูมมากขึ้น พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว
  • ระดับความละเอียด 3-8 ล้านพิกเซลได้รับความนิยมมากที่สุด
  • กล้องดิจิตอล SLR จะบูมมากในกลุ่มมือสมัครเล่นทั่วไป
  • เมมโมรี่การ์ดมีความจุสูงมากขึ้น จับเก็บภาพได้นับพันภาพ
  • กล้องวิดีโอดิจิตอลแคมคอร์ดเดอร์คุณภาพสูงใช้งานง่าย
  • โทรศัพท์มือถือมีเลนส์ซูมออฟติคัล ความละเอียด 1-3 ล้านพิกเซล
  • ระบบการพิมพ์ภาพดิจิตอลบนกระดาษคุณภาพสูงมากขึ้น
  • การพิมพ์ภาพดิจิตอลระบบอิงค์เจ็ทคุณภาพสูงใช้งานง่าย
  • เครื่องพิมพ์ภาพดิจิตอลขนาดเล็ก พกพาไปพิมพ์ภาพที่ไหนก็ได้
  • ดิจิตอลมินิแลปและตู้พิมพ์ภาพอัตโนมัติจะพบเห็นได้ทั่วไป
  • การรับส่งภาพดิจิตอลไม่ต้องใช้สายเคเบิลหรือคอมพิวเตอร์พีซี
  • ระบบมัลติมีเดียในบ้านด้วยจอโปรเจคเตอร์แพร่หลายอย่างมาก

ในปี 2003 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียว มีกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดรวม 450 รุ่น เฉลี่ยแล้วมีกล้องรุ่นใหม่ออกมาในวันทำงาน วันละ 2 รุ่น ภานในงาน Photokina ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม จะมีการจัดแสดงกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ จำนวนมาก รวมไปถึงกล้องดิจิตอลที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์แบบพกพา PDA ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด ทางด้านคุณภาพของกล้องดิจิตอลก็ใช้ อิมเมจ เซ็นเซอร์ ที่มีคุณภาพดีมากยิ่งขึ้น มีการประมวลผลและระบบการทำงานที่รวดเร็วไม่ต่างกับกล้องใช้ฟิล์ม จอมอนิเตอร์มีความสว่างสูง ขนาดใหญ่และความคมชัดที่ดีมากขึ้น การ์ดจัดเก็บภาพก็มีความจุสูงและเก็บภาพไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว และสุดท้ายการพิมพ์ภาพได้ภาพที่มีคุณภาพสูงเก็บรักษาได้ยาวนาน และใช้งานง่ายเพียงคลิ๊กครั้งเดียว

กล้องดิจิตอล SLR ในปี 2003 ที่ผ่านมาได้รับความนิยมมากขึ้นกว่า 500% โดยเป็นตัวเลขจากผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ใช่มืออาชีพ ในปี 2004 และ 2005 จะมีกล้อง D-SLR รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดมากขึ้นในราคาที่ลดลงกว่าเดิม แต่มีคุณภาพที่ดีขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ในกลุ่มนี้สูงขึ้นอีกมาก และมีการแข่งขันอย่างมากในกลุ่มผู้ผลิตกล้อง เลนส์ แฟลช และอุปกรณ์อื่นๆ ทีเกี่ยวข้อง ดังจะเห็นได้ว่าใน Photokina ครั้งนี้ อุปกรณ์ถ่ายภาพต่างๆ มุ่งเน้นพัฒนามาที่กล้องดิจิตอล SLR กันมากขึ้น ทั้งนี้เพราะระบบภาพดิจิตอลที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาดเล็กกว่าฟิล์มและคุณสมบัติเฉพาะของอิมเมจเซ็นเซอร์จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพดีที่สุด

กล้องดิจิตอลที่ขายดีที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมาคือกล้องดิจิตอลที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา และออกแบบได้สวยงามทันสมัย ในปีนี้จึงมีกล้องคอมแพคดิจิตอลในรูปแบบนี้ออกมามากมายจากทุกยี่ห้อ รวมไปถึงกล้องคอมแพคที่มีเลนส์ซูมในตัวก็มีช่วงซูมมากขึ้น หลายยี่ห้อผลิตกล้องที่มีซูม 8 - 10 เท่า เช่น Fuji FinePix S5500, Kodak EasyShare DX-7590 หรือซูม 12 เท่าเช่น KonicaMinolta DiMAGE Z3 หรือ Panasonic DMC-FZ3 และ DMC-FZ20 เป็นต้น โดยมีช่วงเทเลมากถึง 420 มม. ในตัวกล้องที่เล็กกะทัดรัด หากใช้ออฟติคอลคอนเวอเตอร์จะเพิ่มเทเลมากถึง 620 มม.! นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดแม้ว่าจะถือกล้องถ่ายภาพแล้วซูมไปที่เทเลทางยาวโฟกัสสูง หรือถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยซึ่งปรกติต้องใช้ขาตั้งกล้องจึงจะได้ภาพที่คมชัด

สำหรับโทรศัพท์มือถือที่ติดกล้องดิจิตอลในตัว มียอดจำหน่ายประมาณ 200 ล้านตัวทั่วโลกโดยประมาณในปี 2004 สำหรับปีหน้าจะมีโทรศัพท์มือถือติดกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ ใช้อิมเมเซ็นเซอร์แบบ CCD พร้อมเลนส์ซูม ออกสู่ตลาดหลายรุ่น ซึ่งภายในงานมีผู้ผลิตนำสินค้ามาโชว์หลายยี่ห้อเช่น Nokia Samsung และ Sony-Ericson ส่วน Casio ก็มีกล้องดิจิตอลที่พับเก็บได้ความละเอียด 3 ล้านพิกเซลพร้อมโทรศัพท์มือถือในตัววางจำหน่ายเฉพาะตลาดในแถบเอเชียเท่านั้น การที่มีโทรศัพท์ติดกล้องซึ่งสะดวกในการพกพาสำหรับชีวิตประจำวันจะทำให้การถ่ายภาพมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นมาก เพราะทุกคนสามารถถ่ายภาพได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ส่งผลให้การอัดขยายภาพมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้น ภายในงานจึงมีการจัดแสดงตู้สั่งพิมพ์ภาพแบบไร้สายเป็นจำนวนมาก สามารถส่งภาพจากมือถือไปยังตู้อัดขยายภาพได้โดยไม่ต้องใช้สาย จากนั้นเลือกขนาดภาพและจำนวนภาพที่ต้องการพิมพ์พร้อมกับชำระเงินค่าอัดขยายภาพ ในอนาคตเราจะเห็นตู้อัดภาพแบบนี้ตามสถานที่ชุมชนทั่วไป หรือภายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ และในห้องนักข่าว Kodak ก็นำตู้อัดภาพมาวางให้ทดลองใช้ฟรี 2 ตู้ จะนำเมมโมรี่การ์ดมาใส่หรือส่งภาพไร้สายก็ได้

ผลิตภัณฑ์ใหม่ทางด้านภาพที่นำมาแสดงโชว์ใน Hall 14 เน้นหนักไปทางโรงภาพยนตร์ในบ้านพร้อมเครื่องเล่น DVD และโปรเจคเตอร์ โดยเครื่องเล่น DVD จะสามารถเล่นภาพนิ่งดิจิตอลจากโทรทัศน์ได้เนื่องจากออกแบบให้มีช่องใส่เมมโมรี่การ์ดแบบต่างๆ สามารถแสดงภาพแบบสไลด์โชว์ได้ หรือชมภาพขนาดใหญ่จากเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างเริ่มต้นที่ 1300 ANSI lumens โดยที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กและนำหนักเบา รวมทั้งจอโทรทัศน์แบบ LCD ก็มีออกมามากมายทั้งจาก Sony Sanyo และ Panasonic ส่วนโทรทัศน์แบบ Plasma ก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจาก 42 นิ้ว เป็น 50 และ 60 นิ้ว ให้ความคมชัดและความสว่างสูง ได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

สำหรับกล้องวิดีโอแบบแคมคอร์ดเดอร์ก็พัฒนาเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว เปลี่ยนจากการใช้เทปมาเป็นฮาร์ดดิสก์ขนาดเล็ก เช่น กล้องแคมคอร์ดเดอร์จาก JVC GZ-MC100 และ GZ-MC200 สามารถบันทึกภาพนิ่งคุณภาพสูงและวิดีโอ MPEG2 ภายในเครื่องเดียวกัน โดยใช้สื่อบันทึกแบบ Microdrive 4 GB บันทึกวิดีโอ MPEG2 คุณภาพสูงระดับ DVD ได้นาน 60 นาที หรือภาพนิ่งขนาด UXGA 1600 X 1200 พิกเซล ฟอร์แมท JPEG ได้มากถึง 5,595 ภาพ นอกจากนี้ยังมีกล้องวิดีโอขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาสะดวกและคุณภาพสูงออกสู่ตลาดอีกมากมายจากผู้ผลิตชั้นนำเช่น Sony Panasonic และ Canon

ทางด้านระบบอนาล็อกหรือฟิล์มนั้นไม่มีอะไรใหม่มากนัก ที่น่าสนใจคือ กล้อง SLR ที่ใช้ฟิล์มระดับมืออาชีพ Nikon F6 เป็นกล้องฟิล์มที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน และ Canon EOS 300X กล้องฟิล์ม 35 มม. รุ่นเล็กแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย

รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ชัตเตอร์ฯ จะทยอยนำมารายงานในวันต่อๆ ไป รวมทั้งข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจต่างๆ

ภาพบรรยากาศงาน Photokina 2004 เปิดให้เข้าชมได้แล้ว ไปดูกันว่ามีอะไรใหม่ที่น่าสนใจบ้าง คลิ๊กที่นี่

ย้อนกลับหน้าแรก คลิ๊กที่นี่
 


 


Copyright 1998-2004 IMAGE FOCUS Ltd.,Part. 493/49 Pracharaj 2 Rd. Bangsue Bangkok 10800 THAILAND
Tel. 66-2911-5264
     E-mail : info@shutterphoto.com

  s