พานาโซนิคเปิดตัวกล้อง
LUMIX DMC-L10
รายงานโดย : ประสิทธิ์ จันเสรีกร
Text/Photo : Prasit Chansareekorn

ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจากพานาโซนิคประเทศญี่ปุ่น ให้ร่วมเดินทาง ข้ามทวีปไปเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เพื่อร่วมงานเปิดตัวกล้องดิจิตอล SLR ตัวที่สองของพานาโซนิค ร่วมกับ สื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ ที่เดินทางมาจากทั่วโลกนับร้อยคน เบอร์ลิน เป็นเมืองหลวงของประเทศเยอรมันและเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ของเยอรมัน ในช่วงเดือนสิงหาคมที่มีอุณหภูมิสูงสุดในรอบปี แต่ก็ยังต่ำกว่า 20 องศา ทำให้ผมรู้สึกผิดคาด เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวมากับอากาศที่หนาวเย็นแบบนี้ แต่ก็ยังโชคดี ที่อากาศในวันแรกของการเดินทาง ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แสงแดดจัด ทำให้ไม่รู้สึกเย็นมากมายนัก กว่าจะเริ่มงานสัมมนาของพานาโซนิค ต้องรอถึงบ่ายสามโมง ผมจึงมีเวลาค่อนข้างมาก สำหรับการเดินชมเมืองเบอร์ลิน เมืองท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากแห่งหนึ่งของยุโรบ
บ่ายสองโมงผมเดินทางไปถึงเบอร์ลินเมสเซ่ สถานที่จัดงาน IFA ซึ่งเป็นงานนิทรรศการสินค้าทางด้าน อิเล็กทรอนิกส์ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป มีพื้นที่จัดงานแบ่งเป็นฮอลล์ต่างๆ กว่า 20 ฮอลล์ ใหญ่กว่าโคโลญจน์ เมสเซ่ที่จัดงานโฟโต้คิน่าเสียอีก ผมติดต่อทำบัตรสื่อมวลชนเพื่อผ่านเข้าไปในพื้นที่จัดงาน จากนั้น เดินผ่านไปจนถึงฮอลล์ 5.2 ซึ่งพานาโซนิคได้เหมาพื้นที่ทั้งฮอลล์สำหรับจัดแสดงสินค้าต่างๆ เมื่อได้เวลา สื่อมวลชนทั้งหมด ก็ถูกเชิญให้เข้าไปภายในบูธของพานาโซนิค และต้องตื่นตาตื่นใจ กับการจัดแสดงสินค้า ที่แบ่งออกเป็นหมวดหมู่และที่โดดเด่นคือ จอพลาสมา 103 นิ้วหลายสิบจอ วางเรียงกันเป็นจอขนาดยักษ์ ซ้อนกับจอขนาด 50 และ 42 นิ้วอีกมายมาย แสดงเป็นมัลติมีเดียที่น่าตื่นตาตื่นใจ เกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิด 2008 ที่เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งพานาโซนิคเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

หลังจากพิธีกรกล่าวต้อนรับแล้ว นายโยริฮิสะ ชิโอคาวา กรรมการผู้จัดการพานาโซนิคมาร์เก็ตติ้งยุโรป ได้กล่าวว่าปี 2007 นี้โทรทัศน์แบบจอแบนมีส่วนแบ่งในตลาดโลกประมาณ 38% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 65% ในปี 2010 ที่จะถึงนี้ โดยจอทีวีขนาด 40-49 นิ้วจะได้รับความนิยมมากที่สุด จากนั้นนายมาโมรุ โยชิดะ ไดเรคเตอร์แผนกธุรกิจ DSC ของ Panasonic AVC Network ได้กล่าวต่อว่า ในปี 2007 นี้ กล้องดิจิตอล ทั้งแบบคอมแพคและ DSLR จะมียอดจำหน่ายทั่วโลกประมาณ 90 ล้านตัว โดยกล้อง ที่มีรูปทรงบางเฉียบ ออกแบบเน้นความหรูหราจะได้รับความนิยมมากที่สุด และกล้อง DSLR มีแนวโน้ม เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่างกับกล้องดิจิตอลคอมแพคซูมที่มีอัตราการเติบโตคงที่ และยังมีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ในตลาดโลกผู้ที่ซื้อกล้องดิจิตอลเพิ่มเป็นตัวที่สองและสามมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 63% สำหรับกล้องพานาโซนิค LUMIX มีการเติบโตที่สูงมากเช่นกัน โดยในปี 2003 มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 990,000 ตัว เพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านตัวในปี 2007 นี้ และมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

จากนั้นนายมาโมรุ โยชิดะ ได้กล่าวแนะนำกล้องดิจิตอล SLR รุ่น LUMIX DMC-L10 ซึ่งเป็น กล้องระดับกลางที่มีคุณสมบัติโดดเด่นมากมาย และได้รับความสนใจจากบรรดาสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก หลังจากจบงานแถลงข่าว คณะของบรรณาธิการนิตยสารถ่ายภาพจากประเทศต่างๆ ที่ได้รับเชิญมา โดยเฉพาะประมาณ 50 คน ได้ออกเดินทางต่อไปร่วมงานสัมมนา และทดสอบประสิทธิภาพ ของกล้องดิจิตอลพานาโซนิค LUMIX DMC-L10 อย่างใกล้ชิด ณ AXICA โดยได้รับกล้อง พร้อมกับเมมโมรี่การ์ด พานาโซนิค SDHC 4GB และให้นำเมมโมรี่การ์ดกลับได้ ส่วนกล้อง ขอให้ส่งคืนก่อนงานเลี้ยงอาหารค่ำ


พานาโซนิค LUMIX DMC-L10 เป็นกล้องระดับกลางที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ใช้ฟอร์แมท 4/3 ซึ่งเป็นระบบเปิดมาตรฐาน ใช้ได้กับกล้องและเลนส์หลายยี่ห้อ
ที่ใช้ระบบ 4/3 เหมือนกัน และมีจอ LCD ขนาด 2.5 นิ้ว ที่แสดงภาพขณะที่กำลังถ่ายภาพแบบ Full Time Live View ได้ตลอดเวลา โดยจอ LCD สามารถเปิดออกทางด้านข้าง และปรับพลิกหมุนได้รอบ 270 องศา ทำให้สะดวกในการถ่ายภาพทุกมุมมอง เซ็นเซอร์ภาพที่ใช้เป็นแบบ Live MOS พร้อมด้วยระบบ Supersonic Wave Filter ช่วยป้องกันฝุ่นละอองต่างๆ ที่หน้าเซ็นเซอร์ภาพได้เป็นอย่างดี ความละเอียด 10.1 ล้านพิกเซล ให้ภาพที่สวยงาม มีช่วงไดนามิกเร้นจ์กว้าง บันทึกรายละเอียดต่างๆ ของภาพได้อย่างสมบูรณ์ และ ยังใช้หน่วยประมวลผลใหม่ Venus Engine III ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ได้ภาพที่สวยงามแล้ว การทำงาน และการตอบสนองต่างๆ ก็เป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ

จากการทดสอบในระยะเวลาสั้นๆ พบว่ากล้องพานาโซนิค LUMIX DMC-L10 มีการออกแบบ ที่เน้นหลักสรีระของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี จับถือกล้องได้กระชับมือดีมาก ตัวกล้องมีน้ำหนักปานกลาง ไม่เบาและไม่หนักจนเกินไป ที่น่าสนใจมากคือ จอ LCD แบบ Live View ที่ใช้ดูภาพขณะที่กำลังถ่ายได้ สามารถเปิดออกได้ ทำให้ถ่ายภาพในมุมต่ำๆ เช่น ถ่ายภาพมาโครดอกไม้ได้อย่างสะดวก ต่างกับกล้องดิจิตอล SLR ทั่วๆ ไปอย่างเห็นได้ชัด และเลนส์ไลก้าที่ใช้ก็มีคุณภาพสูงมาก ให้ความคมชัดและสีสันที่ดีเยี่ยม
กล้องดิจิตอลพานาโซนิค LUMIX DMC-L10 มาพร้อมกับเลนส์ LEICA D VARIO-ELMAR 14-50mm F3.8-5.6 ใหม่ พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวเลนส์แบบ MEGA O.I.S. ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัด แม้ว่าสภาพแสงจะน้อย และใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ได้ทางยาวโฟกัส 28-100 มม. (เทียบเท่ากับเลนส์กล้องฟิล์ม 35 มม.) ทำให้ ใช้ถ่ายภาพได้ดี ทั้งภาพวิวจนถึงภาพบุคคล นอกจากนี้ กล้องดิจิตอลพานาโซนิค LUMIX DMC-L10 ยังมีระบบ ปรับโฟกัสที่ใบหน้าคนอัตโนมัติ Face Detection และระบบ Intelligent ISO Control ปรับความไวแสง อัจฉริยะ ซึ่งนำมาใช้ในกล้อง DSLR เป็นครั้งแรก ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคล ได้ภาพที่คมชัดแน่นอน หมดกังวลเรื่องการปรับโฟกัสผิดพลาด และหากวัตถุมีการเคลื่อนไหว ระบบ Intelligent ISO Control ก็จะปรับความเร็วชัตเตอร์ให้สูงขึ้น เพื่อให้ได้ความเร็วชัตเตอร๋์สูง เพียงพอกับการหยุดสิ่งเคลื่อนไหวให้หยุดนิ่ง และได้ภาพที่คมชัด

สำหรับฟังก์ชั่น Live View ไม่ได้ออกแบบมาให้เพื่อใช้ดูภาพขณะที่กำลังถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้ตรวจสอบภาพ ก่อนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพได้ด้วย อาทิ ความคมชัด การเปิดรับแสงโอเวอร์/อันเดอร์ หรือการปรับไวท์บาลานซ์ เป็นต้น และยังมีฟิล์มโหมด ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบของภาพที่ต้องการได้ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ดี และสวยงามมากที่สุด และการปรับตั้งทั้งหมดจะแสดงให้เห็นบนจอ LCD ก่อนที่จะถ่ายภาพจริง มั่นใจได้ว่า จะไม่มีการผิดพลาด และยังเลือกบันทึกภาพในอัตราส่วนแบบ 4:3, 3:2 หรือ 16:9 ได้ด้วย เพื่อความเหมาะสม ในการนำภาพไปใช้งาน เช่น ดูภาพจากจอคอมพิวเตอร์ อัดขยายภาพจากแลปสี หรือเปิดชมภาพ จากโทรทัศน์ แบบแนวกว้าง 16:9 เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีไกด์ไลน์ ที่แสดงเส้นตารางบันจอ LCD ช่วยให้ การจัดองค์ประกอบภาพ สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และเส้นตารางยังสามารถ ปรับเลื่อนตำแหน่งได้ตามต้องการอีกด้วย หากต้องการ ซูมภาพให้มากขึ้น จากเลนส์ออฟติคัลซูม สามารถใช้ฟังก์ชั่นดิจิตอลซูมได้ โดยกล้อง จะลดความละเอียดลง ช่วยให้ถ่ายภาพสิ่งที่อยู่ในระยะไกลได้อย่างง่ายดาย
กล้องดิจิตอลพานาโซนิค LUMIX DMC-L10 ยังมีความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ระบบออโต้โฟกัสแบบไฮบริดจ์ใหม่ ที่ใช้เป็นครั้งแรกในกล้อง DSLR โดยใช้ระบบเปรียบเทียบคอนทราส์ ที่ทำงานได้ทั้ง การมองภาพ จากช่องมองภาพ และการดูภาพแบบ Live View จากจอ LCD และยังปรับโฟกัส ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย สำหรับระบบวัดแสงเป็นแบบ แบ่งพื้นที่ 49 ส่วน มัลติแพทเทิร์น ซึ่งออกแบบมา เพื่อการใช้งาน แบบมองภาพจากช่องมองภาพ หากใช้ระบบ Live View จะวัดแสงจากเซ็นเซอร์ Live MOS โดยตรง โดยแสดงข้อมูลในการเปิดรับแสงบนจอ LCD แบ่งพื้นที่การวัดแสง 256 ส่วน แบบมัลติแพทเทิร์น พร้อมกันนี้พานาโซนิคยังได้เปิดตัวเลนส์ LEICA ใหม่อีกหลายตัว อาทิ LECIA D VARIO-ELMAR 14-50 mm/F3.8-5.6 MEGA O.I.S. เป็นเลนส์มาตรฐานของกล้องพานาโซนิค LUMIX DMC-L10 เทียบเท่า ทางยาวโฟกัสเลนส์ขนาด 28 - 100 ของกล้องฟิล์ม 35 มม. เป็นเลนส์ที่มีราคาประหยัดรองจากเลนส์ LEICA D VARIO-ELMARIT 14-50mm/ F2.8 -3.5 ASPH. MEGA O.I.S. ที่วางจำหน่ายมาก่อนหน้านี้ โดยเลนส์ใหม่นี้มีขนาดที่เล็ก กะทัดรัด และน้ำหนักเบา แต่ยังคงมีคุณภาพสูงตามมาตรฐาน LEICA ให้ภาพ ที่คมชัดจากขอบถึงขอบ และมีคอนทราสท์ที่ดีเยี่ยม พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว MEGA O.I.S. ทำให้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้เป็นอย่างดี ได้ภาพคมชัดโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง โครงสร้างประกอบด้วยเลนส์ 15 ชิ้นแบ่งเป็น 11 กลุ่ม มีเลนส์เอสเฟอริคัล 2 ชิ้น พร้อมเลนส์ ED (extra-low dispersion) อีก 2 ชิ้น ระยะโฟกัสใกล้สุด 29 เซ็นติเมตร

 |
เลนส์ใหม่อีกตัวที่น่าสนใจคือ LEICA D VARIO-ELMAR 14-150mm/F3.5-5.6 ASPH. MEGA O.I.S. เป็นเลนส์ไลก้า D สำหรับกล้องดิจิตอลตัวแรกที่ซูมได้ถึง 300 มม. โดยมีช่วงซูมกว้าง 10.7 เท่า เทียบเท่าเลนส์ซูม 28-300 มม. ของกล้องฟิล์ม 35 มม. โครงสร้างเลนส์ 15 ชิ้น แบ่งเป็น 11 กลุ่ม มาพร้อมกับ ระบบ ป้องกันภาพสั่นไหว Mega O.I.S. ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัด หมดกังวล เรื่องภาพเบลอแม้ว่าจะซูมเลนส์ถึงช่วงเทเล 300 มม.ก็ตาม โดยใช้ชัตเตอร์ได้ต่ำกว่าปกติถึง 3 สตอป เหมาะสำหรับ ใช้เป็นเลนส์ซูมติดกล้องแบบตัวเดียวจบ สำหรับ คุณภาพ อยู่ในระดับสูง ตามมาตรฐานเลนส์ LEICA มีเลนส์เอสเฟอริคัลมากถึง 4 ชิ้น และเลนส์พิเศษ ED (extra-low dispersion) ทำให้ภาพคมชัด ทุกช่วงซูม และชัดตั้งแต่กลางภาพจนถึงขอบภาพทั้งสี่ด้าน เท่านั้นยังไม่พอ เลนส์ใหม่นี้ยังมีเทคโนโลยี Extra Silent (XS) ใหม่ที่ใช้เป็นครั้งแรก ในเลนส์ Leica D โดยประกอบด้วย Extra Silent (XS) technology ทำให้โฟกัสได้อย่างรวดเร็วทันใจ และเงียบปราศจากเสียงดังรบกวน สำหรับระยะโฟกัสใกล้สุดคือ 50 เซ็นติเมตรทุกช่วงซูม สามารถถ่ายมาโครได้อัตราขยายสูงสุด 0.36x |
สินค้าใหม่อีกตัว ที่น่าสนใจของพานาโซนิคคือ เมมโมรี่การ์ดความเร็วสูง SDHC ขนาด 16GB แบบ Class 6 ทำให้ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้นานมากขึ้น กำหนดวางจำหน่ายภายในสิ้นปี 2007 นี้ เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับกล้องวิดีโอที่ใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SDHC ในการบันทึกภาพ และในปีหน้า พานาโซนิคยังมีแผนที่จะวางจำหน่าย เมมโมรี่การ์ดที่เพิ่มความจุอีกเท่าตัวเป็น 32MB สินค้าใหม่ๆ ของพานาโซนิคที่เปิดตัวในครั้งนี้ คาดว่า จะวางจำหน่ายในเมืองไทยได้ในสิ้นปี 2007 นี้ ทั้งกล้องถ่ายภาพ กล้องวิดีโอจอทีวีพลาสมา บลูเรย์ดิสก์ที่มีความจุสูงถึง 50GB และอื่นๆ อีกมากมาย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2729-9000

|