|

บทนำโดย เกร็ก กอร์แมน
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 3 ศตวรรษครึ่งแห่งการถ่ายภาพ
น่าจะพูดได้ว่าบัดนี้หลายๆ สิ่งได้เปลี่ยนแปลงไป มากแล้ว
ความสนใจด้านการถ่ายภาพของผมเริ่มจากดนตรี ในปี 1968
ผมยืมกล้องของเพื่อนมาถ่ายภาพจิมมี่ เฮนดริกซ์
ที่แสดงคอนเสิร์ตในบ้านเกิดของผมที่เมืองแคนซัส รัฐมิสซูรี่
ผมไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพเลย
ผมถามเพื่อนซึ่งให้ผมยืมกล้องถึงวิธีการตั้งค่าแสง
ซึ่งการถ่ายภาพในคืนนั้นเป็น สิ่งวิเศษมากสำหรับผม
วันต่อมาเมื่อผมล้างฟิล์มในห้องมืดและเริ่มอัดภาพ
ทันทีที่ผมเห็นภาพที่ปรากฏต่อสายตา ผมก็สะดุดกับความคิดขึ้นมา
และผมก็ตัดสินใจสมัครเรียนถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัยแคนซัสในทันใดและเริ่มเรียนถ่ายภาพอย่างจริงจัง
ซึ่งชั้นเรียนถ่ายภาพที่มีอยู่เพียงชั้นเดียวในขณะนั้นคือการถ่ายภาพข่าว
ซึ่งเป็นสาขาที่ไม่น่าสนใจสำหรับผมเลย
ตั้งแต่แรกเริ่ม ผมรู้ตัวดีว่าความสนใจของผมคือเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คน
หลังจากที่จบชั้นเรียนถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัยแคนซัสแล้ว
ผมก็ย้ายที่เรียนไปต่อปริญญาโทด้านถ่ายภาพสำหรับภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์น
แคลิฟอร์เนีย
ซึ่งที่นั่นผมได้รับประสบการณ์การถ่ายภาพอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกด้วยการจัดแสงแบบฮาร์ดไลท์
การได้ใช้ควอตซ์สปอต เอชเอ็มไอ และซอฟท์บอกซ์ขนาดใหญ่
ทำให้ผมเริ่มจัดแสงที่ให้ความรู้สึกแบบสตูดิโอ
ซึ่งกลายมาเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายภาพของผม
การทำงานโดยใช้แสงทังสเตนแบบนี้ช่วยได้มากสำหรับการเปลี่ยนแสงแบบสโตรบ
นับตั้งแต่ผมเริ่มถ่ายภาพบุคคลในช่วงต้นศตวรรษที่ 70
ผมคิดว่าบรรดาคนมีชื่อเสียงมักจะสวมเสื้อผ้าของตัวเอง
ทำผมเองและแต่งหน้าเองและน่าจะรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรต่อไป
แต่ในที่สุด ผมก็เรียนรู้ว่าสิ่งที่ผมคิดนั้นผิด
ผมตั้งสมมติฐานของตัวเองและออกความคิดเองในขณะที่กำลังถ่ายภาพ
ซึ่งผมก็ยังไม่แน่ใจจนกระทั่งได้รับคอนแท็คชีทจากห้องแล็ปในวันต่อมา
และนั้นทำให้ผมตระหนักว่าสมมติฐานหลายๆ อย่างของผมนั้นถูกต้องแล้ว
และผมควรจะเชื่อสัญชาติญาณของตัวเอง
สิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกฝนอาชีพของคุณคือการลงมือทำ
ไม่มีชั้นเรียนใดหรือตำราใดที่จะทดแทนประสบการณ์จากชีวิตจริงที่จะดึงความเป็นศิลปะของคุณออกมาได้
หลังจากทบทวนดูคอนแท็คชีทแผ่นแล้วแผ่นเล่าจากการถ่ายภาพของผมแล้ว
ผมก็ตระหนักทันทีว่าบุคคลที่เป็นแบบได้รับประโยชน์อย่างมากจากความทุ่มเทของผม
สินทรัพย์อันมีค่าที่ผมนำเสนอแก่ลูกค้าคือความจริงใจในการถ่ายภาพแคนดิด
ซึ่งสิ่งที่ผมทำ เลี้ยงชีพอยู่นั้นขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์และความไว้วางใจ
บุคลิกเฉพาะตัวที่ดูสบายๆ
มักจะซ่อนอยู่เบื้องหลังการวางลักษณะท่าทางเมื่อคุณอยู่หน้ากล้อง
และเมื่อเราต้องการถ่ายภาพบุคคลในลักษณะที่ต้องการแสดงอัตตะของตัวเองแล้ว
มันก็เป็นการยากที่จะให้เขาแสดงความเป็นตัวตนข้างในออกมาจริงๆ
และนั่นคือความวิเศษที่งานของผมเริ่มต้น
การสร้างสัมพันธภาพกับทักษะขึ้นกับความเชื่อใจ ความเข้าใจ
และความเชื่อมั่น ซึ่งจะสร้างแนวทางของการถ่ายภาพ
และวันนี้มันกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญยิ่งกว่าที่ผ่านๆมา
เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นกับการทำงานกับบรรดาผู้มีชื่อเสียง บรรดาผู้จัดการ
นายหน้า นักประชาสัมพันธ์ ผู้กำกับ
และผู้ดูแลการผลิตต่างก็ยึดติดกับความต้องการของบุคคลที่เป็นแบบ
ซึ่งก็แทบจะพูดได้ว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฉีกความเชื่อดั้งเดิมเหล่านั้น
บ่อยครั้งที่ผมมักจะบงการในเรื่องของระยะเวลาในการถ่ายภาพ
เสื้อผ้าที่แบบควรจะสวม ใครจะดูแลการแต่งหน้าทำผม
วันเวลาและสถานที่ถ่ายภาพควรจะเป็นที่ไหน
ยังไม่นับถึงว่าใครจะเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์การถ่ายภาพนี้ไป
ผมมักจะถามตัวเองว่าวันนี้ยังจะมีอะไรเหลือสำหรับช่างภาพที่เป็นศิลปินอีก
การถ่ายภาพคนมีชื่อเสียงที่เราคุ้นเคยกันดีได้เปลี่ยนไปอย่างมากในช่วง
20 ปีที่ผ่านมา ในฐานะของศิลปินคนหนึ่งที่กำลังต่อสู้ในวันนี้
มันจำเป็นมากที่คุณจะลุกขึ้นปกป้องสิทธิของคุณพอๆ กับภาพถ่ายของคุณ

Halle |

Johnny Depp |
| |
|

Pierce |

Richard Gere |
| |
|

M_Jordan |

Robert de Niro |
| |
|
บุคคลที่เป็นแบบจำเป็นต้องอาศัยการแนะนำอย่างมากในการถ่ายภาพส่วนตัวเช่นเดียวกับการถ่ายภาพที่ปรากฏบนจอ
และเช่นเดียวกัน
ช่างภาพควรจะให้ความสำคัญกับการไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปกับคำขอของนักประชาสัมพันธ์ของบุคคลที่เป็นแบบ
สำหรับช่างภาพที่จะประสบความสำเร็จเป็นศิลปินนั้น
จะต้องมีความสามารถในการพัฒนาและแสดงแยกแยะความโดดเด่นของศิลปะของตัวเองที่จะกลายเป็นเอกลักษณ์ที่นึกถึงเมื่อดูภาพถ่ายนั้นๆ
นอกจากวิธีการถ่ายภาพบุคคลที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
การปฏิวัติรูปแบบการถ่ายภาพแบบเดิมๆ ก็กำลังเปลี่ยนโฉมไปเช่นกัน
ฟิล์มได้เข้ามาแทนแฟลชการ์ด แล็บแบบเดิมๆ ก็ปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว
และช่างภาพก็สามารถควบคุมศิลปะของตัวเองได้มากขึ้น
เมื่อโฟโต้ช็อปและคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นกับการถ่ายภาพและกราฟิก
โดยส่วนตัวแล้วผมยังสงสัยอยู่
ผมรู้สึกว่าโฟโตช็อปเป็นข้อแก้ตัวที่ดีสำหรับการถ่ายภาพที่แย่ๆ
และนั่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต้นฉบับแท้จริง
ผมคิดว่าภาพถ่ายที่แท้ไม่สามารถสร้างด้วยโฟโต้ช็อป
ภาพถ่ายควรจะถูกจับภาพในครั้งแรก ในขณะที่เรียนโฟโต้ช็อปนั้น
ผมก็เริ่มจับตามองว่าเกิดอะไรขึ้นกับกล้องดิจิตอล ในช่วงเริ่มต้น
การจับภาพและถ่ายนั้น ไม่น่าจะเรียกว่ามืออาชีพได้เลย อย่างไรก็ตาม
ในโลกดิจิตอล อะไรๆ ก็มักจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเสมอ
และในไม่ช้าคุณภาพของกล้องดิจิตอลก็จะเหนือกว่าคุณภาพของกล้องธรรมดาทั่วไป
นี่ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผม
เนื่องจากการเดินทางหลังจากการเกิดเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน
ดูจะยุ่งยากมากยิ่งขึ้น
จึงส่งผลให้อุปกรณ์การถ่ายภาพด้านดิจิตอลได้รับความนิยม
เนื่องจากมีความหลากหลายในการใช้งานและมีคุณภาพที่ดี
ทำให้การสร้างสรรค์ผลงานสามารถเป็นไปได้อย่างเต็มที่ในโลกดิจิตอล
ด้วยขั้นตอนการถ่ายภาพที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย
บ่อยครั้งที่ผมใช้กล้องโพลารอยด์ในการถ่ายภาพ แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 2
ชั่วโมงในการใช้งาน แต่สำหรับกล้องดิจิตอลนั้น มีทำให้คุณทำงานง่าย
และตัดสินใจเลือกภาพได้เร็วขึ้น
เทคโนโลยีดิจิตอลทำให้ช่างภาพอย่างผมสามารถสรรสร้างจินตนาการได้อย่างไม่มีขีดจำกัด
และต้องขอ ขอบคุณเอปสันที่ทำให้ผมบันทึกภาพถ่ายสำคัญๆ ได้ทั้งหมด
เมื่อก่อนผมไว้วางใจกล้องถ่ายภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่วันนี้
ความคิดนั้นได้ถูกเปลี่ยนไปแล้ว ดังจะเห็นได้จากปี 1800
ที่วิวัฒนาการของการถ่ายภาพมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลากหลายแนวทาง
เราได้เห็นการก้าวหน้า การก้าวเข้ามาของโลกดิจิตอล
ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
และนี่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในยุคปฏิวัติการถ่ายภาพที่เราต้องศึกษามัน

|