8 June 2007
โซนี่ยึด 4 หัวใจหลัก ลุยเปิดตัวสินต้าใหม่ครบวงจร
โซนี่เผยกลยุทธ์และทิศทางการตลาดในปี 50 เชื่อเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว รุกทุ่มงบกว่า 1,200 ล้านบาท เร่งทำตลาดโดยว่างคีย์เวิร์ด 4 ตัว คือ เทคนิค การเปลี่ยนแปลง ดีไซน์ และ สีสัน เน้นการทำงานในระบบไวรเลส หวังดึงลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น พร้อมเปิดตัว "แอลซีดี บราเวีย"


กรุงเทพฯ : 7 มิถุนายน : เมื่อวานนี้ นายคาซุโอะ ซุยาม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ได้เปิดเผยถึงแผนกลยุทธ์ และทิศทางการตลาด ในปี 2550 ว่า สถานการณ์ของสภาพเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ เริ่มมีส่งสัญญาณไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งดูจากแนวโนมของตลาดหุ้น ที่ขยับตัวสูงขึ้น ตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ค. ที่ผ่านมา บวกกับสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย จึงเชื่อว่าครึ่งปีหลังนี้ เศรษฐกิจไทยน่าจะกลับมาดีอีกครั้ง ดังนั้นทางบริษัทจึงได้วางกลยุทธ์ของปี 50 ให้สอดคล้องกับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ยังคงมีการแข่งขันกันอย่างรุ่นแรง โดยทางบริษัทฯ จะไปมุ่งเน้นในเรื่องของสินค้า ที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการที่หลากหลาย และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลได้เป็นหลัก ซึ่งมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป และยังมั่นใจว่าโซนี่จะมี่รายได้รวมเติบโตขึ้นกว่า 12% จาก 15,000 ล้านบาท ของปี 49 ได้อย่างแน่นอน ส่งผลให้บริษัทฯ ได้วางงบทางการตลาดกว่า 1,200 ล้านบาท เพิ่มชึ้นจากปีที่เแล้วถึง 20% สำหรับการส่งเสริมการขายนั้น จะทำกับทุกหมวดผลิตภัณฑ์ ภายใต้กลยุทธ์หลักพื้นฐานของคำ 2 คำ คือ เทคนิคและการเปลี่ยนแปลง ที่จะมาเป็นหัวใจสำคัญ ในการสร้างรายได้ ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ยังเพิ่มอีก 2 คำว่า ดีไซน์และสีสัน เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือ ในการดึงดูดความสนใจของลูกค้าอีกด้วย

"สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดผ่านคีเวิร์ดทั้ง 4 ตัวนี้ ส่งผลให้ทางบริษัทโซนี่ปีนี่จะมุ่งเน้น ในเรื่องของการเปิดตัวสินค้าใหม่ ที่มีเทคโนโลยีและนวตกรรม ในเรื่องของโซลูชั่น การทำงานในแบบไร้สาย ที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้หมด ด้วยระบบไวร์เลส ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในบ้าน หรืออยู่นอกบ้าน ก็สามารถติดสื่อสารกันได้ และมีความสูขกับการใช้สินค้าของโซนี่ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งนี้ยังเอาใจลูกค้า ด้วยการเน้นดีไซน์ หรือการออกแบบรูปลักษณ์ และการเพิ่มสีสันให้กับสินค้านั้นๆ ให้มีความหลากหลายทางเฉดสี เพื่อเป็นการตอบสนอง ให้กับกลุ่มลูกค้า ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันออกไป"

สินค้าหลักที่ทางโซนี่มุ่งทำตลาด เพื่อให้สินค้าได้เป็นผู้นำตลาดของสินค้ากลุ่มนั้นๆ มีทั้งหมด 5 กลุ่มสินค้า คือ
1. หมวดจอภาพ ที่ในปีนี้ยังคงเน้นในเรื่องของทำการตลาดในส่วนของ แอลซีดี บราเวีย ซึ่งจากในเดิมมี 3 ซีรีส์ และในปีนี้จะเพิ่มเป็น 5 ซีรีส์ ซึ่งในแต่ละซีรีส์นั้นจะเพิ่มความหลากหลายของสีสัน นอกจากนั้น จะเน้นการพัฒนาจอภาพ ให้มีขนาดบางลงแต่ใหญ่ขึ้น รวมไปถึงนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เหนือกว่า แอลซีดี ทีวี มานำเสนอให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้นกับ จอภาพแบบ "OLED" ที่มีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าแอลซีดี โดยมีการกำหนดวางขาย ในประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศแรกปลายปีนี้ ส่วนในประเทศไทย ค่าดว่าน่าจะมีว่างขายเป็นประเทศที่ 3 ซึ่งจะเริ่มผลิตจากขนาด 11 นิ้ว ในราคา 6-7 หมื่นบาท
2. กล้องดิจิตอล จะเป็นสินค้าหลักอีกต้วหนึ่ง ที่ทางบริษัทฯให้ความสำคัญ โดยจะเน้นพัฒนาสินค้า ในแง่ของความง่ายต่อการใช้งาน แต่ยังคงให้ความละเอียดคมชัดสูง พร้อมด้วยการเน้นสีสันและดีไซน์ และยังได้มีการตั้งเป้าไว้ว่า ในแต่ละครอบครัว จะต้องมีกล้องดิจิตอลจากเดิมมากกว่า 1 เครื่อง
3. กล้องถ่ายวีดีโอ นั้นจะเน้นในเรื่องของคุณภาพ ของการเก็บไฟล์ ที่มีความละเอียดสูงได้ดีขึ้น
4. เครื่องเสียง เน้นเทคโนโลยีด้านการฟังเพลงแบบไร้สาย หรือระบบบลูทูธ เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อกับสินค้าอื่นๆ ของโซนี่
5.โน็ตบุ็ก ซึ่งจากการที่เป็นผู้นำในกลุ่มระดับราคาตั่งแต่ 4 หมื่นบาทขึ้นไป ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 48% นั้น ทำให้ในปีนี้ จะเน้นเรื่องของการดีไซน์และเรื่องของสีสัน เพื่อเป็นการสอดคล้องกับ ความต้องการ ให้โน็ตบุ๊กเป็นเฟอร์นิเจอร์ ที่บ่งบอกสถานะและความเป็นตัวตนของผู้ใช้

ในปีนี้บริษัทโซนี่ ยังได้เข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์หลัก ของการแข่งขันฟุตบอลฟีฟ่า ตั้งแต่การแข่งขันในฤดูการนี้ไปจนถึงปี ค.ศ. 2014 ที่จากเดิมบริษัทฯ ได้เข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์หลัก ของการแข่งขันกีฬาเทนนิสและกอล์ฟเท่านั้น ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะเริ่มทำกิจกรรมทางการตลาด จากการเป็นสปอนเซอร์ของฟีฟ่าอย่างจริงจังในปีหน้า และเพื่อต้องการปรับแบรนด์ให้ดูแอ็กทีฟมากขึ้น ในการที่จะเข้าให้ถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่มีอายุระหว่าง 25-30 ปี ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากเดิมจะเป็น กลุ่มของลุกค้าที่มีอายุระหว่าง 30-40 ปีขึ้นไปเท่านั้น



สงวนลิขสิทธิ์ภาพถ่ายทั้งหมดโดย หจก.อิเมจ โฟกัส
> อ่านข่าวทั้งหมดที่ผ่านมา