|
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา เอชพีเสริมกลยุทธ์เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ สร้างความเป็นหนึ่งในธุรกิจงานพิมพ์ ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำทางด้าน " Digital Photography" ด้วยเครื่องพิมพ์ครบทุกเซ็กเม้นต์ ตอบสนองความต้องการ การใช้งานทุกประเภทด้วยประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีล่าสุด เผยอัตตราการเจริญเติบโต 15% ของตลาดรวม คาดเอชพีจะเติบโตเป็น 25% ภายในสิ้นปีนี้

นายกฤษณ์ กิตติทัตต์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
"
ตลาดเครื่องพิมพ์ในปัจจุบันนั้นมีการแข่งขันค่อนข้างสูง เอชพีในฐานะที่เป็นผู้นำในตลาด จึงต้องทำการปรับกลยุทธ์การตลาดอยู่เสมอ เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันและรักษาความเป็นผู้นำ ทั้งนี้ กลยุทธ์ล่าสุดที่เอชพีนำมาใช้ในการเพิ่มความได้เปรียบ คือ การตอกย้ำซับแบรนด์ในแต่ละเซ็กเม้นต์ให้แข็งแกร่งและจดจำง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสอดคล้อง กับความต้องการการใช้งานของผู้บริโภคใน แต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน "
" สิ่งที่เอชพีย้ำมาโดยตลอดคือ การสร้างประสบการณ์ด้าน Digital Photography แก่ผู้บริโภคในเรื่องของการพิมพ์ ซึ่งที่ผ่านมาเอชพีได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ ที่ตอบสนองการทำงานของผู้บริโภคได้หลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่ทางเอชพีเล็งเห็นคือ การที่เครี่องพิมพ์ในแต่ละรุ่นนั้นจะมีฟังก์ชั่นการทำงานบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจจะยากต่อการตัดสินใจเลือกรุ่นที่ตอบสนองความต้องการจริงๆ สำหรับผู้บริโภคบาง กลุ่มที่มีความต้องการใช้งานเฉพาะด้าน เอชพีจึงได้มีการแบ่งเซ็กเม้นต์ของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนขึ้น ตามการใช้งาน รวมทั้งยังเป็นการสร้างความแข็งแกร่งแก่ซับแบรนด์ของเครื่องพิมพ์เอชพีด้วย นอกจากนี้ เอชพียังมองว่า การแบ่งเซ็กเม้นต์ในลักษณะนี้ จะทำให้ดำเนินกิจกรรมการตลาดและการขายสำหรับผู้แทนจำหน่ายง่ายขี้น โดยผู้แทนจำหน่าย สามารถให้คำแนะนำแก่ผู้บริโภค ในการเลือกเครื่องพิมพ์ได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และยังทำให้การขยายฐานตลาด ไปยังผู้บริโภคเป้าหมายในแต่ละเซ็กเม้นต์นั้น สามารถทำได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน" นายกฤษณ์ กิตติทัตต์ กล่าว
รายละเอียดของการแบ่งเซ็กเม้นต์เพื่อแยกประเภทการใช้งานของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนั้นได้แก่ Deskjet AIO, Photosmart, Officejet โดย Deskjet AIO และ Deskjet Printer เจาะกลุ่มผู้ใช้งานถึงเริ่มต้น และผู้ใช้ทั่วไป Photomart AIO และ Officejet Printer เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ Professional ที่พิมพ์จำนวนมาก ซึ่งการแบ่งเป็น เซ็กเม้นต์นี้จะเพิ่มความได้เปรียบทางการตลาดให้แก่เอชพี เพราะจะทำให้ผู้บริโภค จดจำร่นผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น และทำให้ตัวแทนจำหน่ายสามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ไม่เกิดความซ้ำซ้อนอีกด้วย
ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์รุ่นล่าสุดของเอชพี ที่จะวางจำหน่ายในเดือนกรกฏาคมนี้ คือ
Deskjet AIO รุ่น F370 และ F380
Deskjet Printer รุ่น D2360 และ รุ่น D4160
Photomart AIO รุ่น C3180 และ รุ่น C4180
" จุดแข็งอีกประการหนึ่งของเอชพีคือ ความแข็งแกร่งของข่องทางการจัดจำหน่าย เนื่องจากเอชพีมีผลิตภัณฑ์ ที่ครอบคลุมในทุกเซ็กเม้นต์ตลาด ตั้งแต่ตลาดองค์กรจนถึงตลาดคอนซูเมอร์ ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ของช่องทางจัดจำหน่าย ในลักษณะส่งเสริมกันและกันได้อย่างเต็มที่ และการเซ็กเม้นท์ของผลิตภัณฑ์ใต้ตรงกับกลุ่มผู้บริโภคให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า เอชพีจะครองความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องพิมพ์ต่อเนื่องแน่นอน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ เราจะมีส่วนแบ่งการตลาด ของกลุ่ม AIO Printer ถึง 50% และกลุ่ม Single Function Printer ถึง 25% " นายกฤษณ์ กล่าวปิดท้าย
|