Minolta
Dimage Z1 Minolta
ได้สร้างความคึกคักให้กับวงการกล้องดิจิตอลอีกครั้ง
หลังจากที่ประกาศการรวมบริษัทเข้ากับ Konica
ไปเพียงไม่กี่วัน
โดยส่งกล้องรุ่นใหม่ๆเข้าสู่ตลาดรวดเดียว 4
รุ่น สำหรับ Dimage Z1
จัดอยู่ในกลุ่มผู้ใช้ระดับกลางที่ต้องการกล้องประสิทธิภาพสูง
มีฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย
ในราคาที่ไม่แพงมากมายนัก
Dimage
Z1 มีรูปทรงแบบกล้อง SLR รูปตัว L
คล้ายกับรุ่น Dimage 7
แต่รูปร่างหน้าตาดูทันสมัยแหวกแนวมาก
กริปมือจับมีขนาดใหญ่และอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าบอดี้ส่วนบนเล็กน้อย
หากมองดูทางด้านหน้าจะเห็นได้ชัดว่าตัวเลนส์มีขนาดใหญ่
เนื่องจากออกแบบให้ใช้เลนส์ออฟติคัลซูม
กำลังขยายสูงถึง 10 เท่า และมีรูรับแสงกว้าง
ด้านบนมีช่องเซ็นเซอร์ออโต้โฟกัสที่ออกแบบใหม่
เหนือขึ้นไปเป็นแฟลชแบบป๊อบอัพที่พัฒนาใหม่เช่นกัน
พร้อมด้วยช่องไมโครโฟนและไฟเตือนโหมดถ่ายภาพหน่วงเวลา
ทางด้านหลังมีส่วนคล้ายกับ Dimage 7 อยู่บ้าง
โดยส่วนของจอมอนิเตอร์ออกแบบให้มีรูปทรงแบบวงกลมซึ่งต่อเนื่องมาจากเลนส์ซูมทางด้านหน้า
และมีสวิตช์หลักอยู่ทางด้านล่างพร้อมสวิตช์เลือกโหมดเปิดชมภาพและเลือกการดูภาพจากจอมอนิเตอร์หรือในช่องมองภาพอยู่คู่กัน
ถัดไปทางขวามีปุ่มปรับซูมในต่ำแหน่งของกริปมือจับด้านบนถัดลงมาเป็นปุ่มกดเลือกเมนูและคำสั่งต่างๆ
แบบ 4 ทิศทาง ปุ่มเลือกเมนู
ปุ่มเปิดชมภาพอย่างรวดเร็ว/ลบภาพและปุ่มเลือกดูข้อมูลต่างๆ
พร้อมด้วยช่อง DC สำหรับใช้ไฟจากภายนอก
ส่วนบนของตัวกล้องถูกออกแบบให้ดูโค้งมนอย่างสวยงามและกลมกลืนมีแฟลชแบบป๊อบอัพอยู่เหนือเลนส์และฮอทชูแฟลชสำหรับใช้กับแฟลชภาพนอกของ
Minolta ด้วยจุดสัมผัสไฟฟ้าแบบ 4 จุด
ด้านบนของกริปมือจับมีแป้นหมุนวงกลม
ใช้เลือกโหมดบันทึกภาพหลัก เริ่มจาก P/S/A/M
โปรแกรมสำเร็จรูปแบบต่าง ๆและโหมดบนทึกภาพเคลื่อนไหวแบบวิดีโอ
ใกล้ๆ กันมีช่องลำโพงสำหรับฟังเสียงที่บันทึก
ปุ่มมาโครและปุ่มเลือกโหมดแฟลช
แม้ว่า
Dimage Z1
จะไม่ใช่กล้องรุ่นท็อปสุดเหมือนกับรุ่น A1
แต่ก็มีประสิทธิภาพที่ไม่ด้อยกว่ามากมายนัก
โดยเฉพาะเรื่องของระบบออโต้โฟกัสที่ยอดเยี่ยมเรียกว่า
RAPID AF
ซึ่งเคลมว่าเร็วที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับกล้องดิจิตอลที่มีซูมออฟติคัล
10 เท่าเหมือนกัน (1 สิงหาคม 2546)
โดยใช้เวลาในการโฟกัสชัดเพียง 0.4
วินาทีเท่านั้น
ใกล้เคียงกับระบบออโต้โฟกัสของกล้องฟิล์ม 35
มม.
ทั้งนี้เป็นผลมาจากการออกแบบชุดเซ็นเซอร์แบบไฮบริจผสมผสานกันระหว่างพาสซีพ
เซ็นเซอร์กับวิดีโอออโต้โฟกัส
โดยมีจุดโฟกัสแบบแนวกว้าง 3 จุด
เลือกจุดโฟกัสเองได้
ล็อคจุดโฟกัสหรือเลือกโฟกัสแบบทีละภาพหรือโฟกัสติดตามการเคลื่อนที่อัตโนมัติ
หากใช้โหมดซุปเปอร์มาโครจะถ่ายภาพได้ใกล้สุดเพียง
4 เซ็นติเมตรเท่านั้น
สำหรับเลนส์ซูมที่ใช้เป็นออฟติคัลซูม
10 เท่า ขนาด 38-380 มม. รูรับแสงกว้างสุด
F2.8 ที่ช่วงมุมกว้าง 38 มม. ส่วนที่ 380 มม.
เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น F3.5 (ครึ่งสตอป)
นับว่าเป็นเลนส์ซูมที่ไวแสงมาก โครงสร้างเลนส์
10 ชั้น แบ่งเป็น 7 กลุ่ม มีเลนส์ Aspherical
2 ชิ้น พร้อมดิจิตอลซูมอีก 4 เท่า
ทำให้มีอัตราขยายรวม 40 เท่า เทียบเท่ากับซูม
38-1,520 มม. ! เซ็นเซอร์ภาพใช้ CCD ขนาด
1/2.7 นิ้ว ความละเอียด 3.3
ล้านพิกเซลขนาดภาพใหญ่สุด 2048x1536 พิกเซล
เลือกขนาดภาพที่เล็กลงได้อีก 3 ระดับ
ขนาดภาพเล็กสุดคือ 640x 480 พิกเซล
จัดเก็บภาพไฟล์ฟอร์แมท JPEG ด้วยการ์ดแบบ SD/MMC
นอกจากนี้ยังมีโหมดบันทึกวิดีโอได้ในขนาด VGA
หรือ 640x480 พิกเซล ที่ความเร็ว 30 เฟรม/วินาที
ให้ภาพวิดีโอคุณภาพดีไม่ต่างกับกล้องวิดีโอแท้ทั่วๆไป
และเลือกไฟล์วิดีโอท่ีมีขนาดเล็กลงได้อีก 2
ขนาด คือ 320x240 และ 160x120
พิกเซลที่ความเร็ว 15 หรือ 30 เฟรม/วินาที
ที่น่าสนใจอีกอย่างคือเมื่อใช้กล้องบันทึกวิดีโอในสภาพแสงน้อยจะได้ภาพที่คมชัดมีรายละเอียดครบถ้วน
เนื่องจากมีความไวในการรับแสงสูงกว่าเซ็นเซอร์ของกล้องอื่นๆประมาณ
4 เท่า
และในกรณีที่บันทึกภาพหรือวิดีโอในสภาพแสงน้อย
จอมอนิเตอร์จะปรับเพิ่มความสว่างให้อัตโนมัติเพื่อให้มองเห็นภาพได้ชัดเจน
สามารถจัดองค์ประกอบภาพได้อย่างสะดวก
หลังจากบันทึกวิดีโอเสร็จแล้ว
สามารถนำวิดีโอคลิปมาตัดต่อด้วยโปรแกรม
ArcSoft
ที่แถมมาให้เพื่อตัดต่อให้เป็นเรื่องราวทั้งภาพและเสียงหรือเอฟเฟคพิเศษต่างๆ
จากนั้นสามารถบันทึกวิดีโอของคุณเป็นวิดีโอซีดี
เพื่อเปิดชมจากเครื่องเล่นดีวีดีทั่วๆไปได้ทันที
หน่วยประมวลผลภาพของ Minolta Dimage Z1
มีการพัฒนาใหม่เรียกว่า CxProcess II
มีการประมวลผลที่รวดเร็วให้ภาพที่มีสีสันสดใส
มีNoise ที่น้อยมาก
ในกรณีที่บันทึกภาพกลางคืนซึ่งต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ
จะมีฟังก์ชั่น NR หรือ Noise reduction
ลดการเหลื่อมล้ำของสีในโทนมืด
ให้ภาพเคลียร์ใสสะอาดและชัดเจน
คุณสมบัติใหม่อีกอย่างเรียกว่า Progressive
Capture
ช่วยให้ถ่ายภาพต่อเนื่องได้รวดเร็วและคมชัด
โดยสามารถเลือกบันทึกภาพที่ต้องการเก็บไว้ได้
6 ภาพ ในจังหวะที่ดีที่สุด
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้บันทึกภาพกีฬาหรือสิ่งที่มีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
โดยเป็นการบันทึกภาพที่ความละเอียดสูงสุด 3.2
ล้านพิกเซล หากใช้โหมด UHS
จะสามารถบันทึกภาพต่อเนื่องความเร็วสูงถึง 10
เฟรม/วินาที ที่ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
สิ่งที่ยอดเยี่ยมมากอีกอย่างหนึ่งของกล้องรุ่นนี้คือมีระบบการทำงานที่รวดเร็วหลังจากเปิดสวิตช์กล้องพร้อมใช้งานทันทีภายใน
2 วินาที เท่านั้น
และการบันทึกภาพหลังจากกดปุ่มชัตเตอร์ใช้เวลาเพียง
0.06 วินาที ส่วนภาพต่อไปต้องการเวลาเพียง 1.2
วินาที (ไม่รวมเวลาที่ใช้ในการหาโฟกัสอัตโนมัติ)
ส่วนโหมดเปิดชมภาพแต่ละภาพใช้เวลาสั้นมากเพียง
0.2 วินาที


Dimage
Z1 เป็นกล้องที่ออกแบบคล้ายกับกล้อง SLR
หรือสะท้อนภาพเลนส์เดียว
โดยผู้ใช้เลือกดูภาพขณะถ่ายภาพได้จากจอมอนิเตอร์หรือดูจากช่องมองภาพวิวฟายเดอร์ที่ออกแบบใหม่หมด
แตกต่างจากกล้องดิจิตอล SLR ทั่วๆไป
ที่มักใช้ช่องมองแบบอิเล็กทรอนิกส์
วิวฟายเดอร์ (EVF) โดยใช้หลักการสะท้อนแสงแบบ
SLR โดยภาพจากจอมอนิเตอร์ LCD
ที่อยู่ในตัวกล้องวางตำแหน่งมุมเฉียงสะท้อนกับกระจกเงา
ผ่านไปยังปริซึมที่อยู่ด้านบนและสะท้อนออกไปทางช่องมองภาพวิธีการนี้ก็คือการมองภาพจากจอมอนิเตอร์โดยผ่านช่องมองภาพนั่นเอง
ทำให้มองเห็นภาพได้ 100%
เต็มรวมไปถึงข้อมูลและเมนูต่างๆทั้งหมด
ไม่ต้องกังวลว่าภาพในช่องมองกับจอมอนิเตอร์และภาพที่บันทึกลงในการ์ดไม่ตรงกันอีกต่อไป
รวมไปถึงการใช้งานกล้างแจ้งที่มีแสงแดดจัดก็จะไม่เกิดปัญหาใดๆ
เหมือนที่ผ่านมา

ในกรณีที่ถ่ายภาพภายใต้สภาพแสงน้อย
แฟลชที่อยู่บนตัวกล้องจะทำงานอัตโนมัติ
โดยใช้งานได้ไกลถึง 6.1 เมตร (ที่ช่วงมุมกว้าง)
และยังใช้กับแฟลชภายนอกของ Minolta ได้
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นไม่ต่างกับกล้อง
SLR ขนาดใหญ่ ระดับมืออาชีพ
แฟลชที่ใช้ได้เต็มระบบคือ Program 5600HS (D),
3600HS(D) และรุ่นใหม่ล่าสุด 2600 (D)
คุณสมบัติอื่นๆที่น่าสนใจเช่น
ระบบวัดแสง เลือกได้ 3
แบบคือแบ่งพื้นที่หลายส่วน
หนักกลางและเฉพาะจุด
ระบบไวท์บาลานซ์อัตโนมัติเลือกเองตามสภาพแสงแบบต่างๆได้
7 แบบ คือออโต้, แสงกลางวัน, ทังสเตน,
ไฟฟลูออเรสเซ็นท์, แสงในที่ร่ม, แฟลชและคัสตอม
มีระบบแมนนวลโฟกัสเพื่อเลือกจุดโฟกัสที่ต้องการเอง
เลือกโหมดสีได้ 4 แบบ คือสีธรรมชาติสีสดพิเศษ
สีซีเปีย และขาวดำ
เลือกแสดงกราฟฮีสโตแกรมเพื่อตรวจสอบโทนภาพ
โหมดบันทึกภาพแบบเลือกโปรแกรมอัตโนมัติ
โดยกล้องจะพิจารณาจากสภาพแสง
ทางยาวโฟกัสและอื่นๆจากโปรแกรมทั้งหมด 6 แบบ
และเลือกปรับตั้งระบบการทำงานต่างๆได้ตามที่ต้องการจากคัสตอมฟังก์ชั่น
 
ข้อมูลจำเพาะ
-
เซ็นเซอร์ภาพ : CCDขนาด 1/2.7 นิ้ว
ความละเอียด 3.3 ล้านพิกเซล
-
Effective : 3.2 ล้านพิกเซล
-
ขนาดภาพใหญ่สุด : 2048x1536 พิกเซล
-
ขนาดภาพเล็กสุด : 640x480 พิกเซล
-
ไฟล์ฟอร์แมท : JPEG, MOV, DCF1.0, DPOF,
Exif 2.2
-
ระดับคุณภาพ : Economy, Standard, Fine
-
ความไวแสง : เทียบเท่า ISO 50/100/200/400
-
เลนส์ : 38-380 มม. ซูม 10 เท่า F2.8-3.5
-
ดิจิตอลซูม : 4 เท่า
-
ระบบโฟกัส :
ไฮบริจแบบพาสสีพและวิดีโอออโต้โฟกัส
จุดโฟกัส 3 จุด
-
ระยะโฟกัสใกล้สุด : 4 ซม. ในโหมดมาโคร
-
ความเร็วชัตเตอร์ : 30-1/1000 วินาที
-
ระบบบันทึกภาพ : ออโต้, โปรแกรม,
ออโต้ชัตเตอร์, ออโต้รูรับแสง, แมนนวล
-
โปรแกรมพิเศษ : ถ่ายภาพบุคคล, กีฬา,
ทิวทัศน์, อาทิตย์ตก, บุคคลกลางคืน
-
ระบบวัดแสง : แบ่งพื้นที่ 256 ส่วน,
หนักกลาง, เฉพาะจุด
-
ชดเชยแสง : +/- 2 EV แบ่งชั้นละ 1/3 EV
-
ถ่ายภาพคร่อม : 3 ภาพ
-
ไวท์บาลานซ์ : ออโต้,
เลือกเองสำหรับแสงกลางวัน, ทังสเตน,
ฟลูออเรสเซ้นท์, แสงในที่ร่ม, แฟลช
และคัสตอม
-
ถ่ายภาพต่อเนื่อง : สูงสุด 10 เฟรม/วินาที (ที่
1.3 ล้านพิกเซล)
-
ถ่ายภาพเคลื่อนไหว : VGA 640x480 พิกเซล 30
เฟรม/วินาที และขนาด 320x240 หรือ 160x120
พิกเซล พร้อมเสียง
- แฟลช
: มีในตัวทำงานอัตโนมัติ ไกด์นัมเบอร์ 12
(ISO100/เมตร)
-
โหมดแฟลช : ออโต้, แก้ตาแดง, แฟลชลบเงา,
สัมพนธ์กับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ, ยกเลิกแฟลช
-
แฟลชภายนอก : ใช้ฮอทชูกับแฟลช Minolta
-
ช่องมองภาพ : วิวฟายเดอร์
-
จอมอนิเตอร์ : LCD ขนาด 1.5 นิ้ว TFT
113,000 พิกเซล
-
ถ่ายภาพหน่วงเวลา : 10 วินาที
-
โหมดสี : ธรรมชาติ, สีสด, ซีเปีย, ขาวดำ
-
อินเทอร์เฟส : USB 2.0, วิดีโอ NTSC/PAL
-
การ์ดจัดเก็บภาพ : SD/MMC
-
พลังงาน : AA 4 ก้อน (อัลคาไลน์, Ni-MH),
แบตเตอรี่แพค EBP-100
- ขนาด
: 109.5x77.5x80 มม.
-
น้ำหนัก : 305 กรัม (ไม่รวมการ์ดและแบตเตอรี่)
<
หากคุณเริ่มต้นการถ่ายภาพดิจิตอล
อ่านศัพท์เกี่ยวกับระบบภาพดิจิตอลได้ที่นี่
> |