Thailand Largest Photo Magazine (Since 1989)
นิตยสารเพื่อการถ่ายภาพที่มียอดพิมพ์จำหน่ายสูงสุดในเมืองไทย


รายละเอียดนิตยสาร
วางจำหน่ายฉบับแรก : พฤศจิกายน 2532
ขนาดรูปเล่ม : 8.5 x 11.5 นิ้ว
ระบบการพิมพ์ : ออฟเซ็ท 4 สี
กระดาษ : อาร์ตมัน 130 แกรม และปอนด์ 100 แกรม
เก็บเล่ม : ไสสันกาว และอาบยูวีปก
ระยะเวลาการวางจำหน่าย : ทุกต้นเดือน
จัดส่งสมาชิก : ล่วงหน้าก่อนนิตยสารวางจำหน่าย 1 สัปดาห์
พิมพ์ที่ : โรงพิมพ์ตะวันออก (มหาชน) จำกัด
จัดจำหน่าย : ธณบรรณปิ่นเกล้า โทร. 0-2434-8270

สำนักงาน : หจก. อิเมจ โฟกัส 493/49 ถ.ประชาราษฎร์ 2 บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800
โทร. 0-2911-5264, 0-2911-5265, 0-2585-5230
แฟกซ์ : 0-2587-3890
E-mail
Web Master ; info@shutterphoto.com
บรรณาธิการ ; prasit@shutterphoto.com
กองบรรณาธิการ ; imagefoc@samart.co.th
ฝ่ายโฆษณา ; ad@shutterphoto.com



นิตยสาร SHUTTER PHOTOGRAPHY เริ่มวางจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์ในเดือน พฤศจิกายน 2532 หากนับถึงวันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 แล้ว ในยุคแรกเริ่มของการจัดทำนิตยสาร เราได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ หลายอย่าง ให้กับวงการนิตยสารถ่ายภาพในเมืองไทย เริ่มจาก การใช้รูปเล่มขนาด 8 หน้ายกพิเศษ หรือขนาด 8.5 x 11.5 นิ้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล และใช้ต่อเนื่อง มาถึงปัจจุบัน ในขณะที่นิตยสารถ่ายภาพรายเดือนอื่นๆ ในเวลานั้นเป็นขนาด 8 หน้ายก ธรรมดา คือ 7 x 10 นิ้ว การนำเสนอเนื้อหาสาระทางการถ่ายภาพ เทคนิคต่างๆ ทดสอบอุปกรณ์ถ่ายภาพใหม่ล่าสุด อย่างตรงไปตรงมา และมีการจัดกิจกรรม สำหรับผู้อ่าน เช่น การอบรมให้ความรู้ด้านการถ่ายภาพ หรือ จัดทริปพาผู้อ่าน และสมาชิกออกฝึกถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ เป็นต้น

ช่วงปี 2532-2535 เทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพ 35 มม. SLR เริ่มเปลี่ยนจาก ระบบกล้องแบบแมนนวลโฟกัส มาเป็นระบบออโต้โฟกัส แต่ในยุคนั้นกล้องระบบ แมนนวล ยังได้รับความนิยมอยู่มาก แม้ว่ากล้องออโต้โฟกัสระดับโปร เช่น Nikon F4 หรือ Canon EOS1 จะเริ่มผลิตออกมาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับกล้องระบบแมนนวลโฟกัส ส่วนกล้องระดับกลางๆ จนถึงรุ่นเล็ก ระบบออโต้โฟกัสยังทำงานได้ไม่ดีพอ กระทั่งปี 2536 กล้องออโต้โฟกัสสำหรับ นักถ่ายภาพสมัครเล่น ที่จริงจัง ก็เริ่มผลิตออกมาจากยี่ห้อต่างๆ เช่น Nikon F90, Minolta Dynax 9xi หรือ Pentax Z1-P เป็นต้น นักถ่ายภาพทั้งมือใหม่และมือเก่า เริ่มหันมาให้ความสนใจกล้องออโต้โฟกัสกันมากขึ้น และชัตเตอร์ฯ ก็ได้นำเทคโนโลยี ของกล้องเหล่านั้น มาทดสอบ และ แนะนำกันอย่างต่อเนื่อง เช่นกัน

ในปี พ.ศ. 2535 หรือประมาณ 10 ปีก่อน ชัตเตอร์ฯ ได้ปรับเปลี่ยน ระบบการผลิตนิตยสารใหม่หมด จากเดิมที่ต้องทำอาร์ตเวิร์ค ด้วยการตัดแปะ ติดภาพและตัวอักษรลงบนกระดาษ มาเป็นการใช้คอมพิวเตอร์แมคอินทอช จัดหน้าทั้งข้อความ และ ตัวอักษร ทำให้รูปเล่มสวยงาม และผลิตนิตยสาร ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และปีเดียวกันนี้เองที่เราได้เดินทางไปชมงาน Photokina 1992 ซึ่งเป็นงานแสดงทางด้านการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ 2 ปี ที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมัน และกลายเป็น ภารกิจที่ต้องเดินทางไปชมงาน เพื่อนำเรื่องราวต่างๆ ในโลกของการถ่ายภาพ มานำเสนอให้กับผู้อ่านของเราทุกๆ 2 ปีโดยไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลข่าวสาร ที่ถูกต้อง และทันสมัยอยู่เสมอ

ปี พ.ศ. 2537 ในฉบับที่ 10 ปีที่ 5 เราได้นำภาพสามมิติที่ถ่ายจากเลนส์รุ่นพิเศษ ของ Vivitar มาตีพิมพ์เป็นหน้าปก พร้อมกับแจกแว่นสามมิติให้ฟรี ทุกฉบับ สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการนิตยสาร จนมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น กว่าหนึ่งเท่าตัวทีเดียว

ปี พ.ศ. 2538 ในนิตยสารฉบับที่ 6 ปีที่ 6 เราได้นำภาพดิจิตอลจาก เทคโนโลยี ใหม่ของโกดักที่เรียกว่า โฟโต้ซีดี โดยส่งฟิล์มสไลด์ไปสแกนลงแผ่นซีดีรอม จากนั้นนำภาพมารีทัชซ้อนฉากหลัง แล้วตีพิมพ์เป็นหน้าปก เพื่อแสดงให้ผู้อ่าน เห็นว่า เทคโนโลยีของการถ่ายภาพ กำลังจะมีทางเลือกใหม่ที่เรียกกันว่า ภาพถ่ายดิจิตอล

ปลายปี พ.ศ. 2538 เราได้ปฎิวัติการจัดทำนิตยสารครั้งใหญ่ โดยนำสแกนเนอร์ ระดับไฮเอนด์ที่เรียกว่า ดรัมสแกนเนอร์ มูลค่าเกือบสองล้านบาท มาใช้ในการ สแกนภาพ สำหรับการจัดหน้านิตยสาร ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพ และงานต้นฉบับให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น นับเป็นนิตยสารรายแรกๆ ของเมืองไทยที่สแกนภาพสไลด์เองทั้งหมด ในช่วงเวลานั้นเราก็เริ่มมองเห็น ถึงความสำคัญของภาพดิจิตอล แต่เป็นภาพดิจิตอล ที่ได้จากสแกนเนอร์ ซึ่งให้คุณภาพเทียบเท่ากับต้นฉบับ ที่เป็นฟิล์มสไลด์ จึงมีการนำเสนอเรื่องราว ของเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ดิจิตอล เป็นฉบับแรกในเมืองไทย เช่นการสัมภาษณ์ พิเศษคุณสถิตย์ เลิศในเกียรติ แห่ง Omnivisions นักถ่ายภาพมืออาชีพรุ่นแรกๆ ที่นำภาพดิจิตอลมาใช้ในวงการ โฆษณา รวมทั้งนำเสนอบทความเกี่ยวกับการจัดเก็บภาพลงซีดี เป็นต้น

ปี พ.ศ. 2539 หลังจากที่ได้ทดสอบกล้องดิจิตอล แบบคอมแพคตัวแรกของโลก คือ Apple QuickTake มาแล้ว นิตยสารชัตเตอร์ฯ ได้เริ่มทดสอบ กล้องดิจิตอล ระดับมืออาชีพ เป็นครั้งแรก เป็นกล้องจากฟูจิฟิล์ม รุ่น DS-515 ซึ่งเป็นกล้องที่ ร่วมกันผลิตระหว่าง ฟูจิฟิล์ม กับ นิคอน ทำให้สามารถใช้เลนส์ และ แฟลช ของ Nikon ได้ และเราก็ได้นำกล้องรุ่นนี้ ไปถ่ายภาพปรากฏการณ์ สุริยุปราคา ในเมืองไทย ที่จังหวัดนครสวรรค์ แม้ว่าความละเอียดจะต่ำเพียงหนึ่งล้านพิกเซล แต่ก็สร้างความฮือฮา ให้กับผู้อ่านเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นกล้องที่ไม่ได้ใช้ฟิล์ม ส่วนราคานั้นนับว่า สูงมากหลายแสนบาท เหมาะสำหรับมืออาชีพจริงๆ เท่านั้น ถัดมาอีกเพียงสามเดือน Casio ก็เปิดตัวกล้องคอมแพคดิจิตอล ตัวแรกของโลก ที่มีจอมอนิเตอร์ในตัว ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล ในรุ่น QV-10 และชัตเตอร์ฯ ก็ได้ทดสอบตีพิมพ์ในฉบับที่ 9 ปีที่ 7 ทันทีเช่นกัน นับจากนั้นเป็นต้นมา เริ่มมีกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ ผลิตออกสู่ตลาด แต่นานๆ จะมีออกมาสักรุ่นหนึ่ง และคุณภาพยังไม่ดีพอเมื่อเทียบกับฟิล์ม

ปี พ.ศ. 2542 ตลาดกล้องดิจิตอล เริ่มมีลู่ทางสดใส โดยมีผู้ผลิตกล้องที่ใช้ฟิล์ม หันมาผลิตกล้องคอมแพคดิจิตอลสู่ตลาด ในระดับความละเอียดตั้งแต่ สามแสนพิกเซล ไปถึงระดับล้านพิกเซล และโซนี่ ก็สร้างความฮือฮาโดยเริ่มผลิต กล้องดิจิตอลออกสู่ตลาด แข่งขันกับผู้ผลิตกล้องเดิม ในตระกูล Cyber-Shot ซึ่งชัตเตอร์ได้ทดสอบเป็นครั้งแรกในฉบับที่ 6 ปีที่ 10

ปี พ.ศ. 2543 ตลาดกล้องถ่ายภาพดิจิตอล เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยในการ Photokina 2000 มีกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ ทั้งระดับมืออาชีพ และคอมแพคดิจิตอล สำหรับมือสมัครเล่น ถูกผลิตออกมามากมาย อยางต่อเนื่อง และนิตยสารชัตเตอร์ฯ ก็ได้เริ่มใช้กล้องดิจิตอลอย่างจริงจัง โดยใช้กล้อง Nikon D1 ซึ่งเป็นกล้องดิจิตอล SLR ระดับมืออาชีพ สำหรับถ่ายภาพต่างๆ ในเดือน มกราคม ปีเดียวกันนี้ และได้เปลี่ยนเป็นรุ่น D1x ในต้นปี 2545 รวมทั้งใช้ กล้องคอมแพค ดิจิตอล อีกหลายรุ่น ทำให้ได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ ตลอดถึงวิธีแก้ไขอย่างแท้จริง ทำให้สามารถจัดทำบทความแนะนำผู้อ่านได้อย่างถูกต้อง แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปในเมืองไทย ยังมีน้อยกว่าประเทศอื่นๆ มาก เพราะส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้อง ทางนิตยสารชัตเตอร์ฯ จึงได้จัดทำคอลัมน์ทางด้าน ดิจิตอล เพิ่มมากขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้ต่างๆ ให้กับผู้อ่าน กระทั่งปัจจุบันนี้ กล้องดิจิตอลได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นกว่าเท่าตัวในแต่ละปี

ปัจจุบัน นิตยสาร ชัตเตอร์ โฟโต้กราฟฟี่ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนา และนำเสนอ เทคโนโลยีทางด้านการถ่ายภาพ ถ่ายทอดความรู้ นำเสนอสาระต่างๆ ที่น่าสนใจ ให้กับผู้อ่านอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกเดือน จนได้รับความสนใจอย่างมาก และทำให้เป็นนิตยสารด้านการถ่ายภาพ ที่มียอดพิมพ์จำหน่ายสูงสุด ในเมืองไทยตลอดมา


 


Copyright© 1998-2003, IMAGE FOCUS Ltd.,Part.

Tel. 0-2911-5264, 0-2911-5265, 0-2585-5230 ; FAX : 0-2587-3890
E-mail : webmaster@shutterphoto.com



FastCounter
by bCentral
Visitors since Aug 2001