|
หากมีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่
โปรแกรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอย่างหนึ่งคือ เดินทางไปชมหมีแพนด้า
สัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์จากเมืองจีนที่สวนสัตว์เชียงใหม่
ซึ่งประเทศจีนได้ให้ไทยยืมเพื่อการศึกษาและให้ประชาชนได้ชมสัตว์โลกที่แสนน่ารักชนิดนี้เป็นเวลา
10 ปี
(เมื่อครบกำหนดอาจจะมีการต่อสัญญาให้ยืมต่ออีก)
ในช่วงปีที่ผ่านมาหมีแพนด้าทั้งคู่ได้รับความสนใจทั้งจากชาวเมืองเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวทั่วไปที่เดินทางมากจากต่างจังหวัดและชาวต่างประเทศ
หากเป็นช่วงวันหยุดเทศกาล
จะต้องเข้าแถวยาวและรอคอยนานนับชั่วโมงเพราะมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว
แต่ช่วงเวลาที่ผมไปถึงเป็นวันธรรมดา นักท่องเที่ยวไม่มากนัก
ทำให้การถ่ายภาพทำได้สะดวกพอสมควร
สวนสัตว์เชียงใหม่ในวันนี้มีการพัฒนาไปมาก
ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่อยู่เชิงดอยสุเทพเอื้ออำนวยเป็นอย่างมาก
มีลำธารธรรมชาติไหลผ่าน
นับเป็นสวนสัตว์ที่สวยงามและมีระบบการจัดการที่ดีที่สุดในเมืองไทยก็ว่าได้
การเดินทางไปก็แสนจะสะดวกสบาย
จากกลางเมืองไปตามถนนที่มุ่งหน้าขึ้นสู่ดอยสุเทพ
ก่อนขึ้นดอยเล็กน้อยทางซ้ายมือคือที่ตั้งของสวนสัตว์เชียงใหม่นั่นเอง
ผมขับรถผ่านประตูเข้าไป
เส้นทางขึ้นเขาและวกวนไปมาจนถึงลานจอดรถ
เมื่อเดินลงไปไม่ไกลก็ถึงที่ตั้งของศูนย์หมีแพนด้าที่จัดสร้างอย่างสวยงามและใหญ่โตมาก
มีห้องนั่งรอกว้างขวางกรณีที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
เมื่อซื้อบัตรผ่านประตูแล้วก็ต้องเข้าคิวเพื่อเข้าชมทีละกลุ่ม
แต่ถ้าคนไม่มากก็เดินเข้าไปได้เลย
ห้องที่หมีแพนด้าทั้งคู่อาศัยอยู่ติดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน
เมื่อผ่านประตูเข้าไปก็เห็นนักท่องเที่ยวประมาณ
40
คนยืนดูหมีแพนด้าที่กำลังกินไม้ไผ่เป็นอาหารอย่างอเร็ดอร่อย
เจ้าหน้าที่เดินชูป้ายห้ามส่งเสียงดังและห้ามใช้แฟลชถ่ายภาพ
แต่ก็มีหลายคนที่ถ่ายภาพโดยมีแสงแฟลชออกมาด้วย
ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องคอยเดินไปบอกตลอด
บางคนก็ไม่รู้วิธีปิดแฟลชแต่ก็อยากถ่ายภาพเหมือนคนอื่นๆ
พอเจ้าหน้าที่เผลอก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็มีวิธีจัดการโดยเอาเทปสีดำปิดทับหน้าแฟลช
เจ้าหมีแพนด้าที่มีชื่อเรียกว่า ช่วงช่วง
คงจะรำคาญแสงแฟลชจึงคลานสี่ขาเดินขึ้นไปนอนกางแขนกางขาเหมือนคนไม่มีผิด
หลินหุ้ยคู่ของมันจึงเดินตามขึ้นไปบ้าง
ผมถ่ายภาพได้เพียงไม่กี่ภาพเท่านั้น
สักพักเจ้าหน้าที่อีกคนก็นำใบไผ่
อาหารโปรดของแพนด้าร่างยักษ์ทั้งสองตัวมาให้กิน เมื่อเห็นใบไผ่
ทั้งช่วงช่วงและหลินหุ้ยก็เดินลงมากินต่อ
และไม่มีใครใช้แฟลชถ่ายภาพอีก ทำให้ผมมีเวลาถ่ายภาพนานพอสมควร
แม้ว่าจะมีแสงส่องมาจากทางด้านบนที่เป็นหลังคาโปร่งแสง
แต่ปริมาณแสงถูกลดทอนไปมาก แม้ว่าจะตั้งความไวแสงสูงขึ้นเป็น
ISO 200
และใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสุดถึง F2.8
ความเร็วชัตเตอร์ที่ได้ก็ยังต่ำเพียง 1/40
วินาทีเท่านั้น ขาตั้งกล้องก็ไม่มี
แต่เลนส์ที่ใช้มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวจากความเร็วชัตเตอร์ต่ำ
สามารถใช้ความเร็วได้ต่ำกว่าปรกติถึง 3
สตอป ผมซูมเลนส์ไปที่ 200 มม.
ปรกติต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/250
วินาที แต่เมื่อใช้ระบบ IS
ทำให้ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ 1/40
วินาทีได้อย่างสบาย
และการใช้เลนส์เทเลโฟโต้จะช่วยตัดฉากหลังที่เป็นสิ่งก่อสร้างออกไป
ส่วนรูรับแสงกว้างก็ทำให้ฉากหลังเบลอ
ได้ภาพที่ดูคล้ายกับการถ่ายภาพในธรรมชาติ
ไม่เหมือนกับอยู่ในสวนสัตว์
การใช้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวกับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ
จะได้ภาพที่คมชัดกับสิ่งที่อยู่นิ่งเท่านั้น
แต่เจ้าหมีแพนด้าทั้งสองตัวไม่ยอมอยู่นิ่งๆ เป็นแบบให้ถ่ายภาพ
มีบางจังหวะที่หยุดนิ่งสั้นๆ ไม่กี่วินาที
ผมจึงใช้โหมดถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง
ตามองที่ช่องมองภาพตลอดเวลา
เมื่อได้จังหวะที่เหมาะสมและองค์ประกอบภาพที่ลงตัว
ก็กดชัตเตอร์ค้างไว้ถ่ายภาพต่อเนื่องติดต่อกัน
10-15 ภาพ (หากใช้ฟิล์มวิธีนี้จะสิ้นเปลืองฟิล์มมาก)
เมื่อเปิดดูภาพจากจอมอนิเตอร์พบว่า
ภาพส่วนใหญ่จะเบลอเล็กน้อยเนื่องจากหมีหันหน้าไปมา
บางภาพก็มีใบไม้หรือมือมาปิด มีเพียงไม่กี่ภาพเท่านั้นที่ใข้ได้คือ
ภาพคมชัดและได้องค์ประกอบภาพที่ลงตัวตามที่ต้องการ
ถ่ายภาพ :
ประสิทธิ์ จันเสรีกร
กล้อง
Canon EOS 20D เลนส์
Canon EF 70-200 มม.
IS USM
1/40 วินาที f/2.8,
ตั้ง ISO 200,
ไวท์บาลานซ์ออโต้, ไฟล์ฟอร์แมท
RAW
|