gurney's pitta
นกตัวผู้ - Male ถ่ายภาพที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จังหวัดกระบี่ เดือนเมษายน พ.ศ. 2550

นกตัวผู้ - Male ถ่ายภาพที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จังหวัดกระบี่ เดือนเมษายน พ.ศ. 2544
นกแต้วแล้วท้องดำ
Gurney's Pitta
 
สถานภาพ
: เป็นนกประจำถิ่นที่พบได้น้อยและหายาก พบเฉพาะบริเวณป่าที่ราบต่ำ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จัดเป็นสัตว์ป่าสงวน ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ คาดว่ามีเหลืออยู่เพียงไม่กี่สิบคู่เท่านั้น (นอกจากประเทศไทยแล้ว มีรายงานว่า พบเห็นทางตอนใต้ของประเทศพม่า)

ถ่ายภาพ : ประสิทธิ์ จันเสรีกร

นกแต้วแล้วท้องดำ เป็นหนึ่งในจำนวนนก 3 ชนิดที่เป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย (อีก 2 ชนิกคือ นกกะเรียน และ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปจากเมืองไทยแล้ว) แม้ว่าปัจจุบันนกแต้วแล้วท้องดำจะยังมีเหลืออยู่ในธรรมชาติแต่ก็มีจำนวนน้อยมากคาดว่ามีจำนวนไม่เกิน 30 ตัว เท่านั้น และหลายปีที่ผ่านมาแทบไม่มีการเพิ่มจำนวนขึ้นเลยเนื่องมาจากปัญหาต่างๆมากมาย ที่สำคัญคือถิ่นที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นป่าที่ราบต่ำในพื้นที่ใกล้กับเจานอจู้จี้ อำเภอคลองท่อมจังหวัดกระบี่มีพื้นที่เพียงไม่กี่ ตารางกิโลเมตรและถูกบุกรุกเพิ่มมากขึ้น หากผืนป่าแห่งนี้หมดไปก็เท่ากับว่าเป็นการทำลายให้นกแต้วแล้วสูญพันธุ์ไปจากเมืองไทยและจากโลกนี้ไปเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้น มาแล้วกับสัตว์โลกจำนวนมาก ปัจจุบันนกแต้วแล้วท้องดำยังถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าที่หายากระดับโลกอีกด้วย

นกแต้วแล้วท้องดำเคยมีอยู่อย่างชุกชุมในเมืองไทยในป่าระดับต่ำกว่า 200 เมตร และยังพบในประเทศพม่าทางตอนใต้ ในป่าระดับเดียวกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงมาจนถึงจังหวัดตรังเท่านั้น ไม่เคยมีราย งานพบในมาเลเซียมาก่อน แต่เมื่อป่าที่ราบต่ำถูกทำลายไปเรื่อยๆ นกก็เริ่มลดจำนวนลง กระทั่งปี พ.ศ. 2495 ก็ไม่มีการพบเห็นนกแต้วแล้วท้องดำอีก ผ่านมาอีกกว่า 30 ปี สถานีโทรทัศน์ของ บีบีซี ได้ออกข่าวว่า

"มีความเป็นไปได้ที่นกแต้วแล้วท้องดำจะสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้ว"

แต่ในปี พ.ศ. 2529 ฟิลลิป ดี ราวด์ และอุทัย ตรีสุคนธ์ ได้ค้นพบนกแต้วแล้วท้องดำอีกครั้งที่จังหวัดกระบี่ แหล่งอาศัย ของนกแต้วแล้วท้องดำ มีสภาพเป็นป่าที่มีลำธารเล็กๆหรือพื้นที่ชื้นแฉะ โดยมีไม้จำพวกหวาย เตยหนาม ระกำ หรือไม้หนามชนิดอื่นๆ เป็นนกที่หากินตามพื้นดิน อาหารหลักคือ ไส้เดือน เมื่อรู้ความเป็นอยู่ของนกชนิดนี้ การค้นหาและถ่ายภาพก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่าย ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก

สำหรับภาพนกแต้วแล้วท้องดำที่นำมาให้ชมนี้ต้องเฝ้ารออยู่ในบังไพรแคบๆตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าในพื้นที่ซึ่งคาดว่าน่าจะมีโอกาสได้พบเห็นกระทั่งเกือบบ่ายสองโมง นกแต้วแล้วท้องดำตัวผู้ก็ปรากฎตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ปราศจากเสียงใดๆ ทั้งสิ้น ภาพที่ปรากฎให้เห็นนั้นสร้างความประทับใจให้ผมเป็นอย่างมาก นับเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เห็นนกชนิดนี้ บนกระหม่อมมีสีฟ้าสดใส ดูสะดุดตา ท้องสีดำสนิท อกและลำตัวด้านข้างสีเหลืองดูสวยงามมากทีเดียว แต่บริเวณนั้นมีต้นไม้เล็กๆ ขึ้นอย่างหนาแน่น จึงได้แต่มองดูยังไม่สามารถถ่ายภาพได้

สักพักนกแต้วแล้วท้องดำก็กระโดดมาใกล้ๆ ห่างออกจากบังไพรที่ผมแอบซุ่มอยู่ประมาณ 10 เมตร พร้อมกับใช้ปากคุ้ยไปตามดินที่อ่อนนุ่ม เพื่อหาไส้เดือนกินเป็นอาหาร ในที่สุดโชคก็เข้าข้างผมจนได้ เมื่อนกมาหยุดอยู่ตรงช่องว่างระหว่างต้นไม้เล็กๆ ที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย ทำให้บันทึกภาพได้ด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ 400 มม. จากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีนกแต้วแล้วท้องดำก็จากไปเพื่อหากินในพื้นอื่น ทว่านั่นก็เพียงพอแล้วกับภาพถ่ายนกอันน่าประทับใจมากที่สุดของผมอีกภาพหนึ่ง

พบและบันทึกภาพครั้งที่สอง ห่างจากครั้งแรก 6 ปีเต็ม!

ผมมีโอกาสไปดูนกที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม อีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน 2550 ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว และโชคดีที่ได้พบเห็นนกแต้วแล้วท้องดำอีกครั้ง และสามารถบันทึกภาพได้ 5 ภาพ จากเลนส์เทเลโฟโต้ 600 มม. มีภาพที่คมชัดเพียง 2 ภาพเท่านั้น เนื่องจากในป่าดงดิบนั้นมีแสงน้อยมาก ทำให้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ

   
ช่วงเวลาที่สามารถพบเห็นนกชนิดนี้
ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
                       


ภาคที่พบนกชนิดนี้

เหนือ กลาง ตะวันออก ตะวันตก ใต้
         
   
Copyright 2004-2007 ; Photographer : Prasit Chansarekorn
IMAGE FOCUS Ltd.,Part. 493/49 Pracharaj 2 Rd. Bangsue Bangkok 10800 THAILAND
Tel. 66-2911-5264, 66-2911-5265  FAX: 66-2587-3890
www.shutterphoto.com
     E-mail : prasit@shutterphoto.com