ชื่อเสียงของ ลาส เวกัส
เชื่อว่าใครก็คงรู้จัก
อย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูมาบ้าง
โดยเฉพาะเรื่องของบ่อนการพนันที่มีมากที่สุดในโลก
เล่นกันแบบเปิดเผยและถูกกฏหมาย
เปิดให้เล่นได้ตลอด 24
ชั่วโมง
และยังรู้อีกว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีจากไฟนีออนนับสิบนับร้อยล้านดวง
ทำให้กลางคืนของ ลาส เวกัส
สว่างสไวตระการตามากทีเดียว
โดยบ่อนการพนันและโรงแรมทุกแห่งจะออกแบบ
สร้างสรรค์ และตกแต่งกันอย่างเต็มที่
ทั้งนี้เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยม
และใช้บริการจากบ่อนของตนเองให้มากที่สุด
ปัจจุบัน ลาส เวกัส
ถือว่าการพนันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเมืองนี้เท่านั้น
เพราะเกือบทุกโรงแรมที่เป็นที่ตั้งของบ่อนการพนัน
จะมีการจัดแสดงโชว์สารพัดชนิด อะไรที่ว่าเด่น
ดัง หรือน่าสนใจ และมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก
จะถูกนำมาโชว์ที่เมืองแห่งนี้ เรียกว่า
ถ้าจะดูโชว์ให้ครบทั้งหมด
อาจต้องใช้เวลานานหลายอาทิตย์ทีเดียว
บรรดานักร้องดังๆ ก็มักจะมาเปิดการแสดงที่นี่
รวมทั้งการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลกก็นิยมมาจัดที่
ลาส เวกัส เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีสถานที่จัดงานนิทรรศการระดับโลกอีกหนึ่งแห่ง
นั่นคือ ลาสเวกัส คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์
มีพื้นที่ใหญ่โตและกว้างขวางมาก
มีการจัดงานนิทรรศการระดับโลกตลอดทั้งปี
โดยเฉพาะงาน PMA
ซึ่งเป็นงานแสดงทางด้านการถ่ายภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดเป็นประจำทุกปี
(ไม่นับรวม Photokina
ที่เยอรมันซึ่งจัด 2
ปีต่อครั้ง)
ผมมาเยือน ลาส เวกัส
หนนี้มีจุดประสงค์หลักก็คือ เยี่ยมชมงาน
PMA 2004
ส่วนเรื่องเที่ยวเป็นเรื่องรอง
ซึ่งก็หนีไม่พ้นการเที่ยวชมแสงสีของ ลาส เวกัส
เพราะหน้าโรงแรมที่พักคือถนน สตริป
ถนนสายที่มีบ่อนการพนันและโรงแรมมากที่ติด
สร้างติดๆ
กันยาวเหยียดหลายกิโลเมตรทั้งสองฟากถนน
เดินตั้งแต่หัวค่ำยันตีสองยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลย
ระหว่างที่เดินเล่นในช่วงบ่ายซึ่งอากาศแจ่มใสมาก
ไม่มีเมฆเลยสักนิด แต่อากาศหนาวจับใจ
ขนาดแดดเปรี้ยงอุณหภูมิยังแค่ 4
องศาเท่านั้น หลังจากเดินจนปวดน่องไปหมด
ผมก็หาที่พักทานอาหารที่มีให้เลือกเต็มไปหมด
ยังไม่ทันอิ่มดีก็นึกขึ้นได้ว่า
ช่วงใกล้ค่ำโรงแรมหลายแห่งก็เริ่มเปิดไฟกันแล้ว
ถ้าได้ฉากหลังที่ไม่ดำทึบมากคงจะน่าดูกว่าการถ่ายภาพช่วงที่ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว
ผมรีบเดินออกไปหามุมถ่ายภาพทันที
เปิดแผนที่ออกมากางดูไม่รู้จะถ่ายอะไรดี
ทุกอย่างดูสวยไปหมด ในที่สุดก็ตัดสินใจเลือก
New York New York
(ชื่อซ้ำสองครั้ง ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ)
ที่รวมเอาทุกอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของ นิว ยอร์ค
มาจำลองเอาไว้รวมกัน จะเรียกว่าจำลองก็ไม่เชิง
เพราะสร้างได้ใหญ่โตมโหฬารมาก
รวมทั้งรูปปั้นเทพีสันติภาพก็มีขนาดใหญ่มาก
อยู่ตรงหัวมุมถนนพอดี
ผมเลือกมุมถ่ายภาพจากฝั่งตรงข้าม
โชคดีที่ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท และไฟประดับต่างๆ
ก็เปิดเต็มที่พอดี ใช้กล้องดิจิตอล SLR
ปรับความไวแสงไปที่ 200
ซึ่งเป็นความไวแสงต่ำสุดของ Nikon D100
เพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพดีที่สุด
ใช้เลนส์มุมกว้าง 14 มม.
ได้ทางยาวโฟกัสเป็น 21
มม. (คูณ 1.5 เท่า)
ซึ่งก็ได้มุมพอดี ไม่กว้างหรือแคบเกินไป
ลองวัดแสงดูที่ f/2.8
ได้ความเร็วชัตเตอร์ 1/8
วินาที
แต่ผมต้องการให้เห็นเส้นสายของไฟจากรถยนต์ที่แล่นผ่านไปมา
จึงปรับรูรับแสงให้แคบลงเป็น f/11
วัดแสงใหม่ได้ความเร็ว 2
วินาที ถ่ายภาพจริงที่ 4
วินาที เพื่อให้ได้รายละเอียดต่างๆ มากขึ้น
และก็ได้ภาพตามที่ต้องการทันเวลาก่อนที่ฟ้าจะมืดสนิท
Nikon D100 เลนส์ Sigma
AF 14 มม., f/11 ชัตเตอร์ 4
วินาที, ตั้ง ISO
200
|